โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ผู้บริหาร SCG ชง ‘ปฏิรูปการศึกษา’ ปั้นทักษะคนรุ่นใหม่ แข่งตลาดโลก - ยกระดับทั้งประเทศ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผู้บริหาร SCG เสนอ ‘ปฏิรูปการศึกษา’ ยกระดับทั้งประเทศ ปั้นทักษะคนรุ่นใหม่ แข่งขันได้ใน ‘ตลาดแรงงานโลก’

เมื่อวันที่ 22 มกราคม เวลา 09.30 – 12.00 น. ที่ อาคารริมน้ำ ศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ งานสื่อสารองค์กร มธ. จัดงานเสวนา “ปีม้าไฟ กับอนาคตคนรุ่นใหม่ (ว่าที่) รัฐบาล ต้องทำอะไร ในโลกที่งานไม่รอคน” ฟังมุมมองจากนักวิชาการ ตัวแทนนักศึกษา มธ. และภาคเอกชน

โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา ได้แก่ นางสาวอพิชญา วิทยากุล นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. , ศ. ดร.อาณัติ ลีมัคเดช อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. , ผศ. ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มธ. , นายเมธา ประภาวกุล ผู้อำนวยการสำนักงานการบุคคลกลาง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

นายเมธา ประภาวกุล ผู้อำนวยการสำนักงานการบุคคลกลาง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงมุมมองภาคธุรกิจและปัญหาการจ้างงาน การทำงาน ในปัจจุบัน โดยมองว่า โลกของการทำงานเปลี่ยนไปค่อนข้างเร็ว ไม่ใช่เพราะทักษะ ธุรกิจหลายธุรกิจเวลางานมันหายไม่ได้เกิดจากธุรกิจ เพราะธุรกิจหายก่อน สังเกตธุรกิจหลายตัวหาย แล้วงานจะหายตาม เป็นโดมิโน่ ซึ่งตั้งตำถามก่อนที่จะมา จริงๆ เราเตรียมคนเร็วพอไหมที่จะปรับไปสู่ในโลกที่ความเร็วไม่เหมือนเดิม ในภาคธุรกิจ

“สิ่งแรกที่อยากจะปูพื้นก่อนคือ ปัจจุบันธุรกิจอาจจะต้องมองภาพใหญ่ขึ้น เพราะว่าไม่มีเส้นกั้นระหว่างประเทศ คีย์เวิร์ดขอใช้คำว่า Diversity หลายธุรกิจต้องบริหารจัดการความหลากหลาย ตัวอย่าง SCG ตอนที่เข้างานเมื่อ 30 ปี ที่แล้ว ธุรกิจมีอยู่ 20-30 บริษัท วันนี้มีบริษัทประมาณ 400 บริษัท พนักงาน 50,000 กว่าคน เท่าเดิม

*แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ พนักงานมีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากขึ้น มีทั้งหมด 34 เชื้อชาติ ต่อไปทุกคนจะเข้าสู่ตลาดแรงงานที่เป็น Global Citizen ทุกคนสามารถหมุนอยู่ในตลาดแรงงานรอบๆ ได้ พนักงาน SCG ไม่ได้ทำงานอยู่ประเทศไทยอย่างเดียว SCG ลงทุนอยู่ 20-30 ประเทศ ทั้งในอาเซียน เอเชีย ยุโรป อเมริกา ถ้าถามว่า SCG ลงทุนประเทศไหนเยอะที่สุด จริงๆ พนักงานถ้าไม่ใช่คนไทย ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนเวียดนาม เหมือนเวียดนามจะกลายเป็น Regional Head Quarter” น*ายเมธา กล่าว

นายเมธา กล่าวต่อว่า สิ่งที่สอง ภาคธุรกิจมีการบริหารความหลากหลายค่อนข้างเยอะ เพื่อกระจายเรื่องความเสี่ยง ยิ่งธุรกิจที่มีความไม่แน่นอน แสดงว่าต้องบริหารจัดการความเสี่ยงเยอะ และธุรกิจที่มีความหลากหลายอยู่ในทุกๆ ภูมิภาค ทำให้ธุรกิจสามารถเอาตัวรอดและไปต่อได้ คนที่เข้ามาสู่ตลาดแรงงานจะมีความหลากหลาย ซึ่งพนักงานที่เข้ามาอยู่ในภาคธุรกิจ ต้องสามารถย้ายโลเคชั่นการทำงานได้หลากหลายมิติ

