กกต. ย้ำ หากเลือกผู้สมัคร สส. ที่ถูกถอนรายชื่อ 18 ราย จะกลายเป็นบัตรเสีย
ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวความพร้อมการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติทั่วประเทศ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า กกต. ได้เตรียมพร้อมหน่วยเลือกตั้งไว้ทั่วประเทศ รวม 99,538 หน่วย โดยจะมีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติกว่า 52.9 ล้านคน เดินทางไปใช้สิทธิ์ยังหน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อในทะเบียนบ้าน
ทั้งนี้ กกต. แนะนำให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ได้เตรียมความพร้อม ทั้งตรวจสอบสถานที่ที่ต้องไปใช้สิทธิ์ว่าอยู่ที่ไหน เตรียมหมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตที่จะเลือก และหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก รวมไปถึงการเตรียมตอบคำถามประชามติที่จะสอบถามว่า “ท่านเห็นชอบมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” โดยในบัตรออกเสียงประชามติจะมี 3 ช่องให้เลือกกาในช่องใดช่องหนึ่งเท่านั้น คือ ‘เห็นชอบ’ หรือ ‘ไม่เห็นชอบ’ หรือ ‘ไม่แสดงความคิดเห็น’
นอกจากนี้ ต้องเตรียมเอกสารหลักฐานการแสดงตน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งบัตรประชาชนแม้จะหมดอายุแล้ว ก็ยังสามารถใช้ได้ หรือใช้เอกสารหลักฐานอื่นใด ที่หน่วยงานราชการออกให้และยังไม่หมดอายุ หรือใช้หลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ThaiID บัตรขับขี่ หรือบัตรผู้พิการก็ได้
ทั้งนี้ ศาลฎีกาได้มีคำสั่งถอนรายชื่อผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต รวม 18 ราย ซึ่งหากประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง กาเลือกผู้สมัครเหล่านี้ จะส่งผลให้กลายเป็นบัตรเสียทันที จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงรายชื่อผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ถูกถอนรายชื่อ ได้แก่
1.จังหวัดนครราชสีมา เขต 13 นายฉลอง แสงราษฎเมมินทร์ หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม
2.จังหวัดราชบุรี เขต 3 น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย
3.จังหวัดตาก เขต 2 นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ หมายเลข 6 พรรคประชาชน
4.จังหวัดชัยภูมิ เขต 2 นายพสิษฐ์ คำชัย หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม
5.จังหวัดภูเก็ต เขต 2 นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม
6.จังหวัดระยอง เขต 4 น.ส.วันใหม่ ทรงศิลสอาด หมายเลข 4 พรรคพลังประชารัฐ
7.จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 3 นายกิตษณัฐ อินทร์พรหม หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย
8.จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 3 นายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ หมายเลข 9 พรรคพลวัต
9. จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 4 นายบุญเสริม หัทยานนท์ หมายเลข 9 พรรคเพื่อบ้านเมือง
10.จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 7 นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ หมายเลข 3 พรรคกล้าทำ
11.จังหวัดชลบุรี เขต 6 นางสาวณัฐธัญรดี ปรีณาภาชัยสิริ หมายเลข 12 พรรคไทยสร้างไทย
12.จังหวัดพังงา เขต1 นายหร้าหมาน คลเรียนหมายเลข 6 พรรคพลวัต
13.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 5 นายสมชัย นันทาภิรัตน์ หมายเลข 4 พรรคกล้าทำ
14. จังหวัดอุตรดิตถ์ เขต 1 นายกิตติพัทธ์ แก้วใส หมายเลข 7 พรรคพลังประชารัฐ
15.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 6 นายณัฐพงษ์ สาโรจน์ หมายเลข 7 พรรคไทยก้าวใหม่
16.จังหวัดอุดรธานี เขต 10 นายชาติชาย จันทร์สวย หมายเลข 6 พรรคประชาธิปัตย์
17. จังหวัดอำนาจเจริญ เขต 2 นายสิทธิ โสพสิงห์ หมายเลข 1 พรรคพลังประชารัฐ
18.จังหวัดสระบุรี เขต 2 นายชัยยุตต์ เกิดหลำ หมายเลข 6 พรรคกล้าธรรม
ส่วนผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนรายชื่อ มีรวม 18 ราย ส่งผลให้ผู้สมัครเหล่านี้ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่สังกัดอีกต่อไป แต่ประชาชนยังสามารถกาเลือกพรรคการเมืองที่ผู้สมัครเหล่านี้สังกัดได้
อย่างไรก็ตาม กกต. ได้แจ้งไปยังสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด ให้ดำเนินการปิดประกาศว่า ผู้สมัครรายนี้ หมายเลขนี้ พรรคนี้ถูกถอนชื่อแล้ว รวมถึงในแบบขีดนับคะแนนก็จะมีการขีดฆ่ารายชื่อผู้สมัครที่ถูกถอนรายชื่อด้วย ดังนั้นย้ำว่า หากประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไปกาเลือกผู้สมัครนั้น ๆ ก็จะถือว่าเป็นบัตรเสียทันที
ทั้งนี้ หากผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขต ตรวจพบก่อนวันเลือกตั้ง ว่า มีผู้สมัคร สส. รายใดขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ยังสามารถยื่นศาลฎีกาให้ถอนรายชื่อได้ รวมถึงหากตรวจพบก่อนการประกาศผลการเลือกตั้ง ก็สามารถยื่น กกต. เพื่อสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้
ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ยังกล่าวถึง ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ จะไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิ์ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ได้ เพราะถือว่าหมดสิทธิ์เลือกตั้งแล้ว ขณะเดียวกัน หากประชาชนผู้มีสิทธิ์ได้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามตินอกเขต สิทธิ์ในการออกเสียงประชามติก็จะยังคงอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านเหมือนเดิม
ในกรณีที่ประชาชนบางราย พบข้อมูลว่า หน่วยเลือกตั้ง กับหน่วยออกเสียงประชามติ อยู่คนละแห่งนั้น ยืนยันว่า หากประชาชนผู้มีสิทธิ์ไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า และไม่ได้ลงทะเบียนขอออกเสียงประชามตินอกเขต หน่วยในการใช้สิทธิ์จะเป็นหน่วยเดียวกันแน่นอน ยกเว้นกรณีที่ ประชาชนผู้มีสิทธิ์ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า หรือลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามตินอกเขตไว้ อาจส่งผลให้ หน่วยที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง กับหน่วยที่ไปออกเสียงประชามติจะเป็นคนละหน่วยกันได้
ส่วนประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่ได้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่ตรวจไม่พบรายชื่อนั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร บอกว่า ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าไม่สำเร็จ เนื่องจากผู้มีสิทธิ์กรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน ส่งผลให้สิทธิ์การเลือกตั้งยังคงอยู่ที่หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านเหมือนเดิม
สำหรับข้อห้ามสำคัญในการเลือกตั้ง กฎหมายได้ระบุไว้ว่า ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันก่อนการเลือกตั้ง หรือ 7 กุมภาพันธ์ ไปจนถึง 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง หรือ 8 กุมภาพันธ์ ห้ามผู้ใดขาย จำหน่าย จ่าย แจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดทั่วทั้งประเทศ หากฝ่าฝืนอาจมีความผิดตามกฎหมาย รวมถึงผู้สมัครและพรรคการเมืองก็ห้ามหาเสียงเลือกตั้งทุกประเภท นับตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันนี้ (7 ก.พ.) ไปจนถึงวันสิ้นสุดการเลือกตั้ง หรือวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ.) หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย.