โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

WTI-BRENT ปิดบวก รับเงินเฟ้อสหรัฐชะลอ จับตาโอเปกจ่อเพิ่มผลิต-ความขัดแย้งตะวันออกกลาง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.พ. เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 02.37 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 ก.พ.) หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อโดยรวมของสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยบดบังความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันที่อาจเพิ่มขึ้น จากแนวโน้มที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) จะกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตอีกครั้ง

สำหรับการปิดตลาดในวันศุกร์ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5 เซนต์ หรือ 0.08% ปิดที่ระดับ 62.89 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.34% ปิดที่ระดับ 67.75 ดอลลาร์/บาร์เรล อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมตลอดทั้งสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันทั้งสองชนิดปรับตัวลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงเกือบ 3% ในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดสัปดาห์ลดลงราว 0.5% และสัญญา WTI ลดลง 1%

ปัจจัยหนุนตลาดในวันศุกร์มาจากรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนม.ค. ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าตัวเลขคาดการณ์ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวลดลงและการชะลอตัวของเงินเฟ้อจากหมวดค่าเช่า โดยนักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์เงินเฟ้อที่ดูเหมือนกำลังทรงตัว จะเป็นปัจจัยบวกต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับลดลงเล็กน้อย และเมื่ออัตราดอกเบี้ยเริ่มลดลงก็จะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงเผชิญปัจจัยกดดันจากรายงานข่าวที่ระบุว่า โอเปกมีแนวโน้มจะกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนเม.ย. เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันสูงสุดในช่วงฤดูร้อน และใช้โอกาสที่ราคาน้ำมันปรับตัวแข็งแกร่งจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงในช่วงต้นการซื้อขาย

ด้านสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ในช่วงต้นสัปดาห์ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นจากความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจโจมตีอิหร่านจากประเด็นโครงการนิวเคลียร์ แต่ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ระบุว่า สหรัฐฯ อาจบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านภายในเดือนหน้า ได้กดดันราคาน้ำมันให้ลดลง อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยในวันศุกร์ว่า กระทรวงกลาโหมเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินจากทะเลแคริบเบียนไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งจะทำให้มีเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการในภูมิภาคถึง 2 ลำ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ทางฝั่งรัสเซียระบุว่าการเจรจาสันติภาพรอบถัดไปกับยูเครนจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

นักวิเคราะห์ประเมินว่า การเจรจากับอิหร่านและรัสเซียจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดในระยะสั้น โดยมองว่าอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกในระยะใกล้ยังอยู่ในระดับที่เพียงพอ และราคาซื้อขายล่วงหน้าน่าจะรวมค่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ไว้แล้วราว 5-7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทางด้านข้อมูลอุปทานในสหรัฐฯ บริษัท เบเกอร์ ฮิวจ์ (Baker Hughes) รายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันลดลง 3 แท่น เหลือ 409 แท่นในสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรภาคพลังงานของเวเนซุเอลา โดยสหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตทั่วไป 2 ฉบับในวันศุกร์ อนุญาตให้บริษัทพลังงานทั่วโลกสามารถดำเนินโครงการน้ำมันและก๊าซในเวเนซุเอลาได้ รวมถึงเปิดทางให้บริษัทอื่นเจรจาสัญญาเพื่อนำเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศ ซึ่งนายคริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดขายน้ำมันจากเวเนซุเอลาภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ มีมูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว และคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มอีก 5 พันล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ของสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้จัดการกองทุนได้เพิ่มสถานะซื้อสุทธิในสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าและออปชันของสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 10 ก.พ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...