“ชัชชาติ” ได้เบอร์ 9 ลุยหาเสียงวันแรก นั่ง BTS ฟังเสียงเมือง ชูนโยบายขนส่งสาธารณะ-พัฒนาสกายวอล์ก
(28 พ.ค. 69) ภายหลังเสร็จสิ้นการจับสลากหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ ซึ่งจับได้หมายเลข 9 ได้เริ่มต้นลงพื้นที่หาเสียงทันที โดยขึ้นรถขยายเสียงวนรอบบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนจะเดินพบปะประชาชนบริเวณทางเดินลอยฟ้า หรือ สกายวอล์ก (Skywalk) ที่เชื่อมต่อพื้นที่โดยรอบ
นายชัชชาติ เปิดเผยว่า สาเหตุที่เลือกเริ่มต้นหาเสียงที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและเกาะพญาไท เนื่องจากอยู่ใกล้กับศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง โดยหลังจากทราบหมายเลขประจำตัวแล้ว ตั้งใจจะเดินหน้าหาเสียงต่อทันทีตลอดทั้งวัน โดยเน้นเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า BTS เพราะมีความสะดวกและช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกในการกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง นายชัชชาติยอมรับว่า มีความแตกต่างจากเมื่อ 4 ปีก่อน เนื่องจากปัจจุบันตนมีประสบการณ์ในการทำงานมากขึ้น แต่ยังมีอีกหลายโครงการที่ตั้งใจอยากจะเข้ามาสานต่อให้สำเร็จ โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีการก่อสร้างทางเชื่อมสกายวอล์กเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเดินทางไปยังโรงพยาบาลราชวิถีได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงมีแผนที่จะปรับปรุงพื้นที่ด้านล่างให้เป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ค้าขายที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ตลอดการเดินหาเสียงบนสกายวอล์ก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาทักทายและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง โดยนายชัชชาติได้ฝากให้ประชาชนจดจำหมายเลข 9 เพื่อเลือกตนกลับเข้ามาทำงานต่ออีกหนึ่งสมัย อย่างไรก็ตาม ระหว่างลงพื้นที่ได้มีประชาชนหญิงวัยกลางคนเข้ามาสอบถามและสะท้อนปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย รวมถึงการเข้าถึงระบบการศึกษา โดยระบุว่าเคยร้องเรียนไปหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งจากกระทรวงแรงงานและกรุงเทพมหานคร ซึ่งนายชัชชาติได้ชี้แจงว่า ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครมีการส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และหากประชาชนพบปัญหาในจุดใดก็สามารถแจ้งข้อมูลเข้ามาเพิ่มเติมได้ทันที
จากนั้น นายชัชชาติได้เดินทางต่อด้วยรถไฟฟ้า BTS ไปยังย่านอโศก พร้อมกล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนาสกายวอล์กเพิ่มเติมในอีกหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะจุดที่มีประชาชนสัญจรหนาแน่น เช่น บริเวณถนนสุขุมวิท หรือพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างโรงเรียน มหาวิทยาลัย และชุมชนต่าง ๆ รวมถึงแนวคิดการติดตั้งหลังคาทางเดินในบางจุด เพื่อช่วยบังแดดและกันฝนให้กับผู้ใช้ทางเท้า
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่เลือกใช้รถไฟฟ้าในการหาเสียงวันแรก นายชัชชาติกล่าวว่า ระบบขนส่งมวลชนเป็นเรื่องสำคัญที่ กทม. ต้องเร่งผลักดัน เพราะจะช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษทางอากาศ อีกทั้งรถไฟฟ้า BTS ยังเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานครโดยตรง จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะกันมากขึ้น นอกจากนี้ การหาเสียงด้วยรถไฟฟ้ายันช่วยลดผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนน เนื่องจากไม่มีขบวนรถหาเสียงไปกีดขวางจราจร และในอนาคตตนอาจเลือกใช้วิธีการเดินทางรูปแบบอื่น เช่น รถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) เพื่อเข้าถึงและรับฟังวิถีชีวิตของประชาชนในหลากหลายมิติ
สำหรับภาพรวมการหาเสียงครั้งนี้ นายชัชชาติกล่าวว่า รู้สึกว่าตนเองมีประสบการณ์มากขึ้นกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยความสนุกและความหวัง พร้อมย้ำกับทีมงานว่าอยากให้ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข เพราะทุกคนเข้ามาช่วยงานในฐานะอาสาสมัครด้วยความตั้งใจที่จะทำให้กรุงเทพมหานครดีขึ้น โดยไม่ได้หวังผลประโยชน์ตอบแทน
ส่วนกรณีเสียงสะท้อนจากประชาชนเรื่องแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอยในบางพื้นที่ เช่น ถนนสุขุมวิท นายชัชชาติระบุว่า ในส่วนของ กทม. สามารถดำเนินการจับกุมและจัดระเบียบได้ทันทีหากพบการกระทำความผิดบนทางเท้าหรือพื้นที่สาธารณะ แต่หากเป็นการตรวจสอบภายในสถานประกอบการหรือแหล่งงานต่าง ๆ จำเป็นต้องประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายปกครอง และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อเข้าตรวจสอบร่วมกัน
“การลงพื้นที่เดินหาเสียงมีความสำคัญมาก เพราะทำให้เราได้รับฟังปัญหาจากปากของประชาชนโดยตรง ถ้าเราอยู่แต่ในห้องทำงาน เราอาจไม่มีวันรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงได้เลย ประชาชนคือคนที่เราต้องรับใช้ ดังนั้นทุกข้อร้องเรียนและเสียงสะท้อนล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำไปปรับปรุงและแก้ไขให้กรุงเทพฯ ดีขึ้นต่อไป” นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย
.
#ข่าวเวิร์คพอยท์23 #ข่าวเวิร์คพอยท์23ออนไลน์ #WorkpointNews