หนุ่มวัย36รอดตายปาฏิหาริย์! เชื่อบารมีเล็บหลวงปู่กู้ชีวิต นาทีรถยับดับ 6 ศพ สลดทิ้งลูก ม.1 กำพร้า
วันที่ 22 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 162 หมู่ 2 ตำบลนาหนาด อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อสอบถามนายอรรถพล วงษ์คะสุ่ม หรือ “เบล” อายุ 36 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนรุนแรงที่คร่าชีวิตผู้โดยสารรวม 6 ราย ซึ่งเจ้าตัวรอดชีวิตมาได้ราวปาฏิหาริย์
นายอรรถพล เปิดเผยว่า รถกระบะที่เกิดเหตุเป็นรถของตนเอง ได้ต่อคอกสูงไว้สำหรับขนส่งแรงงานที่ถูกกฎหมาย ทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ตนได้ขับรถออกจากบ้านพักใน ต.นาหนาด พร้อมกับเพื่อนสาวคือ น.ส.พิมสุดา โพธิราช หรือ “หน่อย” อายุ 36 ปี เพื่อเดินทางไปรับแรงงานชาวลาวที่มารับจ้างเก็บผลไม้ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อพากลับภูมิลำเนา แขวงคำม่วน สปป.ลาว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจังหวัดนครพนม
คณะเดินทางมาถึงจังหวัดจันทบุรีในเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 18 มกราคม ก่อนจะตระเวนรับแรงงานตามสวนต่าง ๆ จนครบตามจำนวน ต่อมาตนเกิดอาการอ่อนล้าจากการขับรถต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน จึงเปลี่ยนให้ น.ส.พิมสุดา เป็นผู้ขับรถแทน
กระทั่งรถแล่นมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนสองเลน มีรถกระบะอีกคันขับมาด้วยความเร็วสูง พยายามแซงรถจักรยานยนต์ในระยะกระชั้นชิด ก่อนเสียหลักพุ่งชนรถกระบะของตนอย่างแรง ส่งผลให้ น.ส.พิมสุดา ถูกพวงมาลัยอัดก็อปปี้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พร้อมผู้โดยสารแรงงานชาวลาวเสียชีวิตรวม 5 ราย
นายอรรถพล กล่าวว่า ภาพรถพุ่งชนยังคงติดตา และได้ยินเสียงเพื่อนสาวร้องออกมาเพียงคำเดียวว่า “โอ้ย” ก่อนที่สติจะวูบดับไป มารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อแพทย์ช่วยเหลืออยู่ที่โรงพยาบาล
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเครื่องรางของขลัง นายอรรถพล เล่าว่า ก่อนออกไปรับแรงงาน ได้แวะไปกราบหลวงปู่บุญยอ ขันติโก อายุ 99 ปี เจ้าอาวาสวัดเทพนัดดา ซึ่งขณะนั้นเห็นเล็บมือและเล็บเท้าของหลวงปู่ยาว จึงขออนุญาตตัดเก็บไว้เป็นสิริมงคล และยังได้รับเมตตามอบล็อกเก็ตมาอีก 1 เหรียญ จึงเก็บใส่ไว้ในกระเป๋าสะพาย เชื่อว่าเป็นปาฏิหาริย์จากวัตถุมงคลของหลวงปู่บุญยอ ที่ทำให้ตนรอดชีวิตมาได้ ทั้งที่สภาพรถเสียหายยับเยิน แต่ตนได้รับบาดเจ็บเพียงรอยฟกช้ำบริเวณแขนและขาเท่านั้น
สำหรับร่างแรงงานชาวลาวที่เสียชีวิต นายอรรถพลระบุว่า ได้ส่งมอบให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่ สปป.ลาว เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสระแก้ว จำนวนประมาณ 4 ราย
ขณะที่ร่างของ น.ส.พิมสุดา เพื่อนสาว ได้มีพิธีฌาปนกิจในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน โดยผู้เสียชีวิตเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีบุตรชายกำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 การจากไปอย่างกะทันหัน ทำให้เด็กชายต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัว กลายเป็นเด็กกำพร้าในทันที