โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สงครามทำลายล้างสนองความบ้าคลั่งของไซออนิสต์

แนวหน้า

เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 17.00 น.

นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ตั้งคำถามว่า สงครามทำลายล้างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล สมคบกันจุดไฟสงครามขึ้นมาเป็น “สงครามฉวยโอกาส” หรือ “สงครามเพื่อความถูกต้อง” กันแน่?

สงครามที่จีนและรัสเซียมหามิตรของอิหร่านประณามว่า การบุกสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่านเพื่อให้มีรัฐบาลใหม่ เป็นการย่ำยีกฎกติกาสหประชาชาติและกฎหมายสากลที่ไม่อาจยอมรับได้

นักวิชาการด้านความมั่นคงอาจมองว่าสหรัฐอเมริกากับอิสราเอล ใช้กำลังทางอากาศมากมายมหาศาลโจมตีอิหร่านก่อนเมื่อเช้าวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นการกระทำเพื่อความถูกต้องป้องกันภัยอันตรายจากอิหร่าน ที่สหรัฐถือว่า เป็นภัยต่อสหรัฐและอิสราเอลมานานหลายทศวรรษ

หากพิเคราะห์จากมุมมองของจิตแพทย์ และชาวบ้านธรรมดา จิตแพทย์อาจมองว่า คนบ้าคลั่งที่จับเด็กเล็กคนชราขังในบ้านแล้วจุดไฟเผานั้น เกิดจากอาการหลอนคลุ้มคลั่งเมื่อขาดยาติดต่อกันหลายวัน

แต่ถ้ามองชาวบ้านที่เห็นอาการคลุ้มคลั่งแทบทุกวัน เห็นคนทำร้ายบิดรมารดา เผาบ้านหรือถือมีดไล่ฟันคนในชุมชน นั่นคือความคลั่งเกิดอาการหลอนจากการเมายา หลอนว่ามีคนตามฆ่าหรือ มีเสียงแว่วในหูสั่งว่า จงฆ่ามัน

คิดแบบชาวบ้านที่เห็นสันดาน ทรัมป์ กับเนทันยาฮู มานานอนุมานได้ว่า การโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เกิดอาการหลอนของคนคลั่งลัทธิไซออนิสต์ลัทธินิยมทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมซึ่งเกิดขึ้นในยุโรปในศตวรรษที่ 19 ที่ปลูกฝังให้ยิวแก้แค้น จากที่นาซีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวถึง 6 ล้านคนในพ.ศ. 2476

ความคลั่งที่เกิดจากอาการหลอนไซออนิสต์ สหรัฐกับอิสราเอล จึงส่งเครื่องบินนับร้อยลำไปถล่มทำลายอิหร่าน เป้าหมายแรก คือ สังหาร อยาตอลเลาะห์อาลี คาเมเนอี ในที่หลบภัย ซึ่งไม่ใช่ความเก่งกาจใดๆ ของไซออนิสต์ แต่พวกเขาสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่านได้ตามแผนการที่วางไว้ยาวนาน นั่นคือส่งหน่วยมอซาด ไปฝังตัวอยู่ในหน่วยข่าวกรองอิหร่าน ไส้ศึกภายในจึง
ชี้เป้าให้ทิ้งระเบิดสังหารเป้าหมายได้ถูกที่ถูกเวลา

หลังจากลอบสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านไซออนิสต์ก็ทิ้งระเบิดสังหารเด็กนักเรียนหญิงในโรงเรียนชั้นประถมตายอย่างน้อย 171 ศพ จากความโหดร้ายที่ใช้ขีปนาวุธถล่มโรงเรียนถึงสี่ลูก

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ซึ่งประกาศไว้ว่า หากสหรัฐกับอิสราเอลโจมตีอิหร่าน IRGC จะทำให้ตะวันออกกลางเกิดไฟบรรลัยกัลป์ อิหร่าน จึงตอบโต้ด้วยการใช้ดาวเทียมจีนนำวิถีขีปนาวุธ ที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศสหรัฐจับสัญญาณไม่ได้ IRGC ยิงถล่มทำลายฐานทัพสหรัฐในประเทศคูเวต บาห์เรน กาตาร์ และอาหรับเอมิเรตส์ ตามเป้าหมายจุดไฟบรรลัยกัลป์ในตะวันออกกลาง

วันที่ 1 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศ เสนอข่าวไปตามผลประโยชน์ของประเทศตน หรือไม่ ก็ฝ่ายที่ตนฝักใฝ่ ประกอบกับโซเชียลในบ้านเรา เสนอข่าวสงครามเวหาจนสับสนวุ่นวายไม่รู้อันไหนขีปนาวุธจริงอันไหน เป็น AI

เห็นภาพขีปนาวุธอิหร่านยิงถล่มเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ ยิงถล่มฐานทัพสหรัฐในคูเวต ฐานทัพสหรัฐในประเทศกาตาร์ ทำให้เกิดความสงสัยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐ สกัดโดรนและขีปนาวุธอิหร่านไม่ได้จริงหรือ? อิหร่านถึงถล่มฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคได้

