โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กกต. ย้ำ หากเลือกผู้สมัคร สส. ที่ถูกถอนรายชื่อ 18 ราย จะกลายเป็นบัตรเสีย

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวความพร้อมการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติทั่วประเทศ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า กกต. ได้เตรียมพร้อมหน่วยเลือกตั้งไว้ทั่วประเทศ รวม 99,538 หน่วย โดยจะมีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติกว่า 52.9 ล้านคน เดินทางไปใช้สิทธิ์ยังหน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อในทะเบียนบ้าน

ทั้งนี้ กกต. แนะนำให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ได้เตรียมความพร้อม ทั้งตรวจสอบสถานที่ที่ต้องไปใช้สิทธิ์ว่าอยู่ที่ไหน เตรียมหมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตที่จะเลือก และหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก รวมไปถึงการเตรียมตอบคำถามประชามติที่จะสอบถามว่า “ท่านเห็นชอบมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” โดยในบัตรออกเสียงประชามติจะมี 3 ช่องให้เลือกกาในช่องใดช่องหนึ่งเท่านั้น คือ ‘เห็นชอบ’ หรือ ‘ไม่เห็นชอบ’ หรือ ‘ไม่แสดงความคิดเห็น’

นอกจากนี้ ต้องเตรียมเอกสารหลักฐานการแสดงตน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งบัตรประชาชนแม้จะหมดอายุแล้ว ก็ยังสามารถใช้ได้ หรือใช้เอกสารหลักฐานอื่นใด ที่หน่วยงานราชการออกให้และยังไม่หมดอายุ หรือใช้หลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ThaiID บัตรขับขี่ หรือบัตรผู้พิการก็ได้

ทั้งนี้ ศาลฎีกาได้มีคำสั่งถอนรายชื่อผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต รวม 18 ราย ซึ่งหากประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง กาเลือกผู้สมัครเหล่านี้ จะส่งผลให้กลายเป็นบัตรเสียทันที จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงรายชื่อผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ถูกถอนรายชื่อ ได้แก่
1.จังหวัดนครราชสีมา เขต 13 นายฉลอง แสงราษฎเมมินทร์ หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม
2.จังหวัดราชบุรี เขต 3 น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย
3.จังหวัดตาก เขต 2 นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ หมายเลข 6 พรรคประชาชน
4.จังหวัดชัยภูมิ เขต 2 นายพสิษฐ์ คำชัย หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม
5.จังหวัดภูเก็ต เขต 2 นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม
6.จังหวัดระยอง เขต 4 น.ส.วันใหม่ ทรงศิลสอาด หมายเลข 4 พรรคพลังประชารัฐ
7.จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 3 นายกิตษณัฐ อินทร์พรหม หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย
8.จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 3 นายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ หมายเลข 9 พรรคพลวัต
9. จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 4 นายบุญเสริม หัทยานนท์ หมายเลข 9 พรรคเพื่อบ้านเมือง
10.จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 7 นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ หมายเลข 3 พรรคกล้าทำ
11.จังหวัดชลบุรี เขต 6 นางสาวณัฐธัญรดี ปรีณาภาชัยสิริ หมายเลข 12 พรรคไทยสร้างไทย
12.จังหวัดพังงา เขต1 นายหร้าหมาน คลเรียนหมายเลข 6 พรรคพลวัต
13.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 5 นายสมชัย นันทาภิรัตน์ หมายเลข 4 พรรคกล้าทำ
14. จังหวัดอุตรดิตถ์ เขต 1 นายกิตติพัทธ์ แก้วใส หมายเลข 7 พรรคพลังประชารัฐ
15.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 6 นายณัฐพงษ์ สาโรจน์ หมายเลข 7 พรรคไทยก้าวใหม่
16.จังหวัดอุดรธานี เขต 10 นายชาติชาย จันทร์สวย หมายเลข 6 พรรคประชาธิปัตย์
17. จังหวัดอำนาจเจริญ เขต 2 นายสิทธิ โสพสิงห์ หมายเลข 1 พรรคพลังประชารัฐ
18.จังหวัดสระบุรี เขต 2 นายชัยยุตต์ เกิดหลำ หมายเลข 6 พรรคกล้าธรรม

ส่วนผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนรายชื่อ มีรวม 18 ราย ส่งผลให้ผู้สมัครเหล่านี้ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่สังกัดอีกต่อไป แต่ประชาชนยังสามารถกาเลือกพรรคการเมืองที่ผู้สมัครเหล่านี้สังกัดได้

อย่างไรก็ตาม กกต. ได้แจ้งไปยังสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด ให้ดำเนินการปิดประกาศว่า ผู้สมัครรายนี้ หมายเลขนี้ พรรคนี้ถูกถอนชื่อแล้ว รวมถึงในแบบขีดนับคะแนนก็จะมีการขีดฆ่ารายชื่อผู้สมัครที่ถูกถอนรายชื่อด้วย ดังนั้นย้ำว่า หากประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไปกาเลือกผู้สมัครนั้น ๆ ก็จะถือว่าเป็นบัตรเสียทันที

ทั้งนี้ หากผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขต ตรวจพบก่อนวันเลือกตั้ง ว่า มีผู้สมัคร สส. รายใดขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ยังสามารถยื่นศาลฎีกาให้ถอนรายชื่อได้ รวมถึงหากตรวจพบก่อนการประกาศผลการเลือกตั้ง ก็สามารถยื่น กกต. เพื่อสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้

ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ยังกล่าวถึง ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ จะไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิ์ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ได้ เพราะถือว่าหมดสิทธิ์เลือกตั้งแล้ว ขณะเดียวกัน หากประชาชนผู้มีสิทธิ์ได้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามตินอกเขต สิทธิ์ในการออกเสียงประชามติก็จะยังคงอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านเหมือนเดิม

ในกรณีที่ประชาชนบางราย พบข้อมูลว่า หน่วยเลือกตั้ง กับหน่วยออกเสียงประชามติ อยู่คนละแห่งนั้น ยืนยันว่า หากประชาชนผู้มีสิทธิ์ไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า และไม่ได้ลงทะเบียนขอออกเสียงประชามตินอกเขต หน่วยในการใช้สิทธิ์จะเป็นหน่วยเดียวกันแน่นอน ยกเว้นกรณีที่ ประชาชนผู้มีสิทธิ์ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า หรือลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามตินอกเขตไว้ อาจส่งผลให้ หน่วยที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง กับหน่วยที่ไปออกเสียงประชามติจะเป็นคนละหน่วยกันได้

ส่วนประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่ได้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่ตรวจไม่พบรายชื่อนั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร บอกว่า ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าไม่สำเร็จ เนื่องจากผู้มีสิทธิ์กรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน ส่งผลให้สิทธิ์การเลือกตั้งยังคงอยู่ที่หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านเหมือนเดิม

สำหรับข้อห้ามสำคัญในการเลือกตั้ง กฎหมายได้ระบุไว้ว่า ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันก่อนการเลือกตั้ง หรือ 7 กุมภาพันธ์ ไปจนถึง 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง หรือ 8 กุมภาพันธ์ ห้ามผู้ใดขาย จำหน่าย จ่าย แจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดทั่วทั้งประเทศ หากฝ่าฝืนอาจมีความผิดตามกฎหมาย รวมถึงผู้สมัครและพรรคการเมืองก็ห้ามหาเสียงเลือกตั้งทุกประเภท นับตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันนี้ (7 ก.พ.) ไปจนถึงวันสิ้นสุดการเลือกตั้ง หรือวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ.) หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...