ผู้ว่าฯ กทม. ที่น่าจดจำ!! ย้อนรอยสปิริต 'อภิรักษ์ โกษะโยธิน' "ลาออก" พิสูจน์ว่าความรับผิดชอบทางการเมือง ไม่จำเป็นต้องรอศาลตัดสิน บรรทัดฐานนักการเมือง ที่ประเทศไทยควรเป็น
THE STATES TIMES
อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 18.40 น. • THE STATES TIMES TEAMผู้ว่าฯ กทม. ใกล้ครบวาระ: ทำไม “อภิรักษ์” ยังเป็นผู้ว่าฯ ที่น่าจดจำ
เมื่อผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครคนปัจจุบันกำลังเดินเข้าใกล้ช่วง “ปลายวาระ” คำถามของคนกรุงจึงไม่ได้มีแค่ “ทำงานได้กี่โครงการ” แต่รวมถึง “ยืนอยู่บนมาตรฐานความรับผิดชอบแบบไหน” ด้วย เพราะตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เป็นทั้งผู้บริหารเมืองหลวงและเป็นหน้าต่างสะท้อนมาตรฐานการเมืองท้องถิ่นของประเทศไทย
ถ้าจะมีอดีตผู้ว่าฯ คนหนึ่งที่น่าจดจำในมุมนี้ ชื่อของ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” มักถูกหยิบมาพูดถึงเสมอ ทั้งจากแนวทางบริหารเมืองในยุคของเขา และ “ปรากฏการณ์การลาออก” ท่ามกลางข้อกล่าวหาคดีจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ซึ่งเป็นภาพที่การเมืองไทยแทบไม่ค่อยเห็น
1) ผลงาน/แนวทางบริหารเมืองสมัยผู้ว่าฯ อภิรักษ์
ภาพจำของยุคนั้นคือความพยายามทำให้ กทม. คิดและทำงานแบบ “องค์กรบริการ” มากขึ้น โดยมีแนวทางสำคัญ เช่น:
• ยกระดับการรับเรื่องร้องเรียนและการติดตามงานให้เป็นระบบมากขึ้น ผ่านช่องทางร้องทุกข์ของ กทม. (เช่น สายด่วน 1555) เพื่อให้การแก้ปัญหาหน้างานเร็วและตรวจสอบได้
• ขับเคลื่อนแคมเปญ/โครงการด้านความเป็นระเบียบและสิ่งแวดล้อมเมือง เช่น “10 สวนสวย 10 คลองใส 10 ถนนสะอาด” เพื่อสร้างเมืองน่าอยู่
• ให้ความสำคัญกับแนวคิดข้อมูลเมือง/การจัดการจราจรและบริการสาธารณะเชิงระบบ โดยพยายามพัฒนากรอบการทำงานที่เป็นมาตรฐานมากขึ้น
2) “ปรากฏการณ์ลาออก” ที่กลายเป็นหมุดหมายการเมืองท้องถิ่น
จุดที่ทำให้ชื่อของอภิรักษ์ถูกพูดถึงหนักกว่า “ผลงาน” คือการตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ภายหลังถูกชี้มูล/ถูกกล่าวหาในคดีจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง (ช่วงปลายปี 2551) การลาออก “ก่อน” ที่คดีจะสิ้นสุดในชั้นศาล ทำให้หลายคนมองว่านี่คือการแสดง “ความรับผิดชอบทางการเมือง” หรืออย่างน้อยที่สุดคือการไม่ใช้ตำแหน่งเป็นเกราะกำบังกระบวนการตรวจสอบ
3) ผลคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ในคดีรถ–เรือดับเพลิง: ศาลชี้อย่างไร
ต่อมา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556 ในคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม. โดยสื่อรายงานผลโดยสรุปว่า:
• ศาลพิพากษาจำคุก นายประชา มาลีนนท์ 12 ปี และ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ 10 ปี (ไม่รอลงอาญา)
• ศาลยกฟ้องจำเลยบางราย รวมถึง “อภิรักษ์ โกษะโยธิน”
ประเด็นสำคัญที่ควรสื่อสารให้ชัด คือ “การลาออก” ในวันนั้นไม่ใช่ข้อสรุปว่า “ผิด” หรือ “ไม่ผิด” ในทางอาญา แต่เป็นเรื่องของ “ความรับผิดชอบทางการเมือง” ที่เกิดขึ้นก่อนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะถึงที่สุด
4) ภาคต่อในศาลปกครอง: คำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายถูกเพิกถอน
นอกเหนือจากคดีอาญา ยังมีมิติ “ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่” ในทางปกครอง/แพ่ง ซึ่งมีรายงานข่าวในเวลาต่อมาว่า ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนเพิกถอนคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย โดยอธิบายหลักการเกี่ยวกับระดับความประมาทและบริบทการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลานั้น
บทเรียนที่คนกรุงเทพฯ และคนไทยควรถาม “ก่อนครบวาระ”
1. แยกให้ออกระหว่าง “ความรับผิดชอบทางการเมือง” กับ “ความผิดทางกฎหมาย” — คนหนึ่งอาจถอยจากตำแหน่งเพื่อรักษามาตรฐานสาธารณะ แต่ศาลอาจตัดสินว่าไม่ผิดก็ได้
2. กระบวนการตรวจสอบต้องเดินได้จริง ไม่ควรถูกบดบังด้วยอำนาจของตำแหน่ง
3. มาตรฐานควรถูกออกแบบให้เป็นระบบ ไม่ใช่ต้องฝากไว้กับ “ความกล้าส่วนบุคคล” ของนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง
แหล่งอ้างอิง (สำหรับกองบรรณาธิการ/ตรวจทาน)
• ข่าวการลาออกและบริบทการชี้มูลคดี (สำนักข่าว/ฐานข่าวธุรกิจ): RYT9 (เผยแพร่ปี 2551)
• รายงานคำพิพากษาศาลฎีกาฯ คดีรถ–เรือดับเพลิง (สื่อสาธารณะ): Thai PBS (เผยแพร่ 10 ก.ย. 2556)
• รายงานสรุป/วิเคราะห์คำพิพากษาและเหตุผลศาล (สื่อสืบสวน): สำนักข่าวอิศรา
• ข่าวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับคำสั่งชดใช้ (หน่วยงาน/สื่อรายงานคำพิพากษา): เว็บไซต์ศาลปกครอง/สื่อกระแสหลัก