โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีรับมือเมื่อข้อมูลรั่วไหล ปิดช่องโหว่มิจฉาชีพแฮกบัญชี

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 พ.ค. เวลา 17.00 น.

วิธีรับมือเมื่อข้อมูลรั่วไหล ปิดช่องโหว่มิจฉาชีพแฮกบัญชี

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยข้อมูล "ข้อมูลส่วนบุคคล" ได้กลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่าไม่ต่างจากทองคำ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งที่อาชญากรไซเบอร์หรือมิจฉาชีพจ้องจะขโมย

หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า"แค่เบอร์โทรศัพท์หลุดไป หรือแค่เลขบัตรประชาชนรั่วไหล มิจฉาชีพจะเอาไปทำอะไรได้?" เราจะไปดูว่า ข้อมูลที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ กลายไปเป็นอาวุธร้ายในมือมิจฉาชีพได้อย่างไร พร้อมแนวทางการป้องกันตนเองเพื่อให้รอดพ้นจากภัยเงียบนี้

จาก "ข้อมูลรั่วไหล" สู่ "อาวุธ" ของมิจฉาชีพ

มิจฉาชีพใช้มือถือหลอกลวงเหยื่อจากข้อมูลรั่วไหล

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

เมื่อข้อมูลหลุดออกจากระบบ ไม่ว่าจะเป็นจากการถูกแฮกเกอร์โจมตีหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน หรือความประมาทเลินเล่อ ข้อมูลเหล่านั้นมักจะถูกนำไปซื้อขายในตลาดมืด (Dark Web) และนี่คือวิธีที่มิจฉาชีพนำข้อมูลไปใช้ทำร้ายเรา

การทำ Phishing และ Social Engineering (หลอกลวงแบบเจาะจง)

ในอดีต มิจฉาชีพอาจจะสุ่มโทรหรือสุ่มส่ง SMS หาเหยื่อแบบหว่านแห แต่เมื่อมีข้อมูลที่รั่วไหล เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และประวัติการซื้อสินค้า มิจฉาชีพจะสามารถทำ Spear Phishing หรือการหลอกลวงแบบเจาะจงบุคคลได้อย่างแนบเนียน

ตัวอย่าง : มิจฉาชีพโทรมาหาคุณโดยรู้ว่าคุณเพิ่งซื้อประกันภัยจากบริษัท A เมื่อสัปดาห์ก่อน และแจ้งว่า "ระบบมีปัญหาต้องการคืนเงิน" ความสมจริงของข้อมูลทำให้เหยื่อหลงเชื่อได้ง่ายกว่าการสุ่มเดาหลายเท่า

การสวมรอยอัตลักษณ์

หากข้อมูลที่รั่วไหลเป็นข้อมูลเชิงลึก เช่น ภาพถ่ายคู่กับบัตรประชาชน เลขหลังบัตร หรือวันเดือนปีเกิด มิจฉาชีพสามารถนำไปใช้

• เปิดบัญชีม้า (บัญชีธนาคารเพื่อใช้รับเงินผิดกฎหมาย)

• สมัครสินเชื่อออนไลน์ หรือซื้อสินค้าผ่อนชำระในชื่อของคุณ

• สร้างเอกสารปลอมเพื่อไปทำธุรกรรมอื่น ๆ ที่ทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

การสุ่มแฮกบัญชีแบบลูกโซ่

พฤติกรรมส่วนใหญ่ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตคือ "ใช้รหัสผ่านเดียวกันในทุกเว็บไซต์" เมื่อข้อมูลอีเมลและรหัสผ่านจากเว็บไซต์หนึ่งรั่วไหล มิจฉาชีพจะใช้ซอฟต์แวร์อัตโนมัติลองนำอีเมลและรหัสผ่านนั้นไปล็อกอินเข้าสู่บริการสำคัญอื่น ๆ เช่น แอปธนาคาร, อีเมลหลัก, หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งมักจะสำเร็จหากเหยื่อตั้งรหัสซ้ำกัน

วิธีการป้องกันและรับมือ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

แม้ว่าเราจะไม่สามารถควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กรต่าง ๆ ที่เราไปลงทะเบียนไว้ได้ 100% แต่เราสามารถสร้าง "เกราะป้องกัน" ให้กับตัวเองได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1. ตั้งรหัสผ่านให้ต่างกัน (Unique Passwords) ห้ามใช้รหัสผ่านเดียวกันในทุกแอปพลิเคชัน แนะนำให้ใช้ Password Manager ในการช่วยจำและสุ่มรหัสผ่านที่คาดเดายาก

2. เปิดใช้งาน 2FAเสมอ เปิดการยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (Two-Factor Authentication) ในทุกบัญชีสำคัญ เช่น อีเมล โซเชียลมีเดีย และแอปการเงิน เพื่อให้ต่อให้มิจฉาชีพรู้รหัสผ่าน ก็ยังเข้าบัญชีไม่ได้

3. เช็กความเสี่ยงของข้อมูล ตรวจสอบว่าอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ของเราเคยรั่วไหลหรือไม่ผ่านเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เช่น Have I Been Pwned?

4. มีสติกับ "สายเรียกเข้า" และ "ลิงก์" ท่องจำไว้เสมอว่า หน่วยงานรัฐและธนาคารไม่มีนโยบายแอดไลน์เพื่อตรวจสำนวนคดี หรือส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนอก App Store / Play Store

หากรู้ตัวว่าข้อมูลหลุดไปแล้ว หรือกำลังโดนเล่นงาน

ตั้งสติและตัดการเชื่อมต่อ : หากเผลอโหลดแอปแปลกปลอม ให้เปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) ทันทีเพื่อตัดอินเทอร์เน็ตไม่ให้มิจฉาชีพควบคุมเครื่องระยะไกล

เปลี่ยนรหัสผ่านทันที : เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีหลัก ๆ โดยเฉพาะอีเมลที่ผูกกับธนาคาร

อายัดบัญชี/บัตรเครดิต : หากพบความผิดปกติในการทำธุรกรรม ให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อขอระงับบัญชีทันที (ปัจจุบันธนาคารมีสายด่วนภัยไซเบอร์ 24 ชั่วโมง)

แจ้งความออนไลน์ : หากเกิดความเสียหาย สามารถแจ้งความได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (thaipoliceonline.go.th) เท่านั้น (ระวังเพจรับจ้างตามเงินคืนปลอมบน Facebook)

บทสรุป
ข้อมูลที่รั่วไหลเปรียบเสมือน "จิ๊กซอว์" ที่มิจฉาชีพพยายามนำมาต่อกันเพื่อสร้างภาพที่สมบูรณ์ในการมาหลอกลวงเรา ยิ่งพวกเขารู้จักเรามากเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะหลงเชื่อก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

สิ่งที่เป็นอาวุธที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับภัยไซเบอร์ในยุคนี้ไม่ใช่โปรแกรมแอนตี้ไวรัสราคาแพง แต่คือ "ความตระหนักรู้และตื่นตัว" การคิดทบทวนทุกครั้งก่อนคลิกลิงก์ การไม่แชร์ข้อมูลส่วนตัวลงบนโซเชียลมีเดียมากเกินไป และการสงสัยไว้ก่อนเมื่อมีคนรู้ข้อมูลส่วนตัวของเราอย่างละเอียด จะช่วยให้เราปลอดภัยในโลกดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

วิธีป้องกันภัยไซเบอร์และการตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ขอขอบคุณข้อมูลเเละรูปภาพจาก กรมประชาสัมพันธ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...