โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“โจ๊ก 1 ถ้วย เลี้ยงท้อง 10 คน” สงครามซูดานซ้ำเติมเดือนรอมฎอน เสียงสะท้อนของพลเรือนในค่ายลี้ภัย

The Momentum

อัพเดต 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 2.47 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2026) องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ประกาศคว่ำบาตร 4 ผู้นำกองกำลังกึ่งทหาร (Rapid Support Forces: RSF) ฐานก่ออาชญากรรมภายในเมืองเอลฟาเชอร์ เมืองทางตะวันตกของประเทศซูดาน โดย UN เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวใกล้เคียงกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ด้านโฆษกกลุ่มทาซิส (Tasis) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรของ RSF ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว BBC ว่า การคว่ำบาตรที่เกิดขึ้นจากนานาชาติเป็นเรื่องที่ ‘ไม่ยุติธรรม’ โดย UN ได้รับข้อมูลจากการรายงานที่ ‘ไม่ครบถ้วน’ และ ‘ไม่เป็นกลาง’

ก่อนหน้าการประกาศคว่ำบาตร คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ UN เปิดเผยว่า การเข้ายึดครองเมืองเอลฟาเชอร์ ของกลุ่ม RSF เป็นไปอย่างโหดร้ายและใกล้เคียงกับลักษณะของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

กลุ่มทาซิสยืนยันว่า การฆ่าพลเรือนเป็น ‘เรื่องที่เข้าใจผิด’ โดยเจ้าหน้าที่ของทาซิสและ RSF ได้อพยพพลเรือนมากกว่า 8 แสนราย ออกจากพื้นที่เมืองเอลฟาเชอร์ ก่อนเกิดปฏิบัติการทางการทหาร พร้อมทั้งมีการจัดการอาหารและยารักษาโรคให้ประชาชนด้วย

เกิดอะไรขึ้นที่ซูดาน

วิกฤตการณ์ซูดานเริ่มต้นขึ้นเมื่อ อุมัร อัลบะชีร (Omar al-Bashir) อดีตประธานาธิบดีซูดาน ซึ่งอยู่ในอำนาจมายาวนานกว่า 30 ปี ถูกขับไล่ออกจากตำแหน่ง จนกระทั่งเกิดการแย่งชิงอำนาจในการปกครองประเทศ ระหว่างกองกำลังติดอาวุธซูดาน (Sudanese Armed Forces: SAF) กับกลุ่ม RSF จนนำไปสู่การเปิดฉากสงครามกลางเมืองในเดือนเมษายน 2023

ต่อมาสงครามได้ยกระดับความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่กองกำลัง RSF สามารถเข้ายึดเมืองเอลฟาเชอร์ เมืองหลวงของภูมิภาคดาร์ฟรู ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่ม SAF ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025

หนีเสือ ปะจระเข้: ความโหดร้ายของสงครามจากปากประชาชน

ซานา อาห์เหม็ด (Sanaa Ahmed) ประชาชนผู้อพยพจากพื้นที่สงครามมายังค่ายลี้ภัยอัล-ซาร์ราฟ (Al-Sarraf) ทางตะวันออกของซูดาน เปิดเผยกับสำนักข่าว Al jazeera ว่า เธอหวังว่าจะหนีความโหดร้ายจากพื้นที่สงครามมายังพื้นที่ปลอดภัย แต่เธอกลับพบกับความทุกข์ทรมานอีกครั้ง

“เราหนีมาโดยไม่มีอะไรเลย และยิ่งเข้าสู่ช่วงเดือนรอมฎอน เรายิ่งไม่มีอะไร แม้กระทั่งอาหาร” อาห์เหม็ดกล่าว

สำหรับชาวมุสลิม เดือนรอมฎอนถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของการรวมตัวกันระหว่างสมาชิกภายในครอบครัวเพื่อทำการละหมาดและถือศีลอด แต่สำหรับผู้พลัดถิ่นจากภาวะสงครามในซูดาน การปฏิบัติตามพิธีจึงถือเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับพวกเขา

“ไม่มีองค์กรใดเข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านอาหารหรือเงินทุนกับพวกเราเลย พวกเราไม่มีแม้กระทั่งเงินสำหรับการเลี้ยงดูลูกของเรา” มัจด์ อับดุลลาห์ (Majd Abdullah) หนึ่งในประชาชนผู้อพยพมายังค่ายลี้ภัยอัล-ซาร์ราฟให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมระบุว่า เธอมีเพียงแค่โจ๊กถ้วยเดียวสำหรับเลี้ยงดูสมาชิกภายในครอบครัวที่มีมากถึง 10 คน

ซูมายา ซาเลห์ (Sumaya Saleh) เป็นอีกหนึ่งคนที่ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว Al jazeera ว่า ทั้งเด็กและผู้สูงอายุในค่ายลี้ภัยนี้เป็นกลุ่มที่เปราะบางมากที่สุด โดยเด็กๆ ขาดแคลนอาหารและไม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ในขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวก็ไม่สามารถเข้าถึงยาและการรักษาโรคได้อย่างเหมาะสม

อาห์เหม็ดให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสะอาดและสุขอนามัยในค่ายลี้ภัยว่า กำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต และมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ที่นี่มีแมลงวันเยอะ และห้องน้ำก็สกปรกและร้อนมาก จนกระทั่งหลายคนเริ่มท้องเสียและติดเชื้อทางตาแล้ว พวกเรายังต้องการอุปกรณ์ทำความสะอาดเพิ่มเติมด้วย” เธอกล่าว

สำหรับผู้หญิงซึ่งมีหน้าที่หลักคือการเลี้ยงลูก การที่พวกเธอรอดชีวิตจากพื้นที่สงครามมายังค่ายลี้ภัยอัล-ซาร์ราฟ สิ่งเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นฝันร้ายของพวกเธออีกครั้ง เมื่อปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีพและสภาพความเป็นอยู่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตและการทำหน้าที่ของพวกเธอ

“พวกเราต้องการความช่วยเหลือจริงๆ พวกเราต้องการสิ่งที่ทำให้ลูกของพวกเรารอดชีวิตต่อไปได้ รวมถึงชีวิตของพวกเราเองเช่นกัน” เธอกล่าวทิ้งท้าย

ที่มา:

- https://www.bbc.com/news/articles/c1789eqz1qro

- https://www.aljazeera.com/features/2026/2/25/displaced-sudanese-women-caught-up-in-war-suffer-wretched-ramadan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...