โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เวเฟอร์สารหนู” เคล็ดลับความสวยยุควิคตอเรียน ที่ได้รับสมญานามว่า “สัมผัสของพ่อมด”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 ม.ค. 2568 เวลา 03.59 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2568 เวลา 17.25 น.
“เวเฟอร์สารหนู” (Arsenic complexion wafers) ภาพ : National Museum of American History

การกินเวเฟอร์สารหนู ในยุควิคตอเรียน เคล็ดลับความสวยที่ได้รับสมญานามว่า “สัมผัสของพ่อมด”

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย “ความงาม” ดูจะเป็นสิ่งที่หลายคนถวิลหาและปรารถนาจะครอบครอง อิสตรีไม่ว่าจะชนชาติใดต่างเสาะแสวงหาเครื่องประทินโฉมเพื่อให้ตนเองดูดีอยู่เสมอ เช่นเดียวกับใน “ยุควิคตอเรียน” (ค.ศ. 1837-1901) ที่เรียกได้ว่าเป็นยุคทองแห่งความงาม

ผู้คนใน ยุควิคตอเรียน ต่างสรรหาวิธีการมากมาย แม้จะอันตรายแค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น คอร์เซ็ตที่ทำให้สาว ๆ เอวคอดกิ่ว ที่แลกมาด้วยกระดูกสันหลังผิดรูป, ชุดสุ่ม ที่แม้จะสร้างความสวยงามให้กับผู้ที่สวมใส่ แต่ก็เป็นชนวนชั้นดีของการติดไฟ รวมไปถึง การกิน “เวเฟอร์สารหนู” เพื่อให้ผิวขาวเปล่งประกาย

เวเฟอร์สารหนู(Arsenic complexion wafers) เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ยาที่ผลิตโดยบริษัท Dr.MacKenzie มีเจ้าของคือ Dr.James P. Campbell (เจมส์ พี. แคมป์เบลล์) จุดเริ่มต้นเกิดจากความต้องการของแคมป์เบลล์เอง เนื่องจากเขาต้องการให้ผิวที่ดูหย่อนคล้อยและหมองหม่นกลับมากระชับสดใสดังเดิม

แคมป์เบลล์คิดค้นสูตรยามากมายเพื่อให้เป้าประสงค์ของตนเองสำเร็จ เขาได้หยิบยก “สารหนู” สารอันตรายที่มักใช้ในอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมขึ้นมาเป็นตัวชูโรง เนื่องจากสารหนูมีฤทธิ์ทำลายเม็ดเลือดแดงจนทำให้ผิวขาว ท้ายที่สุดผิวหน้าและผิวกายของผู้คิดค้นก็กลับมาดีอย่างเดิม ผู้คนรอบข้างเริ่มทักถามถึงความเปลี่ยนแปลง และต้องการซื้อสิ่งที่เขาใช้อยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ แคมป์เบลล์จึงตัดสินใจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า “เวเฟอร์สารหนู” ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19

เขาเริ่มต้นการขายสินค้าชิ้นนี้ในราคา 50 เซนต์สำหรับ 1 ห่อ และ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 กล่อง ทั้งยังมีราคาสำหรับเหมากล่อง 6 ชิ้น ซึ่งขายอยู่ที่ 5 ดอลลาร์สหรัฐ

แคมป์เบลล์รับประกันว่าผลิตภัณฑ์ที่กำลังวางขายนั้นปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียงต่อทุกคนแน่นอน ทั้งยังโปรยคำโฆษณาไว้ว่า ยาชนิดนี้จะสร้างผิวที่สวยงามที่สุดเท่าที่สุภาพสตรีจะจินตนาการได้ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส สดชื่น ปราศจากรอยด่างดำ ฝ้า ความหยาบกร้าน รอยแดง กระ และสิว

นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบเวเฟอร์สารหนูเหมือนกับ“Wizard’s Touch” หรือสัมผัสของพ่อมดที่มาช่วยเสกคาถาเวทมนตร์ จากผิวเสียเป็นผิวสวยอีกด้วย

เมื่อเหล่าสาว ๆ เจอกับคำเคลมที่ชวนเพ้อฝันว่าผิวพรรณของหล่อนจะสวยผ่องเป็นยองใยขนาดนี้ มีหรือจะทนไหว ในที่สุด “เวเฟอร์สารหนู” ก็เริ่มฮิตติดตลาด ยิ่งผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเกิดคาด (เนื่องจากมีสารหนู) จึงทำให้สินค้าชิ้นนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่าผลิตภัณฑ์ของแคมป์เบลล์ในตอนนั้นมีสินค้าออกมาถึง 3 ชื่อ ได้แก่ Arsenic complexion wafers by Dr.Simms, Dr.Rose และ Dr.Campbell

แต่ยาที่ผลิตออกมามีสารเจือปน ในที่สุดก็ต้องมีวันที่พิษร้ายออกอาละวาด ผู้คนที่ใช้เวเฟอร์สารหนูเริ่มมีอาการแปลก ๆ ออกมาให้เห็น เช่น ประสบกับปัญหาเรื่องรอยด่างดำที่เพิ่มมากขึ้นบริเวณมือและเท้า รวมถึงมีผู้เสียชีวิต อย่างในปี 1911 มีเด็กอายุ 18 ปี อาศัยในย่านเซนต์หลุยส์ เสียชีวิตหลังจากกินผลิตภัณฑ์นี้ไปหลายกล่อง

ข่าวการเสียชีวิตและผลลัพธ์ที่ออกมาในแง่ลบแพร่สะพัดมากขึ้น จึงทำให้ชื่อเสียงด้านบวกของสินค้าในเครือแคมป์เบลล์ลดลง อย่างไรก็ตาม ยังมีคนใจกล้า ไม่เชื่อสิ่งที่ตาเห็น และเลือกที่จะใช้สินค้าชิ้นนี้ต่อ

ความนิยมของ “เวเฟอร์สารหนู” ยังคงทรง ๆ อยู่ในกระแสสังคมสักพัก กระทั่งปลายช่วง 1920 ก็ค่อย ๆ เลือนหายไป เนื่องจากผู้คนน่าจะเข็ดขยาดและมีผลิตภัณฑ์เสริมความงามชนิดใหม่มาแทนที่

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://curology.com/blog/arsenic-and-dead-face/

www.thequackdoctor.com/index.php/dr-mackenzies-improved-harmless-arsenic-complexion-wafers/

https://www.nationalgeographic.com/science/article/ingredients-lipstick-makeup-cosmetics-science-history

https://ctam.ubru.ac.th/index.php/th/ตารางการจัดการเรียนการสอน/สาระน่ารู้/241-อันตรายของสารหนู

https://www.vogue.co.th/fashion/article/victorianerasecrets

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 กันยายน 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เวเฟอร์สารหนู” เคล็ดลับความสวยยุควิคตอเรียน ที่ได้รับสมญานามว่า “สัมผัสของพ่อมด”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...