โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

BOI การันตี ไทยยังมีเสน่ห์ คลื่นนักลงทุนหนี Trade War บุกอาเซียน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนของประเทศไทยในปี 2569 ว่า สงครามการค้า (Trade War) ระหว่างชาติมหาอำนาจ และสงครามเทคโนโลยี (Tech War) รวมทั้งความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) จะอยู่กับเราไปอีกนาน โดยการตัดสินของศาลสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมาจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของ Trade War และ Tech War และจะนำไปสู่การจัดระเบียบโลกใหม่

“เทรนด์ของสงครามการค้าและสงครามเทคโนโลยีเนี่ยยังอยู่กับเราอีกนาน โดยเวทีที่ดาวอส ก็ระบุว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราวที่จะบรรเทาคลี่คลาย แต่จะเป็นสิ่งที่จะถูกฝังตัวกับระบบเศรษฐกิจและการค้าของโลกอย่างถาวร คือจากนี้ไปเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องความมั่นคง และเรื่องการเมืองระหว่างประเทศจะถูกผูกโยงเป็นเรื่องเดียวกัน และจะนำไปสู่การจัดระเบียบโลกใหม่” นายนฤตม์ ระบุ

ดังนั้นสิ่งที่ภาคธุรกิจจะต้องปรับตัวคือการทำอย่างไรให้มีความยืดหยุ่น และมีความไวในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะด้านการลงทุน ปัจจุบันกลุ่มนักลงทุนจะมองการลงทุนในระยะยาว และพิจารณาปัจจัยหลายอย่างที่ไม่ใช่แค่ด้านภาษีอย่างเดียว แต่จะพิจารณาทั้งปัจจัยพื้นฐานเป็นสำคัญ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องของตลาด บุคลากร ซัพพลายเชน และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นายนฤตม์ กล่าวว่า บีโอไอมั่นใจว่าประเทศไทยมีจุดแข็งในเรื่องปัจจัยพื้นฐานที่มีความพร้อม ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรที่มีคุณภาพ ซัพพลายเชนที่ครบวงจร เช่นเดียวกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และปัจจัยต่าง ๆ ที่เอื้อกับการประกอบธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักลงทุน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ข้อมูลของ World Investment Report ระบุว่าการลงทุนทั่วโลกมุ่งมาที่อาเซียน สวนทางการลงทุนทั่วโลกติดลบต่อเนื่องมา 2 ปี โดยติดลบถึง 12% แต่การลงทุนที่เข้าสู่อาเซียนเพิ่มขึ้น 8% ขณะที่การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด (UNCTAD) ยังขนานนามอาเซียนว่าเป็น Bright Spot สำหรับการลงทุนโลก ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาเรื่องสงครามการค้าเขาจึงตัดสินใจย้ายการลงทุนมาในอาเซียนและไทย

สำหรับอุตสาหกรรมสำคัญที่บีโอไอเห็นอย่างชัดเจนว่าเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องนั่นคือ กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) รวมทั้งการลงทุนในซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่มารองรับเทคโนโลยี AI ล่าสุดในปีนี้ยังเป็นปีแรกที่กลุ่มชิ้นส่วนหุ่นยนต์เข้ามาลงทุนในไทย เป็นบริษัทจากจีนที่ผลิตเพื่อป้อนอเมริกา โดยล็อตแรกมี 5 โครงการ 5 บริษัทซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำทั้งหมด และจะตามมาอีกหลายบริษัท

สำหรับแรงขับเคลื่อนการลงทุนที่สำคัญ ในปี 2569 จะมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ

1.กระแสและการโยกย้ายฐานการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของการลงทุนทั่วโลก

2.การเติบโตของเทคโนโลยี AI อย่างก้าวกระโดด ทำให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องตามมามากมาย เช่นการลงทุนในกลุ่มดิจิทัลในปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงกว่าการลงทุนในอุตสาหกรรมดั้งเดิมทั้งหมดรวมกัน โดยเทรนด์นี้ยังคงต่อเนื่องไปทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ กลุ่มแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือ PCB และการลงทุนในอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ

3.เทรนด์ในการลดคาร์บอนและความยั่งยืนซึ่งยังคงเป็นเทรนด์สำคัญในการทำธุรกิจ ทำให้การลงทุนในหลายสาขาเติบโตอย่างมาก ทั้งพลังงานหมุนเวียน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การลงทุนในแบตเตอรี่และระบบการเก็บพลังงาน รวมถึงการลงทุนในกลุ่มที่เป็น Green Product หรือ Green Packaging

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เห็นว่ามีทั้งปัจจัยภายนอก คือ เรื่องมาตรการภาษีของสหรัฐและการกีดกันทางการค้าจัดขั้วต่าง ๆ และปัจจัยภายในที่สำคัญคือเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศซึ่งจะมีผลกับการเติบโตในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยในเรื่องของกำลังซื้อในประเทศและปัญหาหนี้ครัวเรือนที่นำไปสู่ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งมีผลกับภาคธุรกิจโดยตรง

นายนฤตม์ กล่าวว่า ในส่วนของการลงทุนจริงในปี 2569 นี้ มั่นใจว่าเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการติดตามเร่งรัดการลงทุนของ BOI และมาตรการ Fast Track ที่รัฐบาลมอบหมายให้ทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ล่าสุดได้ประชุมร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมโยธาธิการและผังเมือง และการไฟฟ้าทั้งหมด

ทั้งนี้เพื่อทำข้อตกลงการให้บริการหรือ SLA ที่จะกำหนดเวลาในการออกใบอนุมัติอนุญาตให้ลดลงจากขั้นตอนปกต เพื่อให้โครงการสำคัญที่ต้องการให้เกิดการลงทุนในไทยโดยเร็วได้รับความสะดวกรวดเร็วที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจ

อย่างไรก็ตามภารกิจสำคัญของ BOI ในปี 2569 เลขาธิการบีโอไอ ระบุว่า มี 3 เรื่องหลัก คือ

1.การดึงโครงการลงทุนที่มีคุณภาพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่จะสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว สร้างการจ้างงานที่มีคุณค่า สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบในประเทศ และมีการพัฒนาเทคโนโลยีเรื่องการวิจัยพัฒนา

2.การยกระดับปัจจัยที่จะมีผลต่อการตัดสินใจ เช่น เรื่องโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าพลังงานสะอาด เรื่องของบุคลากร และการปรับกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคการลงทุน

3.การเร่งให้เกิดการลงทุนจริงให้มากที่สุดผ่านกลไก Fast Track และการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่ออำนวยความสะดวกในการเริ่มต้นธุรกิจให้เร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...