โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ลด 268.49 จุด เจอแรงเทขาย ลดความเสี่ยง ก่อนรู้ผลประชุมเฟด

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (27 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ลดลง 268.49 จุดหลังนักลงทุนขายลดความเสี่ยง ก่อนรู้ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ในวันพรุ่งนี้ (28 ม.ค.)

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ล่าสุดอยู่ที่ 49,143.91 จุด ลดลง 268.49 จุด หรือ 0.54% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 6,988.60จุุด เพิ่มขึ้น38.37จุด หรือ 0.55%และดัชนีแนสแด็กที่ 23,840.47 จุด เพิ่มขึ้น 239.12 จุด หรือ 1.01%

ดาวโจนส์

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของปี 2569 ก่อนการประกาศผลการประชุมในวันพรุ่งนี้ (28 ม.ค.)

ตลาดจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมรอบนี้ และคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. และ ต.ค. ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดอยู่ที่ระดับ 3.00-3.25% ในช่วงสิ้นปี 2569 จากปัจจุบันที่ระดับ 3.50-3.75%

นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หลังการประชุมพรุ่งนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้

ในการประชุมเฟดครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2568 คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติ 9-3 ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ตามการคาดการณ์ของตลาด

ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ๆ ละ 0.25% ในปี 2569 และลดอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ๆ ละ 0.25% ในปี 2570 ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดแตะเป้าหมายระยะยาวที่ระดับ 3% โดยการส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปี 2569 และ 2570 ไม่แตกต่างจากการส่งสัญญาณในการประชุมเดือนก.ย.2568

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์กันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อาจประกาศรายชื่อผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นว่าที่ประธานเฟดอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งตรงกับสัปดาห์ที่จะมีการประชุมนโยบายการเงินของเฟด

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์นี้ โดยบริษัทในดัชนีเอสแอนด์พี 500 มากกว่า 90 แห่งมีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 4/2568 ซึ่งรวมถึง แอปเปิ้ล เมตา และไมโครซอฟท์

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ที่อาจเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้

สหรัฐเผชิญภาวะชัตดาวน์ภายในปลายสัปดาห์นี้ หลังเกิดกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง (ICE) ยิงนายอเล็กซ์ เพรตติ เสียชีวิตในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันครั้งที่สองในเดือนนี้

ทั้งนี้ วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมากเตือนว่า พวกเขาจะไม่ลงคะแนนสนับสนุนงบประมาณวงเงิน 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการดำเนินงานของรัฐบาลกลาง หากร่างกฎหมายดังกล่าวมีการรวมงบประมาณของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมือง

สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่หากวุฒิสภาไม่อนุมัติร่างกฎหมายนี้ภายในวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. รัฐบาลสหรัฐจะเผชิญภาวะชัตดาวน์อีกครั้ง หลังจากเผชิญภาวะชัตดาวน์ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.-12 พ.ย.2568 เป็นเวลา 43 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ

ร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวต้องการเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียง เพื่อผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา โดยพรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมากในวุฒิสภาเพียง 53 ต่อ 47 เสียง ซึ่งหมายความว่าพรรครีพับลิกันจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคเดโมแครต

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...