ชาวนาอุทัยหนีแล้ง ทิ้งนา 30 ไร่ ปลูกฟักทองแทน สุดว้าว แค่ 2 ไร่ ขายได้ 3 แสน
ชาวนาอุทัยหนีแล้ง ทิ้งนา 30 ไร่ ปลูกฟักทองแทน สุดว้าว แค่ 2 ไร่ ขายได้ 3 แสน
วันที่ 11 มีนาคม ที่ จังหวัดอุทัยธานี ผู้สื่อข่าวรายงาน ช่วงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทำนาปรัง แต่ด้วยปีนี้นั้นหลายพื้นที่ประสบกับปัญหาภัยแล้งและราคาข้าวที่ตกต่ำ ซึ่งมีชาวนาหลายรายที่วัดดวงลงทุนทำนาปรังกันเหมือนเช่นทุกปี และยังมีชาวนาอีกจำนวนไม่น้อยที่ยอมถอดใจหยุดทำนาปรังและปรับเปลี่ยนมาประกอบอาชีพสร้างรายได้อย่างอื่นแทน อย่าง
เช่นที่ แปลงนาของ นางรัชยา พิมมั่น อายุ 49 ปี เกษตรกรในพื้นที่ หมู่ 6 ตำบลหนองยาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี หนึ่งในคนที่ปีนี้หยุดทำนาปรังเนื่องจากน้ำไม่เพียงพอ และราคาข้าวที่ต่ำลงอย่างมาก ก่อนตัดสินใจปล่อยทิ้งที่นากว่า 30 ไร่ ลองปลูกฟักทอง สายพันธุ์ที่เป็นที่ต้องการของตลาด ด้วยเนื้อที่เพียง 2 ไร่ แต่สามารถให้ผลผลิตที่สร้างรายได้ถึง 300,000 บาท ในระยะเวลาที่เท่ากับปลูกข้าวนาปรัง แต่ใช้พื้นที่น้อยกว่า ใช้น้ำน้อยกว่า อีกทั้งยังลงทุนน้อยกว่ามากอีกด้วย
โดย นางรชยา เล่าว่า ปกติทุกปีตนเองก็จะทำนาปรังเหมือนคนอื่นๆด้วยเช่นเดียวกัน แต่ด้วยปีนี้แล้งมาก น้ำในสระที่เก็บสำรองไว้มีไม่พอที่จะทำนาถึง 30 ไร่ได้ ประกอบกับปีที่แล้วนาปรังที่ทำก็โดนแมลงบั่วลงข้าวจนเสียหายไปเยอะมาก ทำให้ได้ผลผลิตไม่ดี ปีนี้จึงตัดสินใจไม่ทำนาปรัง และลองมาปลูกฟักทอง สายพันธุ์ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดขายดู โดยจะมีพันธุ์เงือกสองใจ พันธุ์มันลืมผัว และ พันธุ์หอมใบเตย ส่งขายในราคากิโลกรัมละ 100 บาททุกสายพันธุ์ มีอายุการเก็บเกี่ยวที่ 120 วัน
ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้เนื้อที่เพียงแค่ 2 ไร่ เท่านั้น โดยข้อดีของการปลูกฟักทองก็คือ ใช้น้ำน้อย ดูแลไม่ยาก และปลอดสารเคมี ซึ่งที่แปลงฟักทองของตนเองนั้นจะใช้เป็นระบบน้ำหยด และฟักทองทุกลูกจะมีการจดบันทึกวันและจำนวนลูกที่ผสมไว้ ซึ่งจะทำให้เรารู้วันที่ผสมและวันที่เก็บเกี่ยวได้ตรงวัน ซึ่งฟักทองที่ปลูกรวมทั้ง 3 พันธุ์นี้ ให้ผลผลิตมากถึง 1,700 ลูกเลยอีกด้วย โดยช่องทางการขายหลักๆตอนนี้จะเป็นการขายออนไลน์ และมีมาเลือกซื้อที่หน้าสวนด้วยบ้างเล็กน้อย
ตอนนี้ฟักทองที่ลูกค้าสั่งจองก็ทยอยเก็บผลผลิตส่งให้ลูกค้าได้แล้วทุกวันอีกด้วย ซึ่งน้ำหนักฟักทองแต่ละลูกนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 2 กิโลกรัมขึ้นไป และใหญ่สุดที่ 3.7 กิโลกรัม และฟักทองทุกลูกนั้น ลูกค้าที่ซื้อไปสามารถนำเมล็ดพันธุ์ที่ได้ภายในลูก นำไปเพราะพันธุ์ปลูกต่อได้อีกด้วย ซึ่งหากขายได้ลูกละ 200 บาท แค่เพียง 1,000 ลูก จะสามารถสร้างรายได้ถึง 200,000 บาท ส่วนอีก 700 ลูกนั้นตัดออกเผื่อเป็นลูกเสียที่โดนแมลงต่อผิวด้านนอกซึ่งจะไม่ส่งขายให้กับลูกค้า เพราะฟักทองของตนเองจะไม่ใช้สารเคมีใดๆเลย อีกด้วย แต่หากขายได้ทั้งหมด ก็จะสร้างรายได้ให้สูงถึง 340,000 บาท เลยทีเดีย เรียกได้ว่าการปลูกฟักทอง ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างอาชีพ สร้างรายได้ดีทดแทนการทำนาในช่วงหน้าแล้งนี้เลยทีเดียว
ซึ่งความพิเศษของ ฟักทองเงือกสองใจนั้น เป็นฟักทองลูกทรงยาว เนื้อเยอะ เนื้อตัน เนื้อสีสวย เนื้อเนียน สีเหลืองเข้ม ให้รสชาติที่หวานเนียวนุ่ม ส่วนมันลืมผัวนั้น จะให้รสชาติที่มัน เหนียวนุ่ม และสีเหลืองสวย และ พันธุ์หอมใบเตยนั้น จะมีกลิ่นที่หอมเหมือนใบกลิ่นใบเตยทั้งลูกและใบ อีกด้วยเช่นกัน
ฟักทองเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นในดิน ที่พอเหมาะ จึงควรใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วใน การย่อยดิน เพื่อให้ดินมีความร่วนซุย สามารถระบายน้ำได้ ดี หากที่ดินนั้นเคยใช้เพาะปลูกมานาน ควรใส่ปูนขาวเพื่อปรับ สภาพความเป็นกรดด้วย และควรไถดินให้ลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร เพราะฟักทองเป็นพืชที่มีระบบรากแบบฝังลึก การปลูกฟักทองแบบหยอดเมล็ด ขุดหลุมเล็กๆ ลงไปในดินประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วหยอดเมล็ด ฟักทองลงไปหลุมละ 2-3เมล็ดกลบด้วยดินผสมละเอียดหรือ ขี้เถ้าแกลบดำรดน้ำให้ชุ่ม คลุมด้วยฟางเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ของผิวหน้าดินภายใน 3-4 วัน ต้นกล้าจะงอกพ้นพื้นดิน มีใบจริง 2-3 ใบ ให้ถอนต้นกล้าที่อ่อนแอทิ้งไป เหลือไว้หลุมละ 1 ต้นเท่านั้น
เมื่อต้นฟักทองเริ่มเจริญเติบโต ควรมีการดูแลรักษา ใส่ปุ๋ย รดน้ำ พรวนดิน และกำจัดโรคหรือแมลงศัตรูพืชที่อาจจะสร้าง ความเสียหาย การให้น้ำ ฟักทองเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำขังแฉะ ควรให้น้ำในปริมาณที่พอเหมาะ ในช่วงที่ต้นฟักทองกำลังออกดอกและติดผล ควรรดน้ำ อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรปล่อยให้ขาดน้ำ ระบบการให้น้ำที่ดีคือ ให้น้ำเข้าร่อง เพื่อให้น้ำซึมเข้าสู่ดินโดยตรง ไม่ควรพ่นน้ำผ่าน ใบของฟักทอง เพราะอาจจะทำให้ใบเปียกน้ำจนเป็นโรคเน่าได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวนาอุทัยหนีแล้ง ทิ้งนา 30 ไร่ ปลูกฟักทองแทน สุดว้าว แค่ 2 ไร่ ขายได้ 3 แสน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th