และเรื่องของภาษา เป็นอีกส่วนหนึ่ง และสิ่งที่สาม การอยู่ในความหลากหลายของ Generation

“SCG พนักงาน 60 เปอร์เซ็นต์เป็น Gen Y กับ Gen Z แสดงว่าพี่ๆ หลายคนต้องปรับตัวกับน้องๆ ถ้าไม่สามารถตอบโจทย์ความหลากหลายได้ ธุรกิจจะไปต่อไม่ได้ เพราธุรกิจต้องไปต่อด้วยคน ซึ่งธุรกิจที่อยู่ใน SCG มีทั้งที่ไปต่อ ธุรกิจใหม่ และธุรกิจที่ล้มหายตายจาก เรียกว่า Exit ถ้าธุรกิจไหนไม่ทำกำไรต้องปิดตัว และเปิดธุรกิจใหม่ที่ต้องไปซื้อกิจการบริษัท” นายเมธาระบุ

นายเมธาเผยว่า ทักษะแรกที่คนจะเข้ามาทำงานภาคธุรกิจคือ‘ความสามารถในการเรียนรู้ตลอดเวลา’ แบบที่อาจารย์หลายคนบอกว่า การเรียนไม่ได้จบแค่วิชาเดียว ไม่ได้จบที่ความรู้แบบเดียว เราต้องพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา และต้องเรียนรู้เร็ว เพราะเรากำลังแข่งขันกับธุรกิจโลก ไม่มีขอบเขตในการส่งออกสินค้า E-Commerce จึงไม่จำเป็นจะต้องมาตั้งโรงงานเพื่อที่จะค้าขายกัน ทำให้การเตรียมคนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

ส่วนทักษะที่สองยิ่งโจทย์เปลี่ยนเร็ว สิ่งที่ตามมาคือ ‘ระบบและข้อมูล’ ต้องคิดอย่างเป็นระบบ และต้องตรวจสอบข้อมูลที่เร็วตาม ซึ่งไม่มีใครไม่ผิดพลาด แต่ผิดพลาดแล้วปรับเร็ว ทำให้ลุกขึ้นใหม่ได้

ทักษะที่สาม เรื่อง ซอฟต์สกิล ตัวแรก Empathy การทำงานในโลกธุรกิจต้องติดต่อคนที่หลากหลาย ความเข้าอกเข้าใจคู่ค้า ลูกค้า คู่ธุรกิจ ค่อนข้างสำคัญ ทำให้ธุรกิจไปต่อได้ เพราะส่วนใหญ่ถ้าเรื่อง Empathy ไม่ได้ พอเกิดปัญหาขึ้น จะลำยาก ยิ่งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งการทำงานบริษัทใหญ่ต้องเป็นคู่ค้าได้กับทุกประเทศ

ถึงแม้วันนี้จะมีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์กับบางประเทศ แต่การดำเนินการของ SCG ยังไปต่อ การบริหาร Empathy คือ ความเข้าอกเข้าใจและเห็นผลประโยชน์ในภาพรวม และซอฟต์สกิลตัวที่สองคือ เรื่องการสื่อสาร โดยเฉพาะ Gen Z จุดแข็งที่เด็กรุ่นใหม่ได้เปรียบกว่าคนรุ่นก่อน น้องๆ มีความสามารถเรื่อง เทคโนโลยีค่อนข้างเร็ว มีทักษะในการตั้งคำถามได้ดี และเข้าใจผู้บริโภคในรุ่นเดียวกัน

ถ้าจะเตรียมคนรุ่นนี้ให้เข้าใจความรู้เรื่อง ธุรกิจ เตรียมก่อนการเข้าสู่การทำงานในชีวิตจริงได้ แบบที่ SCG ทำงานร่วมกับเมื่อปีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เด็กปี 3-4 มีการเซ็นต์สัญญาที่แล้ว ทำให้เข้าใจธุรกิจและได้ทำงานกับลูกค้า” นายเมธา กล่าว

นายเมธากล่าวต่อว่าชีวิตการทำงานจริงต้องทำงานร่วมกับคน โจทย์ของคนรุ่นใหม่ ต้องรู้ลึก รู้จริง ทาง SCG จึงได้ให้ทำงานเจอกับลูกค้าและต้องรู้จักสร้างทีม ต่อไปถ้าทำกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้ แล้วทำได้แบบนี้ จะสามารถเตรียมคนสำหรับอนาคตได้

ปกติประเทศไทยถ้าทำงาน Ecosystem ทำงานเป็นกลุ่ม มองผลประโยชน์ของชาติและธุรกิจเป็นหลัก จะช่วยทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งธุรกิจที่จะไปต่อได้คือ ธุรกิจใหม่ที่ปรับตัว

สิ่งสำคัญคือน้องๆ ที่จะเข้ามาในตลาดแรงงาน ต้องเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด ซึ่ง SCG มีโครงการนักศึกษาฝึกงานกับทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษาที่มานำเสนองานระหว่างทางรู้ว่าผิดพลาด แล้วรีบกลับไปปรับ ปรับเสร็จมานำเสนอใหม่ ปรับไปเรื่อยๆ จนถึงรอบสุดท้าย ทำให้น้องรู้สึกว่า การทำธุรกิจจะต้องมีสิ่งผิดพลาด ยืนยันเหมือนเดิมว่าธุรกิจต้องรับคน แต่ต้องรับคนที่มีทักษะตรงกับอนาคตที่ธุรกิจต้องการด้วย” นายเมธากล่าว

นายเมธา ยังฝากถึงทุกภาคส่วนในเรื่องของอนาคตคนรุ่นใหม่ ด้วยว่า ประเทศทุกประเทศจะไม่ชนะด้วยค่าแรงที่ถูก สิ่งที่ประเทศทำได้คือ ทักษะของคนที่จะสามารถแข่งขันได้ อาจจะต้อง ‘ปฏิรูประบบการศึกษา’ อันนี้ยกระดับทั้งประเทศ ถ้ามองภาคธุรกิจ รู้อยู่แล้วว่าต้องหาเงิน หาเงินเพื่อนำมาเลี้ยง สมมติว่าเงินหาได้น้อย ต้องลดต้นทุน แต่ถ้าลดต้นทุน แล้วมีลำดับความสำคัญที่ต้องจัดการอีกเยอะ ก็ต้องจัดลำดับความสำคัญ ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ ต้องเปลี่ยนระบบการศึกษาใหม่

“ผมชอบระบบการศึกษาของโรงเรียนหนึ่ง เขาไม่ได้สอนแบบทฤษฎี เขาสอนให้แก้ปัญหา รู้จักคิดตั้งแต่ตอนต้น ยกตัวอย่าง ให้เงินก้อนหนึ่ง เพื่อทำพิซซ่าขาย ต้องขายให้มีกำไร เด็กจะเรียนรู้ว่าจะหาวัตถุดิบที่ไหนให้มีราคาถูก วิธีการทำพิซซ่าให้อร่อย ต้องหาลูกค้า เรียนรู้ว่าลูกค้าแต่ละคนชอบพิซซ่าแบบไหน และตั้งราคาเท่าไหร่ให้ได้กำไร นี่คือการเรียนรู้ หลักการตลาดในภาคธุรกิจ

เป็นการปูพื้นฐานตั้งแต่เด็กๆ ทำอย่างไรให้ไม่มีหนี้ครัวเรือนและมีเงินออม ซึ่งต้องแก้ปัญหา Ecosystem ทั้งระบบ ถ้าเข้าใจธุรกิจและคนของแต่ละประเทศ จะทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับข้างนอกได้ จะให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างเดียวไม่ได้ คิดว่าทุกภาคส่วนต้องช่วยกันแก้ปัญหา” นายเมธา กล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้บริหาร SCG ชง ‘ปฏิรูปการศึกษา’ ปั้นทักษะคนรุ่นใหม่ แข่งตลาดโลก – ยกระดับทั้งประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...