โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พันซ์คุง" ลูกลิงผู้ถูกแม่ปฏิเสธ กับปาฏิหาริย์รักที่เปลี่ยนโลกโหดร้าย

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อ้อมกอดที่ไม่เคยได้จากแม่ สู่ไออุ่นที่มนุษย์หยิบยื่นด้วยหัวใจ บทเรียนจาก

อ้อมกอดที่ไม่เคยได้จากแม่ สู่ไออุ่นที่มนุษย์หยิบยื่นด้วยหัวใจ บทเรียนจาก "พันซ์คุง" ลูกลิงหิมะผู้ถูกปฏิเสธในโลกของธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์

พันซ์คุง ลูกลิงหิมะวัยเพียง 6 เดือนจากประเทศญี่ปุ่น ได้กลายเป็นกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ในแง่มุมจิตวิทยาที่ลึกซึ้งและบีบหัวใจ เมื่อความสัญชาตญาณของแม่ในโลกสัตว์ป่า เกิดข้อผิดพลาดจนนำไปสู่การปฏิเสธลูกน้อย สิ่งที่พันซ์คุงเผชิญไม่ใช่เพียงแค่ความหิวโหย แต่มันคือ "ภาวะขาดความผูกพัน" (Attachment Deprivation) ซึ่งในทางจิตวิทยาถือเป็นบาดแผลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสิ่งมีชีวิตที่ต้องเติบโตด้วยความรัก

รู้จักภาวะขาดความผูกพัน ที่พันซ์คุงกำลังเผชิญ

ภาวะขาดความผูกพัน (Attachment Deprivation) คือ สภาวะที่สิ่งมีชีวิตทั้งมนุษย์และสัตว์ที่มีวิวัฒนาการทางสมองสูง ไม่ได้รับการตอบสนองทางอารมณ์ การสัมผัส หรือการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เลี้ยงดูหลักในช่วงวัยวิกฤตของพัฒนาการ หากเปรียบร่างกายต้องการอาหารเพื่อเติบโต "ความผูกพัน" ก็คืออาหารทางใจที่จำเป็นต่อการสร้างโครงสร้างสมองและบุคลิกภาพนั่นเอง

จอห์น โบว์ลบี (John Bowlby) จิตแพทย์และนักจิตวิเคราะห์ชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผู้ก่อตั้งทฤษฎีความผูกพัน (Attachment Theory) อธิบายว่า เด็กหรือลูกสัตว์ล้วนต้องการฐานที่มั่นที่ปลอดภัย (Secure Base) เพื่อที่จะกล้าออกไปเรียนรู้โลก

ซึ่งในกรณีของพันซ์คุง ที่ถูกแม่แท้ๆ ปฏิเสธ ความกลัวและความเครียดในตัวเขาจะพุ่งสูงขึ้น สิ่งที่พบเห็นจากลูกลิงหิมะตัวนี้คือพฤติกรรมปลอบประโลมตัวเอง (Self-soothing) อย่างการนั่งโยกตัวไปมา หรือดูดนิ้วตัวเองอย่างหนักเพื่อชดเชยสัมผัสที่ขาดหายไป รวมถึงยังขาดกระจกสะท้อนทางอารมณ์ ซึ่งโดยปกติแล้วแม่ลิงจะคอยสบตาและตอบสนองเสียงร้องของลูก

โชคดีที่เจ้าหน้าที่พี่เลี้ยงในสวนสัตว์ สามารถช่วยเยียวยาอ้อมกอดอบอุ่นที่ขาดหายจากแม่ของพันซ์คุงได้ ไม่ใช่แค่การให้อาหารให้นม แต่คือการสัมผัสที่อ่อนโยนเพื่อเป็น "โลกทั้งใบ" ให้พันซ์คุง ด้วยการโอบกอด การสัมผัส และการส่งเสียงปลอบโยนอย่างอบอุ่น

เมื่อพันซ์คุงได้รับอ้อมกอดและไออุ่นจนเต็มเปี่ยมจากพี่เลี้ยง จนรู้สึกว่านี่คือ ตัวแทนความปลอดภัย ท่ามกลางการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับลิงตัวอื่นๆ ที่อาจจะยังไม่ถูกยอมรับมากนัก สมองของพันซ์คุงจะเริ่มหลั่งสารแห่งความสุขและลดระดับความระแวงลง จากเดิมที่อาจจะเอาแต่ซุกหรือกอดพี่เลี้ยงแน่น จะเริ่มปล่อยมือและหันไปมองสิ่งแวดล้อมรอบตัว เริ่มเดินสำรวจหรือหยิบจับสิ่งของด้วยตนเอง คือการประกาศว่าโลกนี้ปลอดภัยพอที่ฉันจะออกไปสำรวจ และการที่เขาทำได้สำเร็จในแต่ละก้าว เช่น ปีนขึ้นที่สูงได้ครั้งแรก หรือเดินสองขาเตาะแตะได้ในช่วงวัยนี้ จะช่วยสร้าง"ความรู้สึกว่าตนเองมีความสามารถ"

