โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรวจภายใน ไม่น่ากลัว ลดเสี่ยงโรค

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ก.พ. 2568 เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2568 เวลา 06.51 น. • The Bangkok Insight

ตรวจภายใน ไม่น่ากลัว ลดเสี่ยงโรค

  • มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับสี่ในผู้หญิงทั่วโลก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยเป็นอันดับต้นๆ
  • มะเร็งปากมดลูกสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
  • แม้ผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ อาจไม่มีความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก แต่การตรวจภายใน สามารถตรวจเช็กความผิดปกติของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เพื่อป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้อย่างไร

มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับสี่ของผู้หญิงทั่วโลก อย่างไรก็ตาม มะเร็งปากมดลูกสามารถรักษาให้หายขาดได้หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

นอกจากการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเมื่ออายุ 9-14 ปี ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมา (Human papillomavirus- HPV) สาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งอื่นๆ การตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุ 25 ปี ยังช่วยให้สามารถตรวจพบโรคมะเร็งปากมดลูกได้

ดังนั้นการเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคด้วยการตรวจภายใน จึงมีความสำคัญสำหรับผู้หญิง ซึ่งมีอวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานที่มีความสำคัญและซับซ้อน เชื่อมโยงระบบสืบพันธุ์หลายส่วน ทั้งปากช่องคลอด ช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก ปีกมดลูก และรังไข่

ตรวจภายใน

ประโยชน์ของการตรวจภายใน

เมื่อพูดถึงการตรวจภายใน (Pelvic Exam) ผู้หญิงส่วนใหญ่มักรู้สึกเขินอาย โดยเฉพาะสาวโสดที่ยังไม่เคยแต่งงาน หรือมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ อาจไม่มีความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก แต่การตรวจภายในสามารถตรวจเช็กความผิดปกติของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ หากไม่การอักเสบรุนแรง ดังนั้นการตรวจภายในจึงเป็นการป้องกันโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ใครบ้างที่ควรตรวจภายใน

  • ผู้หญิงอายุ 25 ปี ขึ้นไป
  • หากมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย สามารถเข้ารับการตรวจภายในได้ โดยไม่ต้องรอให้อายุถึง 25 ปี
  • ปวดเชิงกรานหรือเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ประจำเดือนผิดปกติ หรือตกขาวผิดปกติ
  • มีความกังวลเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • อาการผิดปกติอื่นๆ บริเวณท้องน้อย หรืออวัยวะเพศ

การเตรียมตัวก่อนตรวจภายใน

  • เพื่อให้การตรวจภายในมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรเตรียมตัวก่อนตรวจภายใน ดังนี้
  • เข้ารับการตรวจหลังประจำเดือนหมดสนิทประมาณ 1 สัปดาห์ หรือก่อนมีประจำเดือนรอบถัดไปประมาณ 1 สัปดาห์
  • ไม่ควรสวนล้างช่องคลอด หรือใช้ยาเหน็บทางช่องคลอดก่อนการตรวจภายใน 2 วัน
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนเข้ารับการตรวจ อย่างน้อย 1 วัน
  • สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ไม่ควรสวมกางเกงที่รัดจนเกินไป
  • กรณีมีประจำเดือน และปวดท้องประจำเดือนมากจนทนไม่ไหว และอยากตรวจภายในเพื่อวินิจฉัย สามารถพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้ประจำเดือนหมดก่อน
  • สำหรับปัญหาตกขาว สามารถเข้ารับการตรวจ โดยไม่จำเป็นต้องชำระล้าง

ขั้นตอนการตรวจภายใน

  • เจ้าหน้าที่จะให้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย เพื่อความสะดวกในการตรวจ
  • ขึ้นขาหยั่ง โดยนอนลง พาดขา 2 ข้าง บนที่วางขา
  • แพทย์จะใช้อุปกรณ์ speculum ลักษณะคล้ายปากเป็ด ร่วมกับการใช้นิ้วตรวจภายในช่องคลอด
  • กรณีตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แพทย์จะใช้อุปกรณ์เข้าไปเก็บเซลล์ปากมดลูก เพื่อนำไปตรวจต่อไป
  • ใช้เวลาตรวจภายในประมาณ 10 นาที
  • ขณะตรวจ อาจรู้สึกตึงๆ เจ็บๆ ในช่องคลอด อาการจะหาย เมื่อตรวจภายในเสร็จสิ้นแล้ว

