แรงงานชาวลาวกังวลอนาคต หลังร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ไฟไหม้
ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เมื่อกลางดึกวันที่ 12 ก.ค.2569 จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 30 คน ได้รับบาดเจ็บ 76 คน โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตเป็นชาวสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 1 คน
ล่าสุด วันนี้ (14 ก.ค.2569) เวลา 06.45 น. บริเวณหน้าร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" กลุ่มเพื่อนแรงงานชาวลาว จำนวน 6 คน เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ ที่ยังมีร่องรอยความเสียหายจากไฟไหม้ให้เห็นอยู่
ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส พูดคุยกับกลุ่มแรงงาน ซึ่งบอกเล่าข้อมูลด้วยท่าทีกังวลใจว่า ขณะนี้พวกเขาไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไรต่อกับชีวิต เนื่องจากร้านถูกเพลิงไหม้ไปแล้ว และทราบว่าเจ้าของร้านบาดเจ็บ จึงยังไม่รู้ว่าอนาคตจะอย่างไรกันต่อไป
"ขุน" หนึ่งในแรงงานของร้านดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ในกลุ่มเพื่อนแรงงานด้วยกันของร้านนี้ที่มีกันอยู่กว่า 10 คน ต่างก็เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงกังวลต่อการนำร่าง "เอ็ม" หนึ่งในแรงงานของร้านที่เสียชีวิตกลับสู่บ้าน ที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว
"ขณะนี้ผมอยากพาพี่ชายผมกลับบ้านมากที่สุด พี่เอ็มเป็นพี่ชาย เป็นลูกพี่ลูกน้องกับผม บ้านเราอยู่ที่สะหวันนะเขต พี่เอ็มมาทำงานก่อนได้ประมาณ 2-3 ปีแล้ว และพวกผมก็ตาม ๆ กันมา ตอนนี้คิดอะไรไม่ออก ยังกังวลกับเรื่องงาน เพราะร้านถูกไฟไหม้ แต่ก็กังวลที่สุดคือ ไม่รู้จะพาพี่กลับบ้านอย่างไรพวกเราสนิทกันมาก" นายสอง แรงงานชาวลาวอีกคนหนึ่งกล่าว
"ขุน" ยังเล่าว่า ขณะนี้นอกจากนายเอ็มผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีเพื่อนแรงงานในกลุ่มของเขาอีก 1 คน ที่ประสบเหตุไฟไหม้อยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลในขณะนี้ แต่ล่าสุดทางโรงพยาบาลโทรศัพท์แจ้งว่า ขณะนี้การรักษามีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแล้ว 200,000 บาท ซึ่งพวกเขาก็ไม่ทราบว่า จะต้องทำอย่างไร ซึ่งเป็นห่วงทั้งเพื่อน และเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาล
ทีมข่าวไทยพีบีเอส สอบถามถึงสวัสดิการหรือประกันว่าทางร้านฯ มีให้พนักงานหรือไม่ ทางตัวแทนกลุ่มเล่าว่า ไม่ทราบว่าพวกเขามีสิทธิใดหรือไม่ และไม่ทราบว่า ทางนายจ้างทำประกันใด ๆ ไว้ให้หรือไม่ ไม่เคยทราบเรื่องนี้ และไม่ทราบว่า ต้องติดต่อกับหน่วยงานใด
ขณะเดียวกัน ตัวแทนกลุ่มยังมีข้อสงสัยว่า เมื่อวานนี้ (13 ก.ค.69) หลังจากได้ยินข่าวว่า เจ้าของร้านมีอาการสาหัส อยู่ใน ICU และในช่วงดึกได้ยินข่าวจากสื่อต่าง ๆ ว่า เจ้าของร้านเสียชีวิตแล้ว ก็ยังไม่แน่ใจว่าใช่บุคคลเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากชื่อที่เจ้าหน้าที่กองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตชื่อนาย "สุวิชชา ศิริสลุง" แต่เจ้าของร้านที่พวกเขารู้จัก มีชื่อตรงกับนายสุวิชชา แต่นามสกุล ไม่เหมือนกัน
นอกจากนี้ ทีมข่าวยังพบกับ "เอก" หนึ่งในลูกค้าประจำของร้านดังกล่าว ซึ่งกำลังนำดอกไม้ไปวาง เพื่อแสดงความอาลัยในที่เกิดเหตุ และเข้าทักทายกลุ่มแรงงานชาวลาวกลุ่มนี้ โดย "เอก" บอกว่า สนิทสนมกับแรงงานกลุ่มนี้ เพราะมาที่ร้านประจำทุกสัปดาห์ และรับฟังเรื่องราวที่แรงงานเล่าให้ฟังแล้ว เห็นว่าควรมีหน่วยเกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลแรงงานข้ามชาติ ที่ประสบเหตุเพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่เคว้งคว้าง และได้รับการดูแลตามสิทธิที่เหมาะสม ทั้งผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและผู้ประสบเหตุ
อ่านข่าว
นิติเวชฯ คืนร่างผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ให้ญาติแล้ว 28 คน
นายกฯ จ่อรื้อ กม.โซนนิ่งสถานบันเทิง ไม่รู้ชายแต่งชุดทหารยืนประกบเป็นใคร
ผบก.น.2 ชี้ข้อหาหนัก หากพบโรงเบียร์ปิดตายทางหนีไฟ-ดัดแปลงอาคาร
คนวางดอกไม้อาลัยโรงเบียร์ไฟไหม้ แรงงานลาวห่วงพาเพื่อนเสียชีวิตกลับบ้าน
พฐ.กู้กล้องวงจรปิดคืนไฟไหม้โรงเบียร์-นัดช่างชี้จุดระบบไฟฟ้าในร้าน
ตร.ถกหาสาเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ สอบปากคำแล้ว 17 คน จ่อเรียกพี่สาวเจ้าของร้านให้ข้อมูล