โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KTB ชี้เงินบาทยังเสี่ยงอ่อนค่า จับตาเจรจาหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านกำหนดทิศทาง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. เวลา 08.32 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETSธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ตลาดการเงินโลกยังเผชิญความผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 4.48% อีกครั้ง แม้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดจะออกมาผสมผสานและช่วยชะลอแรงปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ได้บางส่วนก็ตาม

ทั้งนี้ Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมุมมองว่า บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยหากบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 4.50% จะถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการทยอยเข้าลงทุนในพันธบัตรระยะยาวทั้งของสหรัฐฯ และไทย เนื่องจากประเมินว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายลงและเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่เร่งตัวสูงขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 ก่อนเริ่มทยอยลดดอกเบี้ยในปี 2570 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง

สำหรับตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับใกล้ 99.5 จุด ขณะที่ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ จนทำให้ราคาทองคำปรับลดลงกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ในส่วนของค่าเงินบาท มองว่ายังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-way Risk หรือมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาหยุดยิงในตะวันออกกลาง รวมถึงรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมาในระยะนี้ โดยหากตัวเลขการจ้างงานออกมาต่ำกว่าคาด เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นบ้างสู่กรอบ 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากข้อมูลตลาดแรงงานออกมาดีกว่าคาด อาจหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อ และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงทดสอบระดับ 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามยังคงเป็นพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งพร้อมส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินโลกได้ตลอดเวลา ทำให้ค่าเงินบาทและสินทรัพย์การเงินต่างๆ ยังมีแนวโน้มผันผวนสูงในระยะสั้น โดยแนะนำให้นักลงทุนและผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือ Options ควบคู่กับการวิเคราะห์สถานการณ์ในหลายรูปแบบ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูงของตลาดการเงินโลกในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...