หลังการตรวจภายใน

โดยทั่วไปหลังการตรวจภายใน สามารถทราบผลภายในวันเดียว หากผลเป็นปกติก็สามารถกลับบ้านได้ทันที หากทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกไม่ว่าจะด้วยวิธีแปปสเมียร์ หรือ ตินเพร็พ (Thin Prep) หรือ การตรวจหาเชื้อไวรัส HPV ด้วยวิธีการตรวจ DNA ต้องรอผลประมาณ 1-2 สัปดาห์

กรณีตรวจพบสิ่งผิดปกติ แพทย์อาจทำการนัด เพื่อเข้าตรวจภายในด้วยวิธีอื่นตามความเหมาะสมต่อไป

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

ปัจจุบันข้อมูลทางวิชาการชี้ชัดแล้วว่าสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก คือการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมา (Human papillomavirus) หรือ HPV โดยการมีเพศสัมพันธ์ ปกติร่างกายสามารถกำจัดไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมาได้เอง แต่บางครั้งร่างกายก็ไม่สามารถกำจัดเชื้อได้ โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง (HPV สายพันธุ์ 16 และ 18)

อย่างไรก็ตาม มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบได้เร็วในระยะก่อนเป็นมะเร็ง แต่สาเหตุสำคัญที่ยังพบผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกจำนวนมากในหญิงไทย คือผู้หญิงส่วนใหญ่มักปฏิเสธการตรวจภายในเนื่องจากความอาย หรือไม่กล้าเข้ารับการตรวจ

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

  • การตรวจตินแพร็พ แป๊บ เทสต์ (Thinprep Pap Test) การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทางเซลล์วิทยาเช่นเดียวกัน โดยพัฒนามาจากการตรวจวิธีแปปสเมียร์ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ใด มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น ประมาณ 80 - 90%
  • การตรวจ Thinprep Plus HPV DNA Testing ซึ่งเป็นการตรวจที่พัฒนามาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรกมากกว่า 90 % โดยการตรวจร่วมกันระหว่างการตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก Thinprep และการตรวจดีเอ็นเอของเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่ความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสามารถตรวจพบความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้อย่างเจาะลึกถึงการติดเชื้อ HPV 16 และ HPV 18 และสายพันธุ์กลุ่มอื่นๆ

วิธีการตรวจ Thinprep Plus HPV DNA Testing

มีขั้นตอนการตรวจเช่นเดียวกันกับการตรวจภายใน โดยแพทย์จะใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กเก็บตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูก จากนั้นนำเซลล์ใส่ลงในขวดเก็บตัวอย่างที่มีน้ำยา Thinprep ทำหน้าที่แยกเซลล์ออกจากสิ่งปนเปื้อนอื่น ๆ และทำให้เซลล์มีความหนาแน่นมากขึ้น ก่อนนำไปตรวจทางเซลล์วิทยา นอกจากนี้ยังแยกเซลล์ที่เก็บได้ส่งตรวจด้วยน้ำยา HPV DNA Testing ซึ่งเป็นการตรวจในระดับโมเลกุล เพื่อหาเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูง

หากผลการตรวจหาเชื้อ HPV และการตรวจเซลล์มะเร็ง Thinprep ให้ผลเป็นลบทั้งคู่ จึงสามารถเว้นการตรวจออกไปเป็นทุก 3-5 ปี แทนการตรวจประจำทุกปี ด้วยวิธีแปปสเมียร์ หรือ Thinprep เพียงอย่างเดียว

การป้องกันโรคย่อมดีกว่าการรักษา การตรวจภายในไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวอย่างที่ใครหลายคนคิด หากเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับ ดังนั้นผู้หญิงทุกคนที่มีอายุ 25 ขึ้นไป โดยเฉพาะผู้มีความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก ควรเข้ารับการตรวจภายใน รวมถึงตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธีการตรวจ Thinprep Plus HPV DNA Testing ซึ่งได้ผลแม่นยำ อีกทั้งหากตรวจไม่พบความเสี่ยงใดๆ ยังสามารถเว้นจากการตรวจทุกปีเป็นทุกๆ 3 ปี

ขอบคุณข้อมูล โรงพยาบาลสมิติเวช

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...