โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ประกาศความพร้อมไทยสู้กติกาโลกใหม่ รักษาตลาดเกษตรส่งออกอียู กว่า 2 หมื่นล้าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 มกราคม 2569 เวลา 2.27 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ARDA เปิดตัว “EUDR Thailand Traceability Platform” ประกาศความพร้อมไทยสู้กติกาโลกใหม่ รักษาตลาดเกษตรส่งออกEU กว่า 2 หมื่นล้าน

21 มกราคม 2569 - สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จัดพิธีเปิดงาน “Go Live: EUDR Thailand Traceability Platform” เปิดตัวแพลตฟอร์มตรวจสอบย้อนกลับระดับประเทศที่พร้อมใช้งานจริง เพื่อรองรับกฎระเบียบ European Union Deforestation-free Regulation (EUDR) ถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาตลาดส่งออกสินค้าเกษตรของไทยมูลค่ากว่า 20,800 ล้านบาทต่อปี ตอกย้ำความพร้อมของไทยในการคงสถานะ“ประเทศความเสี่ยงต่ำ” ตามเกณฑ์สหภาพยุโรป โดนมีนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงแรมที.เค.พาเลซ กรุงเทพฯ
โดยรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากรายงานของ FAO และ UNEP (2020) ระบุว่าโลกสูญเสียพื้นที่ป่ากว่า 10 ล้านเฮกตาร์ต่อปี ในช่วงปี 2015–2020 รวมสะสมกว่า 80 ล้านเฮกตาร์ นับตั้งแต่ปี 1990 สหภาพยุโรปจึงออกกฎ EUDR กำหนดให้สินค้าที่นำเข้า EU ต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า มีพิกัดแปลงผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายประเทศต้นทางอย่างถูกต้อง แม้ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ แต่การปฏิบัติตามข้อกำหนดยังเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs และเกษตรกรรายย่อย
จากข้อมูล UN Comtrade ปี 2567 ไทยส่งออกสินค้าเกษตร 7 กลุ่มที่อยู่ในเกณฑ์ EUDR ได้แก่ ยางพารา, ปาล์ม, น้ำมัน, วัว, ไม้, กาแฟ, โกโก้ และถั่วเหลือง ไปสหภาพยุโรปรวมกว่า 1.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.49 หมื่นล้านบาท)
ดังนั้นการพัฒนาเครื่องมือเพี่อสร้างระบบรองรับในระดับประเทศจึงเป็นกลไกสำคัญ ที่ช่วยให้ไทยปรับตัวทันต่อกติกาโลกใหม่ และแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติการปฏิบัติตามข้อกำหนด EUDR จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพิกัดแปลงผลิต หลักฐานสิทธิในที่ดิน หรือการจัดทำเอกสาร Due Diligence Statement (DDS) ซึ่งหากขาดระบบกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นมาตรฐาน จะเป็นการเพิ่มภาระงานและต้นทุน รวมถึงเสี่ยงต่อการสูญเสียโอกาสทางการค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรต้นน้ำอย่างเลี่ยงไม่ได้
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เปิดเผยว่า เพื่อรองรับข้อกำหนด EUDR อย่างเป็นรูปธรรม ARDA องค์การมหาชนภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุน(PMU) ในการบริหารงบประมาณวิจัยกองทุนด้าน ววน. ได้สนับสนุนงานวิจัย 9 โครงการสำคัญ ในปี 2568 ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบระบบตรวจสอบย้อนกลับ การเชื่อมข้อมูลพิกัดแปลงผลิต–ภาพถ่ายดาวเทียม การทวนสอบสิทธิที่ดิน การปรับมาตรฐานแผนที่เกษตร การตรวจสอบกฎหมายไม้ไทย การวิเคราะห์ตลาด ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายวิทยากรถ่ายทอดสู่เกษตรกรกว่า 1,000 รายในพื้นที่เป้าหมาย
สำหรับแพลตฟอร์ม EUDR Thailand Traceability Platform ทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางการจัดทำ Due Diligence Statement (DDS) ที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นไปตามข้อกำหนดของ EU ช่วยลดความซ้ำซ้อนและข้อผิดพลาดในการจัดทเอกสารซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้คู่ค้าในยุโรป และสนับสนุนให้ไทยสามารถคงสถานะประเทศความเสี่ยงต่ำได้อย่างต่อเนื่อง โดยระบบถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ SMEs และเกษตรกรรายย่อย
ทั้งนี้ ARDA จะเปิดให้ใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าวตั้งแต่ 21 มกราคม 2569 เป็นต้นไปทาง https://eudrthai.com/cms/admin/login โดยผู้ประกอบการที่จะนำสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปเป็นครั้งแรกจะยื่น DDS เพียงครั้งเดียว ขณะที่ผู้ประกอบการปลายน้ำและผู้ค้าไม่ต้องยื่นซ้ำ แต่ต้องเก็บและส่งต่อหมายเลขอ้างอิงของ DDS เดิม ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยในระดับผู้ผลิตเบื้องต้นสามารถยื่นเอกสารรับรองแบบครั้งเดียว (one-off simplified declaration) เพื่อใช้แทนการยื่น DDS ทุกครั้ง
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการสรุปสาระสำคัญของกฎระเบียบ EUDR และเทคโนโลยี ของแพลตฟอร์มที่สามารถรวบรวมพิกัดแปลงปลูก (Geolocation) เพื่อออกเอกสาร Due Diligence Statement (DDS) ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการนำเสนอที่มาของมาตรการ ฐานข้อมูลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกว่า 15 ฉบับ และความสำเร็จของเครือข่ายถ่ายทอดความรู้ทั่วประเทศ
"ปี 2569 จะเป็นปีที่เกษตรไทยก้าวขึ้นสู่บนเวทีโลกในฐานะผู้ผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ARDA เชื่อมั่นว่าแพลตฟอร์มนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้งานได้จริง ช่วยสร้างรายได้ เพิ่มความมั่นคงให้เกษตรกร และรักษาผืนป่าไทยควบคู่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน" ดร.ทวีศักดิ์กล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...