เพื่อนนักข่าวส่ง SMS มาบอกว่าอิหร่านใช้ดาวเทียมของจีนนำวิถีขีปนาวุธ ทะลุทะลวงเข้าทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐ คูเวต และ กาตาร์ จึงสกัดทำลายโดรนและขีปนาวุธอิหร่านได้น้อยเกินความคาดหมาย

ด้วยความสงสัยผู้เขียน SMS ไปถามอดีตเพื่อนร่วมงานชาวอเมริกันที่แต่งงานกับเศรษฐีอิสราเอลมีคฤหาสน์หรูอยู่ในเมืองหลวงอิสราเอลว่า สถานการณ์เป็นอย่างไร ได้รับคำตอบว่า ร้ายแรงกว่าสงครามเมื่อเดือน มิถุนายน ปีกลายหลายเท่า

.. “ขีปนาวุธอิหร่านยิงเข้ามาทุก 20 นาที ระลอกหนึ่งราวสิบนัด เจ้าหน้าที่ไม่ได้บอกพวกเราว่าเกิดอะไรขึ้น การสื่อสารมีเพียงสั่งการออนไลน์ให้อยู่ในที่หลบภัย หรือวิ่งเข้าบังเกอร์เดี๋ยวนี้ ตลอดทั้งวัน..”

คนอิสราเอลมุดหัวในที่กำบัง แต่ฉันได้รับข่าวจากคนที่เชื่อถือได้ว่า ขีปนาวุธอิหร่านลูกหนึ่งยิงถล่มอาคารที่พักอาศัยสูง 9 ชั้น ผู้หญิงหนึ่งคนตายคาที่ และหญิงสูงวัยหัวใจวายตายขณะวิ่งเข้าหาที่กำบัง มีข่าวอีกเช่นกันว่าคนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก แต่นั่นเป็นเรื่องที่เพื่อนๆ บอกมา เราได้รับข่าวจากทางการน้อยมาก ทุกๆ สิบนาทีมีคำเตือนให้เข้าที่หลบภัยเดี๋ยวนี้.”. ฉันคิดว่าต้องอยู่ในที่กำบังอย่างน้อยอีกหนึ่งอาทิตย์…”

แต่การคาดการณ์ของอดีตนักข่าวสงคราม แตกต่างจากที่ทรัมป์ บอกกับนิวยอร์กไทม์ว่า สงครามอิสราเอล-อิหร่านจบลงในหนึ่งเดือน หากอิหร่านไม่ยอมเจรจา ทรัมป์กล่าว หลังจากได้รับรายงานว่าทหารอเมริกันคนที่ 6 ทนบาดเจ็บจากระเบิดอิหร่านไม่ไหวได้เสียชีวิตเป็นรายที่ 6 และที่ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลด้วยอาการสาหัสอีก 5 นาย

“เป็นธรรมดาที่ต้องสูญเสียระหว่างสงคราม และเราอาจสูญเสียมากกว่านี้ สงครามอิสราเอลกับอิหร่านสิ้นสุดในเวลาหนึ่งเดือน..” ทรัมป์พูดลอยๆ ว่า สงครามสิ้นสุดภายในหนึ่งเดือน ซึ่งยาวนานกว่าคาดการณ์ของเพื่อนอดีตนักข่าวสงคราม

อย่างไรก็ตามคำพูดของอดีตนักข่าวสงคราม และคำพูดทรัมป์ อนุมานได้ว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐไม่สามารถสกัดขีปนาวุธเร็วกว่าเสียงและความแม่นยำสูงของอิหร่านได้ฐานทัพสหรัฐในคูเวต ในกาตาร์ ถึงถูกถล่มได้อย่างง่ายดาย

กองบัญชากลางกองทัพสหรัฐยอมรับว่า เครื่องบิน F-15 ตกใกล้ฐานทัพในคูเวต3 ลำ และแถลงแบบขายผ้าเอาหน้ารอดว่า..“เกิดระบบป้องภัยทางอากาศผิดพลาด คูเวตยิงเครื่องบินฝ่ายเดียวกันตกสามลำ..”

คำแถลงของสหรัฐ จึงเป็นที่ขบขันสำหรับชาวบ้านทั่วไป เพราะหากสหรัฐยอมรับว่าเครื่องบินรบ 3 ลำ ถูกโดรนหรือขีปนาวุธอิหร่านทำลาย ชาติในอ่าวอาหรับที่ตั้งฐานทัพและให้สหรัฐใช้สนามบินไปถล่มอิหร่าน กลุ่มประเทศที่เป็นลูกสมุนอเมริกันก็ขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆ กัน

ทรัมป์ผู้จุดไฟบรรลัยกัลป์จึงเสียงอ่อยเสนอให้มีการเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน แต่ถูกปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยจากเตหะราน ผู้ยึดมั่นในคำสาบานว่า จะให้ตะวันออกกลางเป็นไฟบรรลัยกัลป์เมื่อสหรัฐกับอิสราเอลโจมตีอิหร่านตามอุดมการณ์ไซออนิสต์

