แอกซ่าปักธงโตสองหลัก ภัยธรรมชาติโอกาสธุรกิจ
#แอกซ่าประกันภัย #ทันหุ้น -แอกซ่าประกันภัย ชี้ภัยธรรมชาติจุดเปลี่ยนให้คนทำมองหาประกันเพื่อบริหารความเสี่ยงมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทเดินหน้ารุกตลาดประกันธุรกิจมากขึ้น ขณะเดียวกันประกันสุขภาพก็เป็นอีกตลาดที่ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ส่วนประกันรถขอตรึงพอร์ตไว้เนื่องจากอัตราค่าสินไหมสูง ปักธงปี 69 โตสองหลัก หรือไม่ต่ำกว่า 10%
นายกิลโยม มิราโบว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แอกซ่าประกันภัย ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อธุรกิจประกันภัยในไทย จากอัตราการถือครองกรมธรรม์ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น จะเห็นได้จากภัยแผ่นดินไหว และภัยน้ำท่วมภาคใต้ที่คนไทยได้รับผลกระทบอย่างมากในปีที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของประชาชนไทยในการมองหาความคุ้มครองจากประกันภัย
“จากภาพดังกล่าวทำให้เราคาดว่า ปี 2569 เราจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าสองหลัก คือไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 2568 ที่เราโตเพียง 3-4% เท่านั้น โดยตลาดที่เราให้ความสนใจในการขยายคือประกันสุขภาพซึ่งเราคาดว่าจะเติบโตได้ถึง 20% และประกันภัยธุรกิจก็เช่นเดียวกันคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 20%”
นายกิลโยม กล่าวต่อไปว่า ประกันสุขภาพแม้ภาพรวมของธุรกิจประกันภัยจะมีอัตราค่าสินไหม(Loss Ratio)อยู่ในระดับสูง แต่พอร์ตของแอกซ่าประกันภัย ยังคงอยู่ในระดับที่ดีมีกำไร เนื่องจากบริษัทเน้นรับงานคุณภาพ และมีการเจรจากับโรงพยาบาลพันธมิตรในเรื่องของการรักษาและราคาที่เหมาะสม ซึ่งในปี 2569 นี้ก็จะให้ความสำคัญในการขยายพอร์ตงานส่วนนี้มากขึ้น
ในส่วนของ ประกันภัยธุรกิจ นายกิลโยม มองว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ทำให้ธุรกิจขนาดกลาง -เล็ก (SME) ได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางรายไม่สามารถกลับมาค้าขายได้ จากเหตุการณ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้เห็นความสำคัญของการมีประกันภัยเข้ามาช่วยในการบริหารความเสี่ยง เพราะหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงอีก อย่างน้อยก็ยังมีกระแสเงินสดจากเงินสินไหมเข้ามาประคองธุรกิจไว้ ดังนั้นในปีนี้ บริษัทจะเข้ามารุกตลาดประกันภัยธุรกิจอย่างจริงจัง
ขณะที่พอร์ตงานหลักอย่างประกันรถ (Motor) ซึ่งมีสัดส่วนถึง 50%ของพอร์ตงานทั้งหมด นายกิลโยม กล่าวว่า ปีนี้จะเน้นรักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่ไว้ แต่จะไม่ได้รุกเนื่องจากเป็นพอร์ตที่อัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) สูง ส่วนหนึ่งเกิดจากการซ่อมห้าง ซึ่งมีค่าอะไหล่และค่าแรงที่สูงเมื่อเทียบกับการซ่อมอู่ ดังนั้นในปีนี้บริษัทก็จะหันมาเน้นบริการผ่านอู่ในเครือ แทนการซ่อมห้าง
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา นายกิลโยม กล่าวว่า ค่อนข้างพอใจกับผลงาน เพราะสามารถก้าวจากอันดับที่ 22 ขึ้นมาสู่ลำดับที่ 13 ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยปีที่ผ่านมา มีเบี้ยรับรวมอยู่ 6.6 พันล้านบาท โต 3-4% และบริษัทก็มีเป้าหมายที่จะขึ้นไปติดท็อป 10 ซึ่งการจะขยับไปจุดนั้นได้เบี้ยรับรวมจะอยู่ที่ประมาณ หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้เน้นแค่เรื่องของเบี้ย หรือปริมาณเท่านั้น หากเน้นถึงคุณภาพของงานที่รับประกันจะต้องสามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
โดยในปีที่ผ่านมา แอกซ่ากำลังเปลี่ยนภาพลักษณ์ประกันภัย ให้เป็นมากกว่าแค่การซื้อ-ขาย สู่ “ประสบการณ์บริการที่ไร้รอยต่อ” ด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาขับเคลื่อนบริการตั้งแต่ขั้นตอนการขายจนถึงการเคลม เพื่อลดขั้นตอนที่ยุ่งยากสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านบริการดิจิทัล เช่น Customer Portal และแอปพลิเคชัน Health-Claim ที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการความคุ้มครองและยื่นเคลมได้ทันทีเพียงปลายนิ้วสัมผัส เพื่อให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือจะอยู่ใกล้ลูกค้าเสมอ
“แอกซ่าประกันภัยกำลังก้าวไปไกลกว่าการเป็นแค่บริษัทประกันภัยแบบดั้งเดิม ด้วยการนำ AI มาพัฒนาประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ และขยายโซลูชันด้านสุขภาพให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับกลาง เพื่อให้การคุ้มครองระดับโลกเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ เป้าหมายของเราคือเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย และพิสูจน์ว่าความเป็นผู้นำที่แท้จริงวัดกันที่คุณภาพการดูแลที่เรามอบให้ และรากฐานที่ยั่งยืนที่เราสร้างไว้ผ่าน AXA Foundation for Human Progress”