"อนุชา" จับเบอร์ 5 สู้ศึกผู้ว่าฯ กทม. ดัน 5 นโยบายฟื้นเมืองหลวง
วันนี้ (28 พ.ค.2569) นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม บริเวณหน้าที่ทำการพรรคฯ
ก่อนเดินทางไปสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ศาลาว่าการ กทม.ดินแดง ก่อนมีการจับสลากเรียงลำดับผู้สมัครที่จะขึ้นมาจับหมายเลขเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ปรากฏว่านายอนุชาได้หมายเลข 5
นายอนุชา เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขต ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนตกผลึกเป็นนโยบายหลัก 5 ด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองหลวง ประกอบด้วย
1. "เดินทางสะดวก" การพัฒนาระบบคมนาคมเพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก
2. "เมืองสะอาด" การรักษาความสะอาดของเมืองอย่างเป็นระบบ
3. "ใช้ชีวิตสบาย" การส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่สุขสบายของชาวกรุงเทพฯ
4. "มีรายได้มากขึ้น" การกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน
5. "ตรวจสอบได้หมด" การบริหารราชการกรุงเทพมหานครด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
นายอนุชา กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่นว่า กลไกสำคัญที่สุดคือ "การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างโปร่งใส" โดยพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายเปิดเผยฐานข้อมูล (Database) ด้านการจัดซื้อจัดจ้างและรายละเอียดสัญญาสัมปทานต่างๆ ของ กทม. ให้เป็นข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ง่าย
นอกจากนี้ จะนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชัน "ส่องรัฐ" และระบบอื่นๆ มาช่วยประมวลผลข้อมูล เพื่อตรวจจับความผิดปกติ ความไม่โปร่งใส หรือการมีผลประโยชน์ทับซ้อนในโครงการต่างๆ ของรัฐ
แอปพลิเคชันส่องรัฐ เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือหลัก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเนื้อหาและข้อสัญญาต่างๆ ของ กทม. ต้องเปิดกว้างในอนาคต ระบบการประมูลและจัดซื้อจัดจ้างทุกประเภท ต้องดำเนินไปอย่างถูกต้อง ตามระเบียบ ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า เงินภาษีทุกบาทจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าและตรวจสอบได้จริง
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในทุกองคาพยพ ทั้งด้านนโยบายและบุคลากร ที่จะเข้ามาอาสาตัวรับใช้และสนับสนุนการทำงานเพื่อชาวกรุงเทพฯ เนื่องจากมองว่าปัญหาของเมืองหลวง มีความผูกพันและเชื่อมโยงกับปัญหาระดับชาติในทุกมิติ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การจะขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เดินหน้าไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ จำเป็นต้องอาศัยกลไกการทำงานร่วมกันในทุกระดับ ซึ่งครั้งนี้พรรคฯ นำเสนอนโยบายที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตเมืองหลวง ทั้งในเรื่องเดินทางสะดวก ทบทวนและยกเครื่องระบบขนส่งมวลชนทั้งหมด เพื่อการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ, เมืองสะอาด มุ่งเน้นการจัดการมลพิษ สิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
รวมถึงเรื่องใช้ชีวิตสบาย รองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) ด้วยการเตรียมระบบดูแลคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งกำลังจะเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ในเมืองหลวง, มีรายได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน, ตรวจสอบได้หมด ชูหัวใจสำคัญเรื่อง "ความสุจริต" ในทุกภาคส่วน ตั้งแต่สังคม บ้านเมือง การเมือง ไปจนถึงการบริหารงานของ กทม. เพื่อเป็นแรงผลักดันหลักให้ประเทศเดินหน้า
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคาดหวังเรื่องตัวเลขคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และจำนวนเก้าอี้ ส.ก.ว่า ต้องได้เท่าใด จึงจะถือว่าเป็นการกลับมาอย่างภาคภูมิใจของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่เมืองหลวง นายอภิสิทธิ์ ตอบคำถามด้วยท่าทีอารมณ์ดี แต่แฝงนัยทางการเมือง ว่า "ได้มากกว่าคนอื่น ได้มากกว่าคนอื่นสัก 1 คะแนนก็พอ ไม่ต้องเยอะ"
อ่านข่าว
เปิด 5 นโยบาย ชิงผู้ว่าฯ กทม. "อนุชา" ชูยกระดับสู่มหานครที่สมบูรณ์แบบ
เช็กหมายเลขผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. "ชัชชาติ" เบอร์ 9 "ชัยวัฒน์" เบอร์ 10