วงจรปิดมัด “อดีตแฟนหึงโหด” ขับตู้ทึบสะกดรอย ขยี้ร่างอดีตแฟนสาว-สามีดับคาที่
อุบัติเหตุหรือจงใจฆ่า? ความจริงเริ่มปรากฏชัดเมื่อกล้องวงจรปิดแฉนาที “กระบะตู้ทึบ” ซุ่มดับไฟหน้า รอจังหวะอดีตแฟนสาวขี่รถออกมากับสามีใหม่ ก่อนเปิดไฟพุ่งชนท้ายเต็มแรงดับสยอง 2 ศพ ตรวจเจอฉี่ม่วง เตรียมฟันข้อหาหนัก
จากคดีที่ดูเหมือนจะเป็น “อุบัติเหตุ” บนท้องถนนธรรมดา กลับกลายเป็นมหากาพย์ความแค้นที่สยองขวัญกว่าที่คิด เมื่อภาพวงจรปิดชิ้นสำคัญโผล่มายืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนเทพารักษ์ เมื่อช่วงค่ำเวลาราว 4 ทุ่มของ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น อาจเป็นการเตรียมการฆ่า มากกว่าความประมาท
ความลับที่นายกฤษฎา อายุ 35 ปี คนขับรถตู้ทึบพยายามปิดบังไว้ด้วยการอ้างว่า หักหลบรถตัดหน้าจนเสียหลัก ถูกทำลายลงด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดครับ ภาพโชว์ให้เห็นนาทีที่เจ้าัตวขับรถมาจอดรออยู่ริมถนนก่อนถึงซอยที่พักของฝ่ายหญิง โดยมีการ “ดับไฟหน้า” เพื่ออำพรางตัวไม่ให้เหยื่อรู้ตัว (ดูคลิป)
ทันทีที่ น.ส.พรรณนิภา และสามี นายวิเชษฐ์ ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากซอยมาได้เพียงไม่กี่วินาที ผู้ก่อเหตุก็ทำการเปิดไฟหน้าทันทีพร้อมกับเร่งเครื่องยนต์ไล่กวดตามหลังไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กล้องอีกมุมจะจับภาพวินาทีสยอง ! ขณะที่รถกระบะพุ่งเข้าชนท้ายจยย.อย่างจังจนทั้งคู่ร่างกระเด็น และเป็นเหตุให้นายวิเชษฐ์ถูกล้อรถทับซ้ำจนเสียชีวิตคาที่ทั้งสองคน
ด้านญาติผู้เสียชีวิตยืนยันเสียงแข็งว่านี่คือการ “ตามล้างแค้น” เนื่องจากนายกฤษฎาคือ อดีตแฟนหนุ่มของฝ่ายหญิงที่ไม่ยอมจบความสัมพันธ์ และมักจะตามราวีอยู่ตลอดเวลา
ที่น่าตกใจ คือ เคยก่อเหตุขับรถไล่ชนสามีของอดีตแฟนคนนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นยังโชคดีที่รอดชีวิตมาได้จนกระทั่งมาถึงคราวเคราะห์ในครั้งนี้ที่ผู้ก่อเหตุลงมือจนสำเร็จ
พ.ต.ท.ชนสิทธิ์ เด็ดดวง รอง ผกก.สส. สภ.บางเสาธง เปิดเผยว่า แม้ผลตรวจแอลกอฮอล์จะเป็นศูนย์ แต่ผู้ก่อเหตุกลับมีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วงพบสารเสพติดในร่างกาย แม้จะยังให้การภาคเสธว่า ไม่ได้ตั้งใจชน แต่ด้วยหลักฐานการซุ่มรอและพฤติการณ์ในที่เกิดเหตุ ทำให้ตำรวจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม
ในเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาเสพยาแล้วขับ และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายไว้ก่อน แต่ความเข้มข้นอยู่ที่การสืบสวนเชิงลึก หากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดทุกจุดและสอบปากคำญาติเกี่ยวกับพฤติกรรมการตามราวีได้ครบถ้วน นายกฤษฎาอาจหนีไม่พ้นข้อหา “ฆาตกรรมโดยเจตนา” ซึ่งมีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิต.
ขอบคุณคลิป : @ch7hdnews
อ่านข่าวเพิ่มเติม