ถึงแม้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และทหารระดับสูงของ IRGC กว่า 50 นายเสียชีวิตจากการโจมตีหลายระลอกของฝูงบินสหรัฐกับอิสราเอล ที่สำคัญยังทำให้พลเรือน เด็ก ผู้หญิงและคนชราที่ไม่เกี่ยวข้องเสียชีวิตไปแล้ว กว่า 550 ศพ แต่เตหะรานยังคงเดินหน้าล้างแค้นไซออนิสต์ให้ไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญตะวันออกกลางต่อไป

ถึงวันนี้สงครามระหว่างไซออนิสต์กับอิหร่านขยายวง เป็นสงครามทำลายล้างมนุษยชาติและเศรษฐกิจโลก เมื่ออิสราเอลบุกถล่มทำลายฮิซบอลเลาะห์ เครือข่ายฝ่ายอักษะแห่งการต่อต้านของอิหร่าน ในเลบานอน รายงานเบื้องต้นระบุว่า มีคนตายอย่างน้อย 350 ศพ ฝ่ายอิหร่านก็ยิงจรวดทำลายสนามบินในอิรัก ในไซปรัสซึ่งเป็นที่ตั้งกองทัพอังกฤษพันธมิตรสหรัฐ

นอกจากนั้นขีปนาวุธอิหร่านถล่มทำลายโรงแรม 7 ดาวในเมืองดูไบ ประเทศ UAE การถล่มเมืองดูไบ อิหร่านมีเป้าหมายทำลายเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐีระดับโลกรวมทั้งเศรษฐีไทยไปลงทุนและซื้ออสังหาริมทรัพย์หรูอยู่ในเมืองดูไบ จนประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เร่งขนคนต่างชาติออกจากประเทศ 44,000 คน

เพื่อให้ไฟบรรลัยกัลป์ลามเผาผลาญระบบเศรษฐกิจ อิหร่านเริ่มถล่มทำลายโครงสร้างพื้นฐานการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางไปพร้อมๆ กับการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางส่งน้ำมัน 1 ใน 3 ของโลก มีรายงานเบื้องต้นว่าเรือขนส่งน้ำมันของประเทศตะวันตกถูกจมไปแล้ว 3 ลำส่วนเรือขนส่งน้ำมันมาประเทศไทยหลุดพ้นมาได้ 1 ลำ ส่วนอีก 1 ลำ ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียยังออกมาไม่ได้ และอิหร่านกำลังพิจารณาให้เรือบรรทุกน้ำมันเฉพาะของจีนล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงาน ไทยยืนยันว่า น้ำมันสำรองไทยมีพอสำหรับใช้ 60 วัน และเมื่อเรือบรรทุกน้ำมันหลุดพ้นช่องแคบฮอร์มุซมาอีกหนึ่งลำ ก็อุ่นใจได้ว่า ประเทศไทยไม่ขาดพลังงานอย่างน้อย 70 วัน ที่สำคัญอย่าให้คนขายชาติแอบขายน้ำมันสำรองให้กัมพูชาก็แล้วกัน

ประเทศไทยประสบปัญหาเฉพาะหน้าคือทำอย่างไรให้ช่วยคนไทยที่ติดอยู่ในประเทศอ่าวอาหรับและอิหร่านได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย นอกจากนั้นยังมีนักท่องเที่ยวชาวอาหรับและนักเดินทางไปยุโรป สหรัฐฯผ่านสนามบินตะวันออกกลาง ติดค้างอยู่ในประเทศไทยนับหมื่นคน เนื่องจากน่านฟ้าในตะวันออกกลางปิดทั้งหมด

ประเทศไทยมีรัฐบาลรักษาการไม่สามารถเบิกงบฉุกเฉินช่วยคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ติดค้างอยู่ได้ แต่ยังโชคดีที่มีรายงานว่า กกต.จะรับรอง สส.ให้ได้ 95% ภายในอาทิตย์นี้
และคาดการณ์ว่า จะเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภาในวันที่ 17 มีนาคม

ต่อด้วยการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีในสภาวันที่ 18 มีนาคม กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลในภาวะคับขัน เชื่อว่า ทุกฝ่ายคงให้ความร่วมมือ เพื่อให้มีรัฐบาลบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ ภายในอาทิตย์แรก เดือนเมษายน จะได้แก้ปัญหาวิกฤตเฉพาะหน้าได้

นี่คือลักษณะพิเศษของสังคมไทย ถึงแม้มีเรื่องขัดแย้งภายใน เมื่อเกิดวิกฤตคนไทยก็สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนำพาประเทศผ่านวิกฤตไปได้ เรื่องกกต.ฟ้องกันไปฟ้องกันมากับนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลายเป็นเรื่องรองลงไปที่คนไทยพูดว่า เป็น “เรื่องขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง

สุทิน วรรณบวร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...