โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

ลุกซ์ น้องใบเตย เล่ามรสุมชีวิต ทั้งเรื่องพี่สาวและแฟน อยู่กับความอ่อนแอไม่ได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 ก.ย 2566 เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2566 เวลา 06.41 น. • The Bangkok Insight

ลุกซ์ น้องใบเตย เล่ามรสุมชีวิต ทั้งเรื่องพี่สาวและแฟน อยู่กับความอ่อนแอไม่ได้ เผยที่ผ่านมาใช้ชีวิตมีความสุขมาตลอด เรามีแฟน มีครอบครัวที่ดี มีหน้าที่การงานทำ พอวันนึงไม่มีบ้างก็คงไม่เป็นอะไร เพราะหลายคนในโลกก็ไม่มีเหมือนกัน

ต้องเป็นเสาหลักครอบครัวไปแล้ว สำหรับ ลุกซ์-ชาญวิทย์ ทวีสิน น้องชายของ ใบเตย สุธีวัน หลังจากที่ทางใบเตย และ ดีเจแมน พัฒนพล ถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำ จากคดีใหญ่แชร์ Forex-3D ซึ่งตอนนี้ ลุกซ์ ก็รับหน้าที่ดูแล น้องเวทมนตร์ ลูกสาวของ ใบเตย-แมน ด้วย แบบเต็มตัว และไม่นานมานี้ ลุกซ์ ก็เพิ่งสูญเสียคนรักจากอุบัติเหตุ

ลุกซ์ น้องใบเตย เล่ามรสุมชีวิต ทั้งเรื่องพี่สาวและแฟน อยู่กับความอ่อนแอไม่ได้

ล่าสุด (30 ส.ค.) ลุกซ์ น้องใบเตย ได้มาเล่าอีกมุมมองชีวิต กับมรสุมที่ต้องเจอ ผ่านรายการ De - Talk EP.15 ว่าทั้งสองเหตุการณ์ของพี่สาว และแฟน มีความใกล้กันมาก แฟนคบมาทั้งหมด 12 ปี เจ้าตัวบอกว่ากับเรื่องข่าวคดีมาประมาณหนึ่งปี หลังจากนั้นก็อยู่กับเรื่องกฏหมาย การสู้คดีจนถึงทุกวันนี้ ในระยะเวลาหนึ่งปีคืออยู่กับพี่มา เอกสาร ทนาย จะทำทุกอย่างปกติ ตนทำหน้าที่หน้าเป็นผู้จัดการด้วย

จน ณ วันนี้ยังไม่ได้ถูกตัดสิน ก็เข้าใจในกระบวนการ แต่ชีวิตเปลี่ยนในเรื่องของ ใบเตย งานที่เคยมีถูกแคนเซิลหมด ก็มาไลฟ์ขายของกันมากขึ้น อยู่กับหลาน ตอนแรกก็สร้างอยู่กับแฟน พอมาเจอเรื่องนี้แผนก็เปลี่ยน เราต้องอยู่ข้างพี่สาวมากกว่า ทุก ๆ วันอยู่กับพี่สาวว่าต้องทำอะไรกันบ้าง

ไม่เคยคิดว่าจะถึงทุกวันนี้เลย คิดว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี ไม่คิดว่าจะมาถึงวันนี้ด้วยซ้ำ กำลังใจในครอบครัวมีอยู่แล้ว เพราะรู้ดีว่าทำอะไร ไม่ใช่คนไม่ดี ไม่ได้เสียกำลังใจ เจออะไรก็แก้ไปทีละขั้น กำลังใจคือแฟน พี่ภูมิ อยู่ด้วยกันก็จะมีความสุข เขาเป็นเหมือนที่พึ่งมาตลอด เวลาตนทำงานเหมือนถูกคาดหวังมาตลอด แต่คนเดียวที่ไม่คาดหวังอะไรเลยจากตนก็คือแฟน

