โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

วงจรปิดมัด “อดีตแฟนหึงโหด” ขับตู้ทึบสะกดรอย ขยี้ร่างอดีตแฟนสาว-สามีดับคาที่

Thaiger

อัพเดต 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21.20 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

อุบัติเหตุหรือจงใจฆ่า? ความจริงเริ่มปรากฏชัดเมื่อกล้องวงจรปิดแฉนาที “กระบะตู้ทึบ” ซุ่มดับไฟหน้า รอจังหวะอดีตแฟนสาวขี่รถออกมากับสามีใหม่ ก่อนเปิดไฟพุ่งชนท้ายเต็มแรงดับสยอง 2 ศพ ตรวจเจอฉี่ม่วง เตรียมฟันข้อหาหนัก

จากคดีที่ดูเหมือนจะเป็น “อุบัติเหตุ” บนท้องถนนธรรมดา กลับกลายเป็นมหากาพย์ความแค้นที่สยองขวัญกว่าที่คิด เมื่อภาพวงจรปิดชิ้นสำคัญโผล่มายืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนเทพารักษ์ เมื่อช่วงค่ำเวลาราว 4 ทุ่มของ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น อาจเป็นการเตรียมการฆ่า มากกว่าความประมาท

ความลับที่นายกฤษฎา อายุ 35 ปี คนขับรถตู้ทึบพยายามปิดบังไว้ด้วยการอ้างว่า หักหลบรถตัดหน้าจนเสียหลัก ถูกทำลายลงด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดครับ ภาพโชว์ให้เห็นนาทีที่เจ้าัตวขับรถมาจอดรออยู่ริมถนนก่อนถึงซอยที่พักของฝ่ายหญิง โดยมีการ “ดับไฟหน้า” เพื่ออำพรางตัวไม่ให้เหยื่อรู้ตัว (ดูคลิป)

แฟ้มภาพ

ทันทีที่ น.ส.พรรณนิภา และสามี นายวิเชษฐ์ ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากซอยมาได้เพียงไม่กี่วินาที ผู้ก่อเหตุก็ทำการเปิดไฟหน้าทันทีพร้อมกับเร่งเครื่องยนต์ไล่กวดตามหลังไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กล้องอีกมุมจะจับภาพวินาทีสยอง ! ขณะที่รถกระบะพุ่งเข้าชนท้ายจยย.อย่างจังจนทั้งคู่ร่างกระเด็น และเป็นเหตุให้นายวิเชษฐ์ถูกล้อรถทับซ้ำจนเสียชีวิตคาที่ทั้งสองคน

นายกฤษฎา อายุ 35 ปี ผู้ก่อเหตุ (ภาพ ช่อง 7)

ด้านญาติผู้เสียชีวิตยืนยันเสียงแข็งว่านี่คือการ “ตามล้างแค้น” เนื่องจากนายกฤษฎาคือ อดีตแฟนหนุ่มของฝ่ายหญิงที่ไม่ยอมจบความสัมพันธ์ และมักจะตามราวีอยู่ตลอดเวลา

ที่น่าตกใจ คือ เคยก่อเหตุขับรถไล่ชนสามีของอดีตแฟนคนนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นยังโชคดีที่รอดชีวิตมาได้จนกระทั่งมาถึงคราวเคราะห์ในครั้งนี้ที่ผู้ก่อเหตุลงมือจนสำเร็จ

พ.ต.ท.ชนสิทธิ์ เด็ดดวง รอง ผกก.สส. สภ.บางเสาธง เปิดเผยว่า แม้ผลตรวจแอลกอฮอล์จะเป็นศูนย์ แต่ผู้ก่อเหตุกลับมีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วงพบสารเสพติดในร่างกาย แม้จะยังให้การภาคเสธว่า ไม่ได้ตั้งใจชน แต่ด้วยหลักฐานการซุ่มรอและพฤติการณ์ในที่เกิดเหตุ ทำให้ตำรวจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม

ในเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาเสพยาแล้วขับ และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายไว้ก่อน แต่ความเข้มข้นอยู่ที่การสืบสวนเชิงลึก หากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดทุกจุดและสอบปากคำญาติเกี่ยวกับพฤติกรรมการตามราวีได้ครบถ้วน นายกฤษฎาอาจหนีไม่พ้นข้อหา “ฆาตกรรมโดยเจตนา” ซึ่งมีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิต.

นายกฤษฎา ผู้ก่อเหตุ (ภาพ ช่อง 7)
ภาพช่อง 7
ภาพ สนามข่าวช่อง 7

ขอบคุณคลิป : @ch7hdnews

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...