โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CENTEL ลุย JV อัพพอร์ต กลุ่มโรงแรมปีนี้โตสองหลัก

ทันหุ้น

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#CENTEL #ทันหุ้น CENTEL ตั้งเป้ารายได้โรงแรมปี 2569 โต 1415% แตะ 1.571.59 หมื่นล้านบาท มอง RevPAR 4,6004,800 บาท วางแผนลุยครบสูตรทั้ง ครบลักซ์ชัวรี–มิดสเกล-ร่วม OR รุก Budget Hotel มองหาการร่วมมือ JV พันธมิตรต่อ ธุรกิจอาหารเป้ายอดขายสาขาเดิมโต1% เปิดใหม่ 5060 สาขา โบรกมองโรงแรมปีนี้โตดียาวถึงโลว์ซีซัน

นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าธุรกิจโรงแรมปี 2569 เติบโตตามทิศทางท่องเที่ยวโลก หลังองค์การการท่องเที่ยวแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) คาดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3–4% ใกล้ระดับก่อนโควิด หนุนไทย–มัลดีฟส์–ญี่ปุ่นฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้ยังมีความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และเงินบาทแข็งค่า

เบื้องต้นตั้งเป้ารายได้เฉลี่ยกลุ่มธากิจโรงแรมเติบโตราว 14 – 15% เมื่อเทียบกับรายได้รวมปี 2568 ที่ผ่านมา หรือแตะที่ราว 15,700 – 15,900 ล้านบาท อัตราการเข้าพัก (OCC) เฉลี่ยทั้งปี 2569 ระหว่าง 75 – 78% รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก(RevPAR) ในกรอบ 4,600 – 4,800 บาท หนุนจากการรับรู้รายได้เต็มปีจาก 2 โรงแรมในมัลดีฟส์ และโรงแรมเซ็นทารา กะรน วิลล่าภูเก็ต พร้อมกันนี้บริษัมมีแผนการเปิดให้บริการโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นในในที่ 1 เมษายน 2569 นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของ OCC ในช่วงที่เหลือของปี 2569 ได้อย่างมีนัยสำคัญ

“4 โรงแรมในมัลดีฟส์มีอัตราการเข้าพักที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง คาดนักท่องเที่ยวโต 6–7% รับอานิสงส์เพิ่มเที่ยวบินและอาคารผู้โดยสารใหม่ที่ ท่าอากาศยานนานาชาติเวลานา มัลดีฟส์ ขณะที่ญี่ปุ่นก็กระจายพอร์ตโรงแรมให้ครอบคลุมทั้งโรงแรมระดับ Luxury และ Mid-Scale รองรับนักท่องเที่ยวได้ทั่วถึงมากขึ้น”

ในปี 2569 บริษัทตั้งงบประมาณสำหรับธุรกิจโรงแรมราว 4.5 – 4.6 พันล้านบาท เน้นการปรับปรุงโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า กระบี่ เบื้องต้นคาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 4/2569 ถึงไตรมาส 1/2570

พร้อมกันนี้ บริษัทยังคงมองหาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังล่าสุดบริษัทได้ร่วมทุนร่วมกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) พัฒนาโรงแรมราคาประหยัด ซึ่ง OR จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ เสริมความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว

@ธุรกิจอาหารยังแข่งดุ

ด้านธุรกิจอาหาร เบื้องต้นตั้งเป้าการเติบโตยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ราว 1 – 1 % และเปิดสาขาใหม่ราว 50 – 60 สาขา หนุนยอดขายรวม (TSSG) ทั้งปี 2569 เติบโตราว 8 – 9% เร่งสร้างแบรนด์–คุมต้นทุน รับมือการแข่งขันสูง เบื้องต้นตั้งเป้ารายได้รวมธุรกิจอาหารที่ราว 19,000 – 19,300 ล้านบาท หนุนจากแบรนด์อาหารที่เข้าไปร่วมลงทุนโดยเฉพาะแบรนด์ ลัคกี้สุกี้ (Lucky Suki) และ ลัคกี้บาร์บีคิว (Lucky BBQ) ที่ได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จากัด (MP) เมื่อไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา คาดว่าจะเริ่มหนุนกำไรตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการวางแผนรับมือ ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ โดยได้มีการดูแนวโน้มราคาเพื่อวางแผนในการเจรจาต่อรองกับผู้ขายวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง, วางแผนจัดหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน และมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสาหรับวัตถุดิบหลักในบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา

สำหรับการรับมือกับการแข่งขันทางธุรกิจ บริษัทเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน ปิดสาขาที่ไม่สามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมาย มุ่งเน้นการขยายและการทำกำไรในแบรนด์หลัก และแบรนด์ที่เป็น JV เพื่อเพิ่มอัตราการทำกำไร และพิจารณาเปิดสาขาใหม่ด้วยความระมัดระวัง รวมถึงปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สะท้อนกับยอดขายหรือกลุ่มลูกค้าที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน

คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.67 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569

@โรงแรมโตต่อเนื่อง

นางสาวจินดานุช ประเวศโชตินันท์ ผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากความเคลื่อนไหวหุ้นไทยในปัจจุบันประกอบกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยออกมา พบกลุ่มหุ้นโรงแรมยังมีความน่าสนใจแม้ภาพรวมทั้งกลุ่มจะมีราคาปรับตัวขึ้นมาพอสมควรแล้ว เนื่องจากปีนี้ปัจจัยลบคลี่คลายลง พร้อมกับมีคาดการณ์ของจำนวนนักท่องเที่ยวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) โดยมีตลาดจีนเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่าค่าเฉลี่ย จึงคาดการณ์ต่อเนื่องว่ากำไรของบริษัทในกลุ่มท่องเที่ยวทั้งกลุ่มจะกลับมาเติบโตได้ในระดับเลขสองหลักในงวดปี 2569 ขณะเดียวกันในเชิงราคาหุ้นก็กำลังซื้อขายบนความคาดหวังของการฟื้นตัวเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังประเมินหลังจากพ้นช่วงต้นปีระยะที่เป็นไฮซีซันฤดูกาลท่องเที่ยวไทย สถานการณ์ธุรกิจโรงแรมช่วงไตรมาส 2/2569 และไตรมาส 3/2569 ก็ยังน่าจะดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อได้อีกหากไม่มีสถานการณ์เชิงลบขนาดใหญ่ที่เกินคาดเข้ามาเช่น แผ่นดินไหว หรือ น้ำท่วมใหญ่ เป็นต้น

ทั้งนี้ยังแนะนำลงทุนกลุ่มหุ้นโรงแรม โดยหุ้นเด่นที่สุดขณะนี้เลือก ERW ราคาเป้าหมายพื้นฐานอยู่ที่ประมาณ 5.20 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...