โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลสั่งจำคุก 5 ปี ‘พายัพ ปั้นเกตุ-เพชรวรรต’ คดีอั้งยี่ซ่องโจร ยกฟ้อง ม.112

เดลินิวส์

อัพเดต 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.43 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ศาลอาญาพิพากษาคุก

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.3306/2567 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.3332/2567 ซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเพชรวรรต วัฒนพงศิริกุล อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ (พช.) จำเลยที่ 1 และนายพายัพ ปั้นเกตุ อดีตแกนนำนปช.และอดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) จำเลยที่ 2 ในความผิดฐาน หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และฐานสะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหา หรือรวบรวมทรัพย์สิน ให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย ยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนในการก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีการก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้

คดีทั้งสองสำนวนนี้ โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ศาลจึงรวมการพิจารณา โจทก์ฟ้องโดยสรุปว่า เมื่อเดือนเมษายน 2553 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2553 ได้มีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ต่อมารัฐบาลในขณะนั้นใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมจนยุติ ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว กลุ่มแกนนำ นปช. รวมทั้งจำเลยทั้งสองกับพวก ได้ชักชวนและร่วมกันไปทำการฝึกอาวุธที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เพื่อเตรียมการก่อการร้ายในประเทศไทย โดยมีความมุ่งหมายสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน และเพื่อบังคับรัฐบาลในขณะนั้น อันเป็นการร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหา หรือรวบรวมทรัพย์สิน ให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย หรือยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนในการก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีการก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิด นอกจากนี้ จำเลยทั้งสองกับพวก ยังได้กล่าวถ้อยคำดูหมิ่นเบื้องสูง ในทางเสียหาย อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 132

ศาลอาญาพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่า ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท พยานโจทก์ให้การในชั้นสอบสวนและเบิกความต่อศาลขัดแย้งกันในสาระสำคัญ และไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนให้ปราศจากข้อสงสัย จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยแก่จำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ข้อหาก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/2 (2) พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้เข้ารับการฝึกอาวุธ เบิกความสอดคล้องกันและมีน้ำหนักน่าเชื่อถือว่า มีการฝึกอาวุธที่ประเทศกัมพูชา แม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้ชักชวนโดยตรง แต่จำเลยทั้งสองมีบทบาทปลุกระดมทางความคิด เตรียมความพร้อมทางจิตใจ จัดหาที่พัก ให้เงิน และไปเยี่ยมผู้เข้าฝึก การกระทำดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการสะสมกำลังพลหรืออาวุธ และการก่อการร้าย ถือว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/2 ประกอบมาตรา 86

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/2 ประกอบมาตรา 86 ต้องรับโทษเช่นเดียวกับตัวการตามมาตรา 135/3 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 5 ปี ยกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท

ภายหลังจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวพร้อมหลักทรัพย์ โดยอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...