พอแฟนจากไปก็รู้สึกว่าไม่มีบ้านให้กลับไปแล้ว รู้สึกแย่ ไปเยี่ยมแฟนทุก ๆ วันตอนที่ยังอยู่ ไปด้วยความหวัง อุบัติเหตุสมอง มีคนส่งข้อความมาว่าเคยเกิดขึ้นกับครอบครัวเขาแล้วหาย เราก็หวังว่าจะให้เกิดปาฏิหาริย์กับเราบ้าง คุณหมอก็ทำหน้าที่หมอ เขาก็พูดความจริง เขาก็บอกว่าแฟนมีโอกาสหายแค่ 3% เราอยู่กับความเป็นจริง แต่ก็หวัง ลึก ๆ อยากให้เขากลับมา ไม่ก็อาจจะเป็นเจ้าชายนิทรา เราก็พร้อมที่จะดูแลเขา ที่ผ่านมาเขาก็ดูแลเราดีมาก ๆ มาตลอด

ที่ผ่านมา อ่อนแอไม่ได้เลย พ่อแม่พี่น้องเขาก็อยู่ด้วย เหมือนเราต้องเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุด เราต้องเป็นคนที่ฟังหมอ แล้วก็โอเค ๆ ไม่สามารถมีรีแอคชั่นอะไรออกมาได้เลยว่าเราแย่มาก เพราะพ่อกับแม่เขาก็อ่อนแอเหมือนกัน เราอ่อนไม่ได้ รู้ตัวแค่นี้เลยกับทุก ๆ เรื่องในชีวิตยืนอยู่กับคำว่าอ่อนแอไม่ได้ ป่วยไม่ได้ ตายไม่ได้

ที่ผ่านมาใช้ชีวิตมีความสุขมาตลอด เรามีแฟน มีครอบครัวที่ดี มีหน้าที่การงานทำ พอวันนึงไม่มีบ้างก็คงไม่เป็นอะไร เพราะหลายคนในโลกก็ไม่มีเหมือนกัน เราก็คงมีความสุขได้ถ้าวันนึงไม่มี มองเรื่องความบาลานซ์ของชีวิต เราต้องผ่านมันไปได้ คนมากมายเขายังอยู่ได้เลย วันนี้มาพร้อมกันแต่ว่าเราทำได้ เราไม่รู้ว่าคนอื่นจะยังไง แต่เราไม่เป็นไร เราทำได้ เราต้องทำได้ ช่วงแรก ๆ เพื่อนมาอยู่ด้วยตลอด ช่วยได้มาก ๆ รู้สึกว่าพอแล้ว ต้องอยู่กับตัวเองบ้าง ไม่งั้นเราจะรู้ได้ยังไง อยู่ได้ไม่ได้ เราไปนอนบ้านแฟนคนเดียว ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

เหนื่อยมาก ๆ เหนื่อยสุด ๆ แต่สิ่งที่ไม่เคยบอกตัวเองคือยอมแพ้ ไม่เอาแล้ว เพราะรู้สึกว่าคนเราเกิดมาเพื่ออยู่ เหนื่อยมากน้อยไม่เท่ากัน วันนี้เหนื่อยมากกว่าคนอื่นก็ยินดี เพราะเคยมีความสุข ถ้ามันจะต้องเหนื่อยเพื่อให้ความสุขกลับมาทำไมจะไม่ทำขึ้น หาอะไรทำให้มีความสุข เช่น การไปเจอเพื่อน และก็หลาน มองหน้าหลานทุกครั้งเหมือนเขาคืออนาคต โชคดีมากที่มีหลาน เพราะเขาคือเครื่องเตือนใจว่าอนาคตมีอยู่จริง อยากเห็นเขามีความสุข อนาคตเราอยู่ตรงนี้ พ่อแม่ก็ยังอยู่ ดูแลพ่อแม่เหมือนที่เคยทำ

ขอบคุณ : De - Talk EP.15

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...