โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชาวแม่ลาน้อย เตรียมจัดใหญ่ ต้านเหมืองฟลูออไรด์ มติ อบต.ค้านเอกชนขอใช้พื้นที่

Khaosod

อัพเดต 22 ก.ย 2566 เวลา 04.17 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2566 เวลา 22.02 น.
ชาวแม่ลาน้อย เตรียมจัดใหญ่ ต้านเหมืองฟลูออไรด์ มติ อบต.ค้านเอกชนขอใช้พื้นที่

ชาวแม่ลาน้อย เตรียมจัดใหญ่ ต้านเหมืองฟลูออไรด์ มติ อบต.ค้านคำขออนุญาต บ.เอกชนใช้พื้นที่ หวั่นซ้ำรอยเดิม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

กรณี ชาวบ้าน อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เคลื่อนไหวคัดค้านคำขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองฟลูออไรด์ ในพื้นที่หมู่ 4 ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องผลกระทบ ซึ่งในอดีตเคยเกิดสถานการณ์เลวร้ายจากการทำเหมืองมาแล้ว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.2566 นายจวน สุจา ตัวแทนชาวบ้านที่คัดค้านการประทานบัตรเหมืองให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้สำนักนายกรัฐมนตรีมีหนังสือส่งกลับการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) เพื่อให้ตรวจสอบใหม่ โดยที่ผ่านมาชาวบ้านยังไม่สบายใจ เนื่องจากบริษัทเอกชนยังเดินหน้าขอประทานบัตรอยู่ ทั้งๆที่สำนักนายกรัฐมนตรีสั่งให้ระงับแล้ว

“ชาวบ้านเคลื่อนไหวคัดค้านการทำเหมืองมาตลอด ในโอกาสที่จะครบ 1 ปีของการคัดค้าน เราจะมีกิจกรรมปลูกป่าสืบชะตาแม่น้ำ รวมตัวกันครั้งใหญ่ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมเสวนา ประกอบพิธีทางศาสนาทั้งพุทธและคริสต์

ซึ่งปีนี้จะมีการสวมเสื้อคัดค้านเหมืองแร่ด้วย เราจะประชุมชาวบ้าน ต.แม่ลาหลวง กับ ต.สันติคีรี ในวันที่ 23 กันยายน เพื่อวางแผนเตรียมการ จะทำป้ายใหญ่เป็นรูปหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรีไปติดไว้ตอนเสวนา” นายจวน กล่าว

ทั้งนี้เมื่อปี 2562 บริษัทเอกชนรายหนึ่ง ยื่นขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่ฟลูออไรด์ ซึ่งตั้งอยู่ใน หมู่ที่ 4 ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน พื้นที่จำนวน 114 ไร่ 2 งาน 64 ตารางวา โดยพื้นที่นี้เป็นเหมืองเก่าตั้งอยู่เขตป่าสงวนแห่งชาติและเป็นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 บี โดยมีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ อยู่ห่างจากชุมชนบ้านห้วยตะพาบ ต.สันติคีรี ประมาณ 300 เมตร

ซึ่งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด(สอจ.)แม่ฮ่องสอน ติดประกาศการขอประทานบัตร ทำให้ตัวแทนชาวบ้านยื่นหนังสือคัดค้านต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ สอจ.แม่ฮ่องสอน ก่อนจะประสบกับสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด

กระทั่งต้นปี 2565 บริษัทผู้ขอสัมปทาน ได้ว่าจ้างให้บริษัทเอกชนอีกรายหนึ่งจัดทำอีไอเอ โดยชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วม และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล เพราะไม่เห็นด้วยกับการทำเหมือง นอกจากนี้ชาวบ้านออกมารวมตัวคัดค้านและขอให้ยุติโครงการ โดยการทำเหมืองแร่นี้คาดว่าจะมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 5 ตำบล ได้แก่ สันติคีรี ,แม่ลาหลวง ,แม่โถ ,แม่นาจาง และขุนแม่ลาน้อย

ด้าน นายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน กล่าวว่า จากที่เราเคยยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ตรวจการฯส่งไปสำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักนายกรัฐมนตรีได้ทำหนังสือให้มีการทบทวน EIA ใหม่ เพราะชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม และไม่เข้าเวทีรับฟังความคิดเห็น หลังจากนี้เราจะใช้การรณรงค์ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ จะจัดกิจกรรมสืบชะตาแม่น้ำลา คัดค้านเหมือง มีกิจกรรมปลูกป่า ปล่อยน้ำ และพิธีกรรมทางศาสนาทั้ง 4 ศาสนาตามความเชื่อของชาวบ้าน

“หลังจากนั้นจะเดินทางไปยื่นหนังสือ 3 แห่ง คือ 1.รัฐสภาเพื่อพบกับคณะกรรมาธิการที่ดินและป่าไม้ ตามเรื่องที่เราเคยยื่นหนังสือไปก่อนหน้านี้ 2.ยื่นหนังสือที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพื้นที่ป่าใน อ.แม่ลาน้อย มีความอุดมสมบูรณ์ไม่ใช่ป่าเสื่อมโทรม และ 3. ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)ในประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิด้วย” นายสะท้าน กล่าว

นายวีรชัย ยืนยงนโคทร รองประธานสภา อตบ.สันติคีรี กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีการประชุมสภาฯ โดยมีวาระจากการที่บริษัทที่ขอประทานบัตรเหมืองแร่ ได้ทำหนังสือมายัง อบต.เพื่อขอใช้พื้นที่ แต่ในวาระการประชุมเขียนไม่ชัดเจนเหมือนแค่อยากให้รับทราบ ตนจึงพูดในที่ประชุมว่าเหมือนมัดมือชกให้สนับสนุนการให้ใช้พื้นที่

ดังนั้นตนจึงได้เสนอในที่ประชุมให้มีการโหวตว่าใครจะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบหรืองดออกเสียงในการขอใช้พื้นที่ ผลปรากฏว่าจากสมาชิก อบต.ที่เข้าร่วมประชุม 7 คน มี 4 คนไม่เห็นชอบให้ใช้พื้นที่ทำเหมือง 1 คนเห็นชอบ และอีก 1 คนงดออกเสียง

“ถ้าเราฟังเสียงชาวบ้านพบว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ไม่เห็นด้วยกับการให้ประทานบัตรเหมืองหวั่นเกรงในเรื่องผลกระทบ ยิ่งการให้ประทานบัตรถึง 30 ปีเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เราเคยมีบทเรียนเมื่อครั้งที่มีการทำเหมืองบริเวณต้นน้ำ ทำให้เกิดผลกระทบมากมาย

น้ำในลำห้วยขุ่นตลอดเวลาจนใช้ไม่ได้เลย แถมมีทรายไหลมาถมที่นาของชาวบ้าน บางช่วงมีปลาตายเยอะมาก ครั้งนั้นเขาเอาคนงานต่างด้าวมาทำงานด้วย ทำให้มีปัญหาเรื่องยาเสพติดเข้ามาในหมู่บ้าน วัว ควาย ของชาวบ้านหายไปหลายตัว”นายวีรชัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...