โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

5 ประเทศเสี่ยงหายไป! จากแผนที่โลกก่อนปี 2050

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
5 ประเทศที่อาจหายไปจากแผนที่โลกภายในปี 2050 จากผลกระทบของ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” บางประเทศ โดยเฉพาะเกาะและพื้นที่ลุ่มต่ำจะสูญเสียพื้นที่อย่างรุนแรงภายในปี 2050 โดยระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ภาวะโลกร้อน และการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ กำลังคุกคามเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร และที่อยู่อาศัยของประชาชน แม้ประเทศอาจไม่หายไปทั้งหมด แต่การสูญเสียแผ่นดินกำลังกลายเป็นวิกฤตระดับโลกที่ไม่อาจมองข้าม

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถูกยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นปัญหาจริงที่กำลังคุกคามโลก ไม่ว่าจะเป็นการทำลายชั้นโอโซน การละลายของขั้วโลก หรือสภาพอากาศสุดขั้วที่ทวีความรุนแรงขึ้น ภาพเหล่านี้อาจฟังดูเหมือนวันสิ้นโลก และในหลายกรณีก็ไม่เกินจริง หนึ่งในความเป็นไปได้ที่น่าหวั่นเกรงที่สุดตามการคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์ คือการที่ทั้งประเทศอาจ “หายไป” จากแผนที่โลกจากผลกระทบของภาวะโลกร้อน และหลายฝ่ายเชื่อว่าอาจเกิดขึ้นได้ก่อนปี 2050

คำถามสำคัญคือ เราจะทราบได้อย่างไรว่าประเทศใดมีความเสี่ยงจะหายไปในอนาคตอันใกล้ แหล่งข้อมูลอย่าง World Atlas ได้วิเคราะห์ตัวชี้วัดสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ภูมิศาสตร์ และสังคมเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนมีส่วนทำให้บางประเทศตกอยู่ในความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม นักวิชาการชี้ว่า ประเทศส่วนใหญ่อาจไม่หายไปทั้งหมด แต่จะสูญเสียพื้นที่จำนวนมากจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น

มัลดีฟส์ (Maldives)

มัลดีฟส์กำลังเผชิญกับระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2.3 มิลลิเมตร ประเทศหมู่เกาะราบต่ำกลางมหาสมุทรอินเดียแห่งนี้มีความท้าทายทางภูมิศาสตร์อย่างรุนแรง เนื่องจากกว่า 80% ของพื้นที่ประเทศอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่ถึง 1 เมตร เศรษฐกิจของประเทศยังพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งน่ากังวลยิ่งขึ้นเมื่อชุมชนส่วนใหญ่อยู่ห่างจากชายฝั่งเพียงราว 100 เมตร ปัจจุบันรัฐบาลกำลังสร้างเกาะเทียมและวางแผนย้ายประชาชนไปยังพื้นที่สูงกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญหายจากแผนที่โลก

เวียดนาม (Vietnam)

เวียดนามกำลังเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นประเทศที่มีแม่น้ำและแหล่งน้ำจำนวนมาก หากระดับน้ำทะเลยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดน้ำทะเลรุกล้ำแม่น้ำและทำให้พื้นที่นาข้าวเกิดความเค็ม ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการผลิตข้าว ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรหลักของประเทศ และเป็นฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังเตือนว่าอุณหภูมิในเวียดนามอาจเพิ่มขึ้นถึง 3 องศาเซลเซียส ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ซามัว (Samoa)

ซามัวเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างรุนแรง หมู่เกาะทั้งเจ็ดกำลังเผชิญระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4 มิลลิเมตร ขณะเดียวกัน อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นกำลังทำลายแนวปะการัง ซึ่งเป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติจากคลื่นทะเล ส่งผลให้ซามัวมีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่อาจหายไปจากแผนที่โลก

ฟิจิ (Fiji)

ฟิจิเป็นอีกหนึ่งประเทศหมู่เกาะที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประเทศนี้มีภูมิประเทศต่ำเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีความเปราะบางอย่างยิ่ง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หมู่บ้านหลายแห่ง เช่น วูนิโดโกโลอา (Vunidogoloa) ถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานแล้ว รายงานของธนาคารโลกระบุว่า บางหมู่บ้านสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งไปแล้วถึง 15–20 เมตร เนื่องจากการเสื่อมสลายของป่าชายเลน

หมู่เกาะโซโลมอน (Solomon Islands)

หมู่เกาะโซโลมอนประกอบด้วยเกาะกว่า 990 เกาะ ตั้งอยู่ระหว่างหมู่เกาะโซโลมอนและซานตาครูซในมหาสมุทรอินเดีย ประเทศแห่งนี้อาจเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่หายไปจากแผนที่โลกจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัจจุบันมีเกาะอย่างน้อย 5 เกาะจมอยู่ใต้น้ำแล้ว และอีก 6 เกาะถูกน้ำท่วมไปกว่า 20% ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 8 มิลลิเมตร ทำให้ต้องเร่งดำเนินการ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังคุกคามการดำรงอยู่ของประเทศทั้งประเทศ โดยเฉพาะรัฐเกาะและพื้นที่ลุ่มต่ำทั่วโลก แม้ประเทศเหล่านี้อาจไม่หายไปทั้งหมดในทันที แต่การสูญเสียพื้นที่อย่างต่อเนื่องกำลังส่งผลกระทบต่อประชากร เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง พร้อมเป็นสัญญาณเตือนว่าภาวะโลกร้อนได้กลายเป็นภัยคุกคามเชิงอารยธรรมที่ไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...