ข้อมูลวิจัยชี้ ขนาดอัณฑะสะท้อนบุคลิกและสุขภาพได้
ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีผลการศึกษาหลายชิ้นที่เจาะลึกถึงผลกระทบที่แท้จริงที่เกิดขึ้นกับผู้ชายมีอัณฑะขนาดใหญ่ ช่อง AsapSCIENCE ซึ่งเป็นช่องยูทูบด้านวิทยาศาสตร์ชื่อดังได้เจาะลึกในหัวข้อนี้ในตอนที่ชื่อว่า “ขนาดของลูกอัณฑะบอกอะไรเกี่ยวกับตัวคุณได้บ้าง?” (What your ball size says about you) โดยระบุว่าลักษณะต่างๆ เช่น ความมีเสน่ห์ของน้ำเสียง หรือแม้แต่จำนวนสเปิร์ม อาจเป็นผลกระทบที่มาจากขนาดและลักษณะของอัณฑะผู้ชาย
ช่อง AsapSCIENCE ซึ่งดำเนินงานโดย มิตเชลล์ มอฟฟิต และ เกรกอรี บราวน์ เป็นที่รู้จักเรื่องการนำเสนอเนื้อหาเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้แอนิเมชันเพื่อช่วยอธิบาย และเนื้อหาในตอนนี้พวกเขาได้มุ่งเน้นไปที่เรื่องขนาดของอัณฑะ โดยนำข้อมูลมาจากบทความทางวิทยาศาสตร์หลายฉบับที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลจากเว็บไซต์สุขภาพ Healthline ระบุว่า ขนาดเฉลี่ยของอัณฑะผู้ชายอยู่ที่ประมาณ 4 x 3 x 2 ซม. และการมีอัณฑะข้างหนึ่งใหญ่กว่าอีกข้างเป็นเรื่องปกติ ในความเป็นจริง อัณฑะข้างขวามักจะใหญ่กว่า ในขณะที่ข้างซ้ายมีแนวโน้มที่จะห้อยต่ำกว่า ส่วนข้อมูลจากบริษัทประกันสุขภาพข้ามชาติ Bupa ระบุว่าสัญญาณของอัณฑะที่มีสุขภาพดี ได้แก่ "พื้นผิวที่แน่นและเรียบ แต่ไม่รู้สึกว่าแข็งกระด้าง"
มอฟฟิตและบราวน์อธิบายว่า นักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นความแตกต่างของขนาดถุงอัณฑะระหว่างมนุษย์และญาติในตระกูลลิง (Primates) โดยพวกเขากล่าวว่า ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการแข่งขันเพื่อสืบพันธุ์สองขั้นตอนที่เรียกว่า 'ก่อนจับคู่' (Pre-mating) และ 'หลังจับคู่' (Post-mating)
สำหรับสัตว์ตระกูลลิง ความสำเร็จในการแข่งขันก่อนจับคู่ขึ้นอยู่กับลักษณะภายนอกที่ข่มขวัญคู่แข่ง เช่น ลักษณะทางกายภาพที่บ่งบอกถึง 'ความเป็นผู้นำ' (Dominance) ในขณะที่ความสำเร็จในช่วงหลังจับคู่จะเป็นเรื่องของปริมาณและคุณภาพของสเปิร์มที่ผลิตในอัณฑะ
มีการค้นพบว่าในลิงฮาวเลอร์ (Howler monkeys) โดยเฉพาะ ตัวที่มีเสียงคำรามดังที่สุดและมีความถี่ต่ำที่สุดมักจะมีขนาดอัณฑะที่เล็กกว่า ส่วนของมนุษย์นั้น ผลการศึกษาฉบับหนึ่งชี้ว่า ผู้ชายที่มีน้ำเสียงทุ้มต่ำและฟังดูมีเสน่ห์ที่สุดกลับมีจำนวนสเปิร์มน้อยกว่า
เป็นความจริงที่อัณฑะขนาดใหญ่จะมีจำนวนสเปิร์มสูง อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาอีกฉบับหนึ่งที่พิจารณาความสำคัญของขนาดอัณฑะพบว่า ขนาดของอัณฑะอาจส่งผลต่อพฤติกรรมที่เกี่ยวกับครอบครัว
ข้อมูลระบุว่า ผู้ชายที่มีอัณฑะใหญ่กว่ามักใช้เวลาดูแลลูกและครอบครัวน้อยกว่า ในขณะที่ผู้ชายที่มีอัณฑะเล็กกว่าจะมีสไตล์การเลี้ยงลูกที่เน้นการทะนุถนอมและเอาใจใส่ แม้ว่าเรื่องนี้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจนก็ตาม
ส่วนข้อมูลจาก Medical News Today ระบุว่า ขนาดของอัณฑะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ แม้จะระบุว่า ปริมาตรของอัณฑะ (ความจุของลูกอัณฑะ) มีความสัมพันธ์กับจำนวนสเปิร์ม
ผลของการศึกษาฉบับหนึ่งในปี 2565 พบว่า เด็กและวัยรุ่นชายที่มีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะดื้ออินซูลิน มีแนวโน้มที่จะมีอัณฑะขนาดเล็กกว่า ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการมีปริมาตรอัณฑะต่ำ
การหดตัวของขนาดอัณฑะยังอาจเกิดจากสภาวะทางสุขภาพที่เรียกว่า อัณฑะฝ่อ (Testicular Atrophy) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัณฑะข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง อาการอาจมีตั้งแต่ความต้องการทางเพศลดลงไปจนถึงการมีบุตรยาก และอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น อายุ, การอักเสบ และการใช้สเตียรอยด์หรือฮอร์โมนเอสโตรเจน
ในขณะเดียวกัน มะเร็งอัณฑะก็มีผลทำให้รูปร่างอัณฑะเปลี่ยนไปได้เช่นกัน โดยศูนย์วิจัยโรคมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักรชี้ว่า อาการบวมหรือมีก้อนเนื้อในส่วนใดส่วนหนึ่งของอัณฑะ หรือการที่ข้างหนึ่งใหญ่ขึ้นกว่าอีกข้าง อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรค ซึ่งควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบ
ที่มา : ladbible.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES