ตร.เตือนร้านทองเสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุงไม่ให้ความร่วมมือเจอเพิ่มเบี้ยประกัน
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาร่วมประชุมป้องกันเหตุชิงทอง โดยเปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวก่อเหตุชิงทรัพย์ทองคำหนัก 198 บาท และเงินสด 1.7 แสนบาท ร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 50 รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ (30 ม.ค.) ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังตามล่ามือปล้นทองและร่วมกันขยายผลต่อเนื่อง จนล่าสุดเมื่อวานนี้สามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุได้แล้ว รวมทั้งพิสูจน์ทราบตะขอทองที่ตกอยู่ในจุดที่พบรถจักรยานยนต์ว่าเป็นของกลางที่คนร้ายชิงไปหรือไม่
ในคลองยังพบของกลางปืนปลอม “โจรหมวกฟาง” ใช้ข่มขู่พนักงานร้านทอง แบบที่ใช้ตามซุ้มยิงปืนงานวัด ไม่มีลูกกระสุนจริง แต่ที่น่ากังวลคือ พฤติกรรมของคนร้ายที่สุขุมและใจเย็นมาก สอดคล้องกับเหตุการณ์ชิงทรัพย์เมื่อปี 2562 ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ซึ่งคราวนั้นยังจับใครไม่ได้
ส่วนจะสาวไปถึงตัวคนร้ายหรือสามารถออกหมายจับได้เลยหรือไม่นั้น ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างทำงาน สำหรับพฤติกรรมของคนร้าย มองว่ามีการวางแผนมาก่อน เพราะเนื่องจากก่อนเกิดเหตุมีข้อมูลว่าคนร้ายเข้ามาดูลาดเลา รวมทั้งพรางตัว ปกปิดบังใบหน้ามิดชิด ซึ่งตำรวจเองไม่ได้ประเมินคนร้ายต่ำไป เพราะเชื่อว่าคนร้ายมีการวางแผนมาอย่างแน่นอน
สำหรับแนวทางเหตุป้องกันการชิงทอง ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการและเน้นย้ำไปยังฝ่ายป้องกันและปราบปรามทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่มีร้านทองกว่า 1,000 ร้าน เบื้องต้นพบว่าประมาณ 100 ร้าน อยู่ในลักษณะพื้นที่สีแดง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยง ก่อให้เกิดอาชญากรรมได้ ดังนั้นจึงได้กำชับไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาลในเรื่องของแผนเผชิญเหตุ ตั้งแต่การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ตลอดจนการติดตามตัวคนร้าย ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 สัปดาห์
นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการร้านทองและห้างสรรพสินค้าที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลง ตั้งแต่การดูแลความปลอดภัยภายในห้อง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่จะต้องมีทักษะในเรื่องการป้องกันเหตุ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ การติดลูกกรงเหล็กในร้านทอง รวมไปถึงเรื่องการเสียค่าประกันภัย ที่จะต้องเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเหตุนี้แน่นอนว่ามันส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวด้วย
ทั้งนี้ตำรวจยอมรับว่ามีผู้ประกอบการบางรายที่ไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ รวมทั้งตำรวจก็จะต้องหารือกับกรมประกันภัย ซึ่งทางตำรวจจะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดเรื่องมาตรการป้องกันเหตุ ดังนั้นผู้ประกอบการก็จะต้องให้ความร่วมมือ ทั้งเรื่องของร้านทองที่จะต้องทำอย่างไรในการป้องกัน รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า เพื่อให้ทางกรมประกันภัยเก็บข้อมูล แล้วนำไปเสนอข้อมูลเป็นเบี้ยประกันภัยในการเสียค่าเบี้ยประกันภัย
ส่วนร้านที่ไม่ให้ความร่วมมือกว่า 100 ร้าน จะต้องเรียกร้องไปยังกรมประกันภัย เพื่อเรียกค่าเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ หากร้านใดไม่ปฏิบัติตามทางกรมประกันภัย ก็จะไม่รับผิดชอบด้วยในคดีที่มีเหตุปล้นร้านทองเกิดขึ้น
ส่วนสถานการณ์ราคาทองที่ความผันผวน ยอมรับว่าสถานที่ร้านทอง เป็นจุดอ่อนไหว มักจะมีโอกาสเกิดเหตุขึ้นได้ ซึ่งขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการไปยังตำรวจทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุและหากเกิดเหตุก็จะต้องจับตัวคนร้ายได้ทันที
ขณะเดียวกันช่วงเช้าวันนี้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้ามาตรวจรถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุเมื่อวานนี้ หลังสามารถไปงมซากรถเจอที่คลองประเวศบุรีรมย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บรวบรวมหลักฐาน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ทองร่วงแรง $235 ‘วอร์ต’ ว่าที่ปธ.เฟดกดดันตลาด ลุ้นแรงซื้อตรุษจีนพยุงราคา
- เตือน"ทองคำ" เสี่ยงสูง ราคาผันผวนหนัก ล่าสุดหลุด 7 หมื่น ย้ำอย่ากู้มาลงทุน "สมาคมค้าทอง" เตรียมประชุมด่วน หาทางรับมือ
- ทองดิ่งแรง! ดอลลาร์แข็ง-ยีลด์พุ่ง ทรัมป์ชง “วอร์ช” นั่ง ปธ.เฟด
- “ทองคำโลก” ดิ่งหนัก แรงสุดในรอบ 10 ปี หลุดระดับ 4,800 ดอลลาร์ เผชิญแรงเทขายกดดัน
- พาณิชย์เตือนร้านทองตรวจเครื่องชั่ง-ติดป้ายราคา ละเลยเจอโทษทั้งคุก-ปรับ