โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เยาวราชแตก! ‘พรรครักชาติ‘หาเสียงแบบใหม่ เดินไป เต้นไป Fc เพียบ

เดลินิวส์

อัพเดต 21 มกราคม 2569 เวลา 7.48 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เยาวราชแตก ! “ชัยวุฒิ-เจษฎ์”หาเสียงแบบใหม่ เดินไปเต้นไป Fc เพียบ แจงปม “คสช.” แก้ รธน.หมวด 1-2 ทำตามกรอบ กฎหมาย ย้ำจุดยืนค้านยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ หวั่นทำชาติแตกแยก

เมื่อ เวลา 20.00 น. วันที่ 20 ม.ค.69 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ ลงพื้นที่ย่านถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยนายอดัม ชินรัตนพิสิทธิ์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 1 เบอร์ 15 หาเสียง

โดยสร้างความครึกครื้นด้วยการเปิดเพลง "รักชาติ 35" เชฟบ๊ะเป็นการหาเสียงที่ไม่เหมือนพรรคใด เพราะ มีการพูด หาเสียง ทั้งภาษาไทย และทักทายนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนี้สมาชิกพรรคนี้เดินไปเต้นไป สร้างสีสันในยามค่ำคืน มีคนทั้งชาวไทย และต่างชาติ มาร่วมเต้นและขอถ่ายรูป

ด้านนายเจษฏ์ มี FC จำนวนมากมาทักทาย บางคนมาเที่ยว กทม.จากต่างจังหวัด อาทิ ตรัง หาดใหญ่ สุโขทัย ส่วนบรรดาพ่อค้าแม่ค้า และเจ้าของร้านในพื้นที่เยาวราช ต่างมาขอถ่ายรูปและมาพูดคุย โดยที่ ประชาชนส่วนมากให้การตอบรับ และเผยว่า ที่ชอบพรรครักชาติ เพราะเป็นพรรคคนรุ่นใหม่ หลายคนเป็น FC นายเจษฎ์ มีการพูดคุยฝากนโยบายการแก้ปัญหา จราจร และความเบื่อหน่ายที่มีต่อนักการเมืองรุ่นเก่า รวมถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ที่ประชาชน เดินเข้ามาคุยกับนายเจษฎ์ ระบุว่าไม่เห็นด้วย สิ้นเปลือง ไม่อยากให้ยุ่งเกี่ยวกับสถาบัน

นายเจษฎ์ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวถึงกรณีที่มีพรรคการเมืองพยายามนำเรื่องที่ คสช.เคยแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาบิดเบือน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องอธิบายให้เข้าใจข้อเท็จจริงและกรอบของกฎหมาย

นายเจษฎ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกยกร่างในสมัยรัชกาลที่ 9 และผ่านประชามติเมื่อวันที่ 9ส.ค.59 โดยยังไม่ได้มีการสถาปนารัฐธรรมนูญนั้น จากนั้นล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ได้เสด็จสวรรคตเสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ 13 ต.ค.59 แล้วจึงเข้าสู่รัชกาลใหม่คือรัชกาลที่ 10 จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการ ให้สอดรับกับการขึ้นครองราชย์ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) ปี 2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 4 มาตรา 39/1 วรรค 11 ที่ระบุว่า "หากมีกรณีที่พระมหากษัตริย์พระราชทานข้อสังเกตว่ามีข้อความใดที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม ให้นายกรัฐมนตรีขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญนั้นคืนมาแก้ไขเพิ่มเติม เฉพาะประเด็นตามข้อสังเกตนั้นและประเด็นที่เกี่ยวเนื่อง"

นายเจษฎ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยให้สัมภาษณ์ในทำนอง “ทรงให้แก้ไข” ว่าเป็นคำพูดแบบกว้าง ๆ แต่สาระคือ ทรงมีพระราชกระแส ทรงมีความคิดเห็น จึงมีความจำเป็นต้องปรับแต่ง หมวด 1 หมวด 2 ให้เหมาะกับกาลสมัยแห่งรัชกาลใหม่ ซึ่งทุกขั้นตอนกระทำภายใต้กฎหมายก่อนที่จะมีการสถาปนารัฐธรรมนูญอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 6เม.ย.60

นายเจษฎ์ ยังได้แสดงความเห็นแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยมองว่ามีความคลาดเคลื่อนในประเด็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ พร้อมอธิบายว่า “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่ที่ประชาชนซึ่งประชาชนใช้สิทธิในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจอธิปไตยในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญ ใช่ แต่ผู้สถาปนารัฐธรรมนูญคือพระมหากษัตริย์ เฉกเช่นเดียวกับเวลาที่ตราพระราชบัญญัติ เหตุที่ใช้คำว่า 'พระราชบัญญัติ' คือพระราชาเป็นผู้บัญญัติ นั่นก็แปลชัดเจนอยู่แล้วว่า กฎหมายทั้งปวงบัญญัติขึ้นโดยพระเจ้าแผ่นดิน”

นายเจษฎ์ กล่าวว่า ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนี้เองที่ทำให้กลุ่มบุคคลที่ประสงค์จะ “ดึงฟ้าลงต่ำ” นำไปใช้อธิบายย่ำยี และเฉไฉในเรื่องการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 จนสร้างความเสียหายและความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน ขอให้เข้าใจกันด้วยว่าทุกสิ่งทุกอย่างกระทำภายใต้กรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 4 ครอบคลุมเรื่องนี้แล้ว และมีความจำเป็น เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญในตอนนั้นยังไม่ได้ถูกสถาปนา รัฐธรรมนูญมาถูกสถาปนาเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2560 วันจักรี ซึ่งนั่นคือความสมบูรณ์ครบถ้วนของรัฐธรรมนูญ ขอให้เข้าใจกันด้วย

นายเจษฎ์ ยังกล่าวขอบคุณ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ที่อธิบายขยายความในแนวทางเดียวกัน พร้อมย้ำว่า การพูดเพียงว่า “หมวด 1 หมวด 2 ไม่แก้” ยังไม่เพียงพอ เพราะยังมีประเด็น “พระราชอำนาจ” และเนื้อหาอื่นในรัฐธรรมนูญที่อาจถูกหยิบยกในการยกร่างฉบับใหม่ ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคง จึงเห็นว่าพรรคการเมืองใดที่คิดจะแก้ไข เพิ่มเติม หรือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะทำอะไรและกระทบส่วนใดบ้าง

ส่วนประเด็นประชามตินั้น นายเจษฎ์ กล่าวว่า ยังไม่ครบถ้วน โดยชี้ว่าคำถามควรมีทั้งเรื่อง “สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” และอีกคำถามตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด คือวิธีการและเนื้อหาจะเป็นอย่างไร ซึ่งมองว่ายังเป็นสิ่งที่ขาดไป

แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ กล่าวยืนยันจุดยืนของพรรค ว่า พรรครักชาติจึงรณรงค์ไม่เห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะยังมีข้อขาดตกบกพร่องอยู่มาก ที่อาจนำไปสู่ความไม่ชัดเจน และก่อให้เกิดความแตกแยก เป็นปัญหาบ้านเมืองต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...