เมื่อตุ๊กตาทำหน้าที่เป็นแม่แท้ๆ มอบความอบอุ่นให้พันซ์คุง

ในธรรมชาติ ลูกลิงต้องเกาะติดอกแม่ตลอด 24 ชั่วโมง แต่สำหรับพันซ์คุงที่ถูกแม่ปฏิเสธ ทำให้มันเกิดภาวะการขาดการรับรู้ทางประสาทสัมผัส (Sensory Deprivation) การที่เจ้าหน้าที่นำตุ๊กตาที่มีลักษณะนุ่มนิ่มมาให้พันซ์คุงกอด ไม่ใช่แค่เพื่อให้เขามีของเล่น แต่เป็นการนำทฤษฎี Contact Comfort สัมผัสแห่งความอุ่นใจ ของ แฮร์รี ฮาร์โลว์ (Harry Harlow) นักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงจากการทดลองเกี่ยวกับความผูกพันและผลกระทบของการแยกตัวทางสังคมในลิงแรซัส (Rhesus monkeys) มาใช้จริง

แฮร์รีเคยทำการทดลอง %E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87)เพื่อดูว่าลูกลิงจะเลือกอะไรระหว่าง แม่ที่ทำจากโครงเหล็กแต่มีนมให้กิน กับ แม่ที่บุด้วยผ้านุ่ม(ตุ๊กตา) แต่ไม่มีนม ผลการทดลองของเขาพิสูจน์ได้ว่า ลูกลิงเลือกที่จะเกาะติดอยู่กับแม่ผ้านุ่มเกือบตลอดทั้งวัน และจะยอมไปหาแม่โครงเหล็กเฉพาะเวลาที่หิวจัดเท่านั้น

ภาพตุ๊กตาลิงสีส้มที่ถูกพันซ์คุงกอดรัดฟัดเหวี่ยง และลากติดตามตัวไปทุกที่ อาจจะดูเป็นภาพที่เห็นแล้วน่ารักปนเศร้า แต่ในทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา นี่คือ "ปฏิบัติการกู้คืนหัวใจ" ที่มีความหมายต่อชีวิตลูกลิงตัวนี้อย่างมหาศาล สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม "ความนุ่มนวล" ให้สัญญาณกับสมองว่านี่คือสิ่งที่ปลอดภัยและมีชีวิต พันซ์คุงสามารถซุกตัวเข้าไปในขนนุ่มๆ ของตุ๊กตาได้ อัตราการเต้นของหัวใจที่เคยพุ่งสูงจากความกลัวจะค่อยๆ ลดลง ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันและระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

ความรู้สึกปลอดภัยจากการได้กอดตุ๊กตา ทำให้พันซ์คุงเริ่มกล้าเงยหน้าขึ้นมองคนดูแล กล้าลองชิมอาหาร และกล้าที่จะ "ปล่อยมือ" จากตุ๊กตาเพื่อออกไปสำรวจสิ่งรอบตัว รวมถึงเข้าหาลิงตัวอื่นๆ ในฝูงมากขึ้น ตุ๊กตาตัวดังกล่าวจึงทำหน้าที่เป็นตัวแทนทางกายภาพคอยรองรับสัญชาตญาณการเกาะเกี่ยวของลูกลิง จนกว่าจะถึงวันที่พันซ์คุงสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งตุ๊กตา

ภาพโดย JIJI PRESS / AFP

กระโดดเกาะพี่เลี้ยง คือสัญญาณสะท้อนการโหยหาที่พักใจที่ปลอดภัย

ทุกครั้งที่ถึงเวลาเจ้าหน้าต้องเข้ามาให้อาหาร ไม่ว่าพันซ์คุงจะอยู่ห่างไกลจากประตูแค่ไหน หรือมีลิงรุ่นพี่ตัวอื่นขวางทางอย่างไร พันซ์คุงจะรีบวิ่งหาเข้าและกระโดดเกาะขาเจ้าหน้าที่ในทุกครั้ง สิ่งนี้ไม่ใช่แค่พฤติกรรมขี้อ้อนทั่วไป แต่คือสัญญาณทางจิตวิทยาที่เรียกว่า"การโหยหาที่พักใจที่ปลอดภัย" (Seeking a Safe Haven) ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนถึงความไว้วางใจสูงสุดที่สิ่งมีชีวิตหนึ่งจะมอบให้อีกชีวิตหนึ่งได้

ในมุมมองของพี่เลี้ยง การถูกเกาะอาจหมายถึงภาระหรือความลำบากในการขยับตัว แต่ในมุมของพันซ์คุง พี่เลี้ยงคือ "ฮีโร่" ที่มีลมหายใจ เป็นความสัมพันธ์ข้ามสายพันธุ์ ที่พิสูจน์ว่าสัตว์ไม่ได้มองมนุษย์เพียงแค่คนให้อาหาร แต่มองเห็นความเมตตาที่สัมผัสได้ทางจิตวิญญาณ

ภาพของพันซ์คุงที่เริ่มกลับมามีรอยยิ้มและซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของคนเลี้ยง รวมถึงเริ่มเข้าฝูงอยู่ร่วมกับลิงตัวอื่นๆ ได้มากขึ้น คือเครื่องยืนยันว่า "ความรัก..คือยาวิเศษชนิดเดียวที่รักษาได้ทุกบาดแผลบนโลกใบนี้" การที่พันซ์คุงเริ่มเรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตนเอง ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญที่สุดในทางจิตวิทยาพัฒนาการ เพราะนับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านจากภาวะพึ่งพิงสมบูรณ์ ไปสู่ความมั่นใจในตนเอง แม้ว่าอ้อมกอดแรกที่เขาควรได้รับจะขาดหายไปก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...