โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แค่ 2% จากคนทั้งโลกที่มี ไขข้อสงสัย ทำไมคนเพียงน้อยนิดถึงมีสีตาเหล่านี้

แนวหน้า

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมสีตาของคนเรานั้นถึงไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เรามักจะเห็นได้ทั่วไปตามสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว บางคนมีดวงตาสีฟ้าครามสดใสราวกับน้ำทะเล บางคนมาพร้อมกับดวงตาสีประกายทองอมเขียวชวนมอง หรือบางคนก็มีดวงตาสีเขียวมรกตลึกลับน่าค้นหา แตกต่างจากคนไทยเราส่วนใหญ่ที่มีดวงตาสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ การเดินสวนกับผู้คนหลากสัญชาติในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำ ทำเอาเราอดไม่ได้ที่จะแอบจ้องมองเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ผ่านหน้าต่างของหัวใจเหล่านั้น

วันนี้ แนวหน้าออนไลน์ จะพาทุกคนไปสลัดความสงสัย แล้วร่วมเดินทางท่องไปในโลกแห่งพันธุศาสตร์เพื่อหาคำตอบพร้อม ๆ กัน การระบุสีตาที่หายากที่สุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สีเขียวเป็นสีตาที่หายากที่สุดในบรรดาสีตาที่พบได้ทั่วไป ยกเว้นบางกรณี เกือบทุกคนมีดวงตาสีน้ำตาล สีฟ้า สีเขียว หรือสีระหว่างกลาง ส่วนสีอื่น ๆ เช่น สีเทาหรือสีน้ำตาลอมเขียวพบได้น้อยกว่ากันครับ

ดวงตา

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

1. ดวงตาสีเขียว

ดวงตาสีเขียว

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ครอบครองดวงตาสีเขียว บอกได้คำเดียวเลยว่า คุณคือผู้ที่ถูกเลือกและโชคดีเอามาก ๆ เพราะนอกจากมันจะขึ้นแท่นเป็นเฉดสีที่ดึงดูดใจและทรงเสน่ห์ที่สุดจากการโหวตของคนกว่า 66,000 คนแล้ว มันยังลึกลับและน่าค้นหาจนหลายคนปรารถนาอยากจะมี แล้วถ้ามีคนถามทำไมดวงตาสีเขียวนี้หายากขนาดไหนกันเชียว เป็นเพราะวงแหวนสีสันสดใสรอบรูม่านตาของเรานั้นเรียกว่า ม่านตา ซึ่งพระเอกตัวจริงที่ทำหน้าที่คอยระบายสีให้ดวงตาก็คือสารเม็ดสีที่ชื่อว่า เมลานิน ชนิดเดียวกับที่กำหนดสีผิวของเรานั่นเอง หลักการง่าย ๆ ก็เหมือนการผสมสี หากมีเมลานินน้อยดวงตาก็จะออกไปทางโทนสีอ่อน แต่ถ้ามีเมลานินอัดแน่นอยู่มากดวงตาก็จะกลายเป็นสีเข้ม

แต่เชื่อไหมครับว่าในความเป็นจริงแล้ว สีตาทุกสีบนโลกใบนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งสีเขียวมรกตอันงดงาม แท้จริงแล้วล้วนมีพื้นฐานมาจากสีน้ำตาลเฉดใดเฉดหนึ่งทั้งสิ้น ความอัศจรรย์มันอยู่ตรงที่ เมื่อแสงแดดส่องลงมากระทบกับเม็ดสีเมลานินในม่านตา มันจะเกิดการหักเหและสะท้อนกลับในมุมที่ตกกระทบ จนเกิดเป็นภาพลวงตาชนิดหนึ่งที่ลวงสายตาให้เรามองเห็นดวงตาคู่นั้นทอประกายออกมาเป็นสีเขียวหรือสีฟ้าสดใสได้อย่างน่าทึ่ง

แน่นอนว่ารหัสลับบนม่านตาเหล่านี้ถูกส่งต่อมาจากพันธุกรรมของพ่อแม่ ผสมโรงกับความบังเอิญของธรรมชาติอีกเล็กน้อย ซึ่งดวงตาสีเขียวจะมีระดับเมลานินที่อยู่ตรงกลางระหว่างความพอดี คือมีน้อยกว่าดวงตาสีน้ำตาลแท้ ๆ แต่ก็ยังมีมากกว่าดวงตาสีฟ้า ความก้ำกึ่งที่ลงตัวนี้เองคือเหตุผลว่าทำไมดวงตาสีเขียวถึงมีความพิเศษไม่เหมือนใคร และถ้าหากสัดส่วน 9% ในประเทศสหรัฐอเมริกายังดูน้อยไม่สะใจละก็ ลองมาดูสถิติในระดับโลกกันครับ เพราะเชื่อกันว่าประชากรจากทั่วทุกมุมโลกมีคนเพียงแค่ 2% เท่านั้นที่จะได้ครอบครองดวงตาสีเขียวนี้ ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในปาฏิหาริย์ทางสายตาที่งดงามและหาพบได้ยากที่สุดในโลกอย่างแท้จริง

2. ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน (ดวงตาเฮเซล)

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน (ดวงตาเฮเซล)

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ดวงตาสีน้ำตาลปนเขียว หรือที่เรียกว่าดวงตาเฮเซล พบได้ในประชากรอเมริกันถึง 18% โดยสีบรอนซ์ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณขอบนอกของม่านตา ขณะที่จะมีริ้วสีน้ำตาล เขียว และแม้กระทั่งสีทองเล็ก ๆ ปรากฏอยู่ใกล้กับรูม่านตา แต่ก็เช่นเดียวกับดวงตาสีเขียว ดวงตาสีน้ำตาลอมเขียวมักพบได้ยากในส่วนอื่น ๆ ของโลก โดยรวมแล้ว มีเพียงประมาณ 5% ของประชากรโลกเท่านั้นที่มีดวงตาสีน้ำตาลอมเขียว

หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักมีดวงตาสีน้ำตาลอมเขียว คุณอาจสังเกตเห็นว่าสีตาเปลี่ยนไปบ้างในบางครั้ง นี่เป็นเพราะระดับเม็ดสีสีน้ำตาลอมเขียวมีความสามารถพิเศษในการสะท้อนแสงในรูปแบบที่แปลกประหลาด ทำให้ดูเหมือนว่าสีม่านตาเปลี่ยนไป

3. ดวงตาสีฟ้า

ดวงตาสีฟ้า

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ถ้าคุณมีดวงตาสีฟ้า คุณก็มีความเกี่ยวข้องในแง่หนึ่งกับคนอื่น ๆ ที่มีดวงตาสีฟ้าเช่นกัน เมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว มีคนในบริเวณที่เป็นทวีปยุโรปในปัจจุบัน เกิดมาพร้อมกับการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่ทำให้มีดวงตาสีฟ้าอย่างถาวร คนที่มีดวงตาสีฟ้าทุกคนในปัจจุบันจึงเป็นลูกหลานห่าง ๆ ของมนุษย์โบราณคนนั้น โดยประมาณ 27% ของชาวอเมริกันมีดวงตาสีฟ้าทำให้สีฟ้าเป็นสีตาที่หายากเป็นอันดับสาม

ซึ่งสีตาไม่ได้บ่งบอกถึงเชื้อชาติเสมอไป แต่จำนวนชาวอเมริกันที่มีดวงตาสีฟ้าจำนวนมากนั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากจำนวนพลเมืองที่มีเชื้อสายสแกนดิเนเวีย อังกฤษ ไอร์แลนด์ และยุโรปตะวันออกจำนวนมาก ส่วนในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งมีดวงตาสีฟ้า ส่วนในฟินแลนด์และสวีเดน ตัวเลขนี้อยู่ที่ 80% ถึง 90% หรือมากกว่าสี่ในห้าของประชากรทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามในระดับโลกดวงตาสีฟ้าเป็นสิ่งที่หายากมาก มีเพียงประมาณ 1 ใน 10 คนเท่านั้นที่มีดวงตาสีฟ้า

และในส่วนของ ดวงตาสีม่วง นั้น ไม่ได้ลึกลับอย่างที่หลายคนคิดกันมาโดยตลอด แท้ที่จริงแล้วดวงตาสีม่วงก็คือส่วนหนึ่งของดวงตาสีฟ้านั่นเอง ในทางเทคนิคแล้วมนุษย์เราไม่มีเม็ดสีสีม่วงในตาเลย แต่คนที่มีม่านตาเป็นสีม่วงนั้น แท้จริงแล้วพวกเขาคือผู้โชคดีที่มี ดวงตาสีน้ำเงินเฉดพิเศษ ที่มีความลึกและเข้มข้นขีดสุด

ดวงตาสีม่วง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ความมหัศจรรย์มันเกิดขึ้นเมื่อดวงตาสีน้ำเงินเฉดนี้ไปเจอกับการสะท้อนของแสงแดด หรือแสงจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวในมุมที่ตกกระทบอย่างประจวบเหมาะ แสงจะหักเหและลวงตาเรา เปลี่ยนดวงตาสีน้ำเงินเข้มให้กลายเป็นสีม่วงทอประกายที่ดูหลอกตาแต่ก็งดงามน่าทึ่งอย่างที่สุด มันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องของตาสีม่วงถึงถูกจัดให้อยู่ในหมวดเดียวกับตาสีฟ้า และมีข้อมูลสั้น ๆ เพราะมันคือปรากฏการณ์ทางแสงสุดพิเศษที่ซ่อนตัวอยู่ในดวงตาสีฟ้านั่นเอง

4. ดวงตาสีน้ำตาล

ดวงตาสีน้ำตาล

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

หากคุณมีดวงตาสีน้ำตาลคุณจะมีสีตาที่พบได้บ่อยที่สุดในมนุษย์ แม้ว่าสีตาแบบนี้อาจจะไม่ใช่สีตาที่หายาก แต่คุณก็สามารถภาคภูมิใจได้ที่รู้ว่าคุณมีสีตาดั้งเดิม ซึ่งเป็นสีเดียวกับมนุษย์ยุคแรกในทวีปแอฟริกาเมื่อหลายแสนปีก่อน จนถึงปัจจุบันนี้ ดวงตาสีน้ำตาลยังคงเป็นสีที่พบได้มากในทวีปแอฟริกาและเอเชีย ร้อยละ 45 ของชาวอเมริกันทั้งหมดและมากถึงร้อยละ 79 ของประชากรทั่วโลก มีดวงตาสีน้ำตาลเฉดต่าง ๆ กัน สีของดวงตาอาจมีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้มที่ดูเหมือนจะกลมกลืนกับรูม่านตา

แม้ว่าบางคนอาจดูเหมือนมีม่านตาเป็นสีดำ แต่ในทางเทคนิคแล้วม่านตาแบบนั้นไม่มีอยู่จริง คนที่มีดวงตาสีดำนั้นแท้จริงแล้วมีดวงตาสีน้ำตาลเข้มมากจนแทบแยกไม่ออกกับรูม่านตา อันที่จริงสีน้ำตาลเป็นสีตาที่พบได้บ่อยที่สุดในทารกแรกเกิด ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ ทารกส่วนใหญ่หรือทั้งหมดเกิดมามีดวงตาสีฟ้าในความเป็นจริงแล้ว คำว่า สีฟ้า ควรเปลี่ยนเป็น สีน้ำตาล

จากการศึกษาโครงการตรวจคัดกรองสีตาในทารกแรกเกิด พบว่า ร้อยละ 63 ของทารกเกิดมามีตาเป็นสีน้ำตาล ร้อยละ 20.8 มีตาเป็นสีฟ้า ร้อยละ 5.7 มีตาเป็นสีเขียวหรือสีน้ำตาลอ่อน และร้อยละ 9.9 มีสีตาที่ไม่สามารถระบุได้ในขณะคลอด และจากการศึกษาติดตามผลเป็นเวลา 2 ปีโดยกลุ่มวิจัยเดียวกัน พบว่าสีม่านตาอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงสองปีแรกของชีวิต โดยเฉพาะในเด็กที่มีเชื้อชาติและชาติพันธุ์บางกลุ่ม นี่คือเหตุผลว่าทำไมสีตาของทารกแรกเกิดจึงไม่สามารถทำนายสีตาของพวกเขาในวัยเด็กได้เสมอไป

สีตาอื่น ๆ กลุ่ม 0.6% ที่สุดแห่งความแรร์ และความลับระดับดีเอ็นเอ

หากลองบวกตัวเลขดูจากสถติข้อมูลทั้งหมด สีตามาตรฐานที่กล่าวไปทั้งหมดจะรวมกันได้ 99.4% แล้วอีก 0.6% ที่หายไปคืออะไร คำตอบคือมันคือกลุ่มของเฉดสีและส่วนผสมที่ขึ้นชื่อว่า หายากที่สุดในบรรดาของหายาก ที่น้อยคนนักจะได้ครอบครอง มีอะไรบ้างมาดูกันครับ

ดวงตา

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ดวงตาสีเทา แม้จะดูคล้ายตาสีฟ้าเพราะมีเมลานินต่ำเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วพบน้อยกว่ามาก ความพิเศษคือถ้าจ้องดูดี ๆ จะมีริ้วสีน้ำตาล สีเหลืองอำพัน และสีทองซ่อนอยู่ข้างในอย่างลึกลับ

เฮเทอโรโครเมีย หรือ ภาวะตาสองสี ที่ตาแต่ละข้างมีสีต่างกันอย่างสิ้นเชิง ส่วนใหญ่เกิดจากการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่ไร้พิษภัย แต่บางกรณีก็อาจเกิดจากการบาดเจ็บหรือความผิดปกติอื่น ๆ

ภาวะผิวเผือก เกิดจากการขาดเม็ดสีเกือบทั้งหมด ร่างกายจึงแสดงออกเป็นตาสีฟ้าอ่อนมาก แต่ในบางมุมแสง ดวงตาจะสะท้อนออกมาเป็น สีชมพูหรือสีแดง ซึ่งไม่ใช่เพราะม่านตาเป็นสีแดง แต่เกิดจากความโปร่งแสงจนเรามองเห็นเส้นเลือดในตาได้อย่างชัดเจนนั่นเองพบเพียง 1 ใน 20,000 คน

แต่ถ้าหากย้อนกลับไป 10,000 ปีก่อน มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้มี ดวงตาสีน้ำตาล เหมือนกันทั้งหมด จนกระทั่งเกิดการกลายพันธุ์โดยบังเอิญที่ทำให้ร่างกายผลิตเม็ดสีลดลง นำไปสู่สีตาสารพัดเฉดในปัจจุบัน หลายคนเคยเรียนมาว่า ตาสีน้ำตาลคือยีนเด่น ตาสีฟ้าคือยีนด้อย พ่อแม่ตาสีฟ้าต้องได้ลูกตาสีฟ้าเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่พ่อแม่ตาสีฟ้าทั้งคู่จะให้กำเนิดลูกที่มีตาสีน้ำตาลได้ เพราะแท้จริงแล้วสีตาถูกควบคุมด้วยยีนร่วมกันอีกหลายสิบยีน โดยมี 2 ตัวแม่ที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุด คือ ยีน OCA2 เป็นยีนตัวแม่เบอร์หนึ่งที่คุมเกมในครั้งนี้ไปแล้วมากถึง 75% โดยมีหน้าที่สั่งการผลิตเม็ดสีเมลานินสีน้ำตาลเข้ม มาเก็บไว้ในดวงตา ในขณะที่ยีนHERC2 เปรียบเสมือนสวิตช์ไฟ คอยสั่งการตัวแม่ตัวแรกอีกที หากยีนตัวนี้เกิดผันผวน มันจะสั่งให้ยีน OCA2 ทำงานน้อยลง เม็ดสีในตาก็จะลดฮวบลง จนเกิดการหักเหของแสงสร้างภาพลวงตาให้เรามองเห็นดวงตาเป็นสีฟ้า สีเทา หรือสีเขียว

ดวงตา

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ด้วยความซับซ้อนของยีนต่าง ๆ นี้เองที่ต้องเข้ามาผสมโรงในจังหวะที่เป๊ะสุด ๆ ราวกับลุ้นผลสลากกินแบ่งรัฐบาลแจ่ละงวด จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมดวงตาของมนุษย์เราถึงได้มีความหลากหลาย มีจุด มีริ้ว ที่ต่างกันจนกลายเป็นงานศิลปะชิ้นเอกชิ้นเดียวในโลก ชนิดที่ต่อให้เป็นฝาแฝดจากไข่ใบเดียวกันก็ไม่สามารถลอกเลียนแบบประกายดวงตาของกันและกันได้เลยครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก allaboutvision.com, iflscience.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...