โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สว.สำรอง บุก กกต.ทวงคดีฮั้วเข้าปีที่ 3 ซัดมติ 4-3 เมินหลักฐานดีเอสไอ เจตนาเตะถ่วง รอไม่ไหวฟ้องศาลแล้ว

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

สว.สำรอง บุก กกต.ทวงคดีฮั้ว สว. ปีที่ 3 ซัดมติ 4 ต่อ 3 เมินหลักฐานดีเอสไอ ชี้เจตนาเตะถ่วง–รอผลศาลรธน. ลั่นเข้าข่ายปล้นชาติ รอไม่ไหวฟ้องศาลแล้ว นัดไต่สวน 9 มี.ค.ด้าน "กุสุมาลวตี“ อัดปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปมดองคำร้องยุบ ภท.-ขวางตั้งพรรคการเมือง

วันนี้(21ม.ค.) กลุ่ม สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เดินทางมาทวงถามความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนฮั้วเลือกสว.โดย พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า การบุกทวงถามครั้งนี้ถือเป็นปีที่ 3 นับตั้งแต่มีการเลือกตั้ง ส.ว. เมื่อปี 67 โดยกระบวนการตรวจสอบยังไม่คืบหน้าใดๆ แม้จะผ่านปี68 ไปทั้งปี และเข้าสู่ปี69 แล้วความล่าช้าที่ กกต. ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ถือว่าล่าช้าเกินควร เราได้พยายามทวงถามความคืบหน้าจาก กกต. หลายครั้ง ไม่เคยได้คำตอบที่ชัดเจน ได้รับข้อมูลแต่จากหน่วยงานอื่น โดยปลายปี 68 ดีเอสไอ และอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาเบื้องต้น 8 คน ในคดีฟอกเงิน คดีพิเศษที่ 24/2568 และส่งหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องกับการฮั้ว สว. มาให้ กกต. พิจารณาตามมาตรา 49 พ.ร.ป. ว่าด้วย กกต. แต่กกต.เวลานั้นมีกรรมการ 5 คน) มีมติ 3 ต่อ 2 เห็นควรนำหลักฐานมาประกอบสำนวน แต่ก็ยังไม่ดำเนินการเพราะมีกกต.บางคนคัดค้านว่าให้กกต.ชุดใหม่รายงานตัวก่อน

ต่อมากลางเดือน ม.ค.69 มี กกต. ครบ 7 คน มีการประชุมใหม่กลับมีมติ 4 ต่อ 3 ไม่เห็นด้วยที่จะนำหลักฐานดีเอสไอ มาประกอบ "ปรากฏว่ามีมติ 4 ต่อ 3 คราวนี้กลับกลายเป็นไม่เห็นด้วย ทราบว่าได้มีการถกเถียงกันพอสมควรโดย 3คน ยังเป็น3เสียงเดิม แต่ 2 เสียงเดิมได้อีก 2 เสียงใหม่มาเพิ่มรวมเป็น 4 เสียง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นข้อกังขาเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุใดกกต.เสียงส่วนใหญ่จึงไม่เห็นด้วยในการนำพยานหลักฐานที่สำคัญในคดีมาประกอบในสำนวน ซึ่งเรื่องนี้เราจะต้องตรวจสอบการทำงานของ กกต.ต่อไป

นอกจากนี้ในส่วนสำนวนที่คณะอนุวินิจฉัยที่รับเรื่องไปตั้งแต่ 17 ก.ย.2568 ยังค้างอยู่ แม้ครบ 90 วันตามระเบียบ กกต. ตั้งแต่ 17 ธ.ค. ก็ยังไ่ม่ทราบว่าทาง กกต. ได้ใช้ระเบียบข้อไหนเพื่อขยายระยะเวลาเพิ่มเติม ทั้งที่ตัวเองเขียนระเบียบเองจึงเห็นว่ากกต.มีเจตนาพยายามเตะถ่วงอย่างชัดเจน จึงอยากให้ กกต.รีบเร่งสรุปจำนวนในเรื่องนี้ หรือที่ล่าช้า เพราะต้องการรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ (21 ม.ค.) ในคดีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี แทรกแซงการทำงานของดีเอสไอในคดีฮั้วสว. ซึ่งแน่นอนว่าผลจากคำวินิจฉัยอาจกระทบคดีฮั้ว สว. ถ้าชี้ว่าพ.ต.อ.ทวี กับนายภูมิธรรม มีส่วนบกพร่องในเรื่องของการเข้าไปแทรกแซง ก็อาจจะมีคนนำไปขยายผลในกระบวนการสอบสวนของดีเอสไอ ที่รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ รวมถึงกกต. ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นการปล้นชาติปล้นแผ่นดิน เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้บุคคลเหล่านี้ลอยนวลไปได้ พวกเราจะเป็นสว.หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

"วันนี้มีหนังสือ 1 ฉบับ เพื่อขอนัดประธานกกต. จะขอเข้าพบเผื่อจะให้ท่านอธิบายด้วยวาจาว่ามีรายละเอียดเหตุผลอย่างไร หากไม่มีเหตุผลเพียงพอ ก็ขอสงวนสิทธิที่จะไปดำเนินการในช่องทางที่พิทักษ์สิทธิของเรา"

พล.ต.ท.คำรบ ยังขอให้กกต.เร่งส่งเรื่องฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองในส่วนสำนวนคดีฮั้วสว.ที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นกลุ่มผู้บริหารพรรคการเมืองและบุคคลทั่วไปรวม91 คน ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นสว.รวม 138 คนก็ให้เร่งส่งศาลฎีกาเพราะมาตรา 62 พรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.เขียนระบุเพียงใช้หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ซึ่งในข้อเท็จจริงหลักฐานกับทางการกระทำความผิดของคนกลุ่มนี้ชัดเจน กกต.จึงควรเร่งส่งศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

ด้านนายพงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล สว.สำรอง กลุ่ม 2 กฎหมายแลกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า เนื่องจากเรารอความหวังว่าจะได้รับความยุติธรรมจากกกต.มานานกว่า 1 ปี 7 เดือนแล้ว ทั้งที่ทุกคนรู้ว่าการเลือกสว.ที่มองจากดาวอังคารยังรู้ว่าโกงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกทั้งมีผลการสืบสวนสอบสวนโดยคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนชุดที่ 26 ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับสว. 138 คน รวมผู้ร่วมกระทำผิด 91 คน แต่เรื่องนี้จนถึงตอนนี้กลับยังไม่เข้าที่ประชุมกกต.ใหญ่และยังไม่ส่งศาลฎีกา จึงถามว่าความยุติธรรมอยู่ตรงไหน ดังนั้นตนรอการดำเนินการของกกต.มาเนิ่นนานแล้วจึงต้องใช้สิทธิตัวเองฟ้องสว.ตัวจริง 7 คน ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่าฮั้วสว. ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ในข้อหากระทำผิดพ.ร.ป.การได้มาซึ่งวุฒิสภา มาตรา 77(1) ซึ่งศาลรับฟ้อง และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 9 มี.ค. 2569 เวลา 13.30 น. และยังขอศาลออกหมายเรียกเอกสารการสืบสวนสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ที่มีการแจ้งข้อหา 138+91 คน มาประกอบด้วย วันนี้จึงมาติดตาม ซึ่งก็มี ผอ.สำนักบางท่านแจ้งว่า สำนวนยังไม่เสร็จสิ้น ตนจึงถามกลับว่าตนมาขอคำวินิจฉัยของชุดที่ 26 การบอกว่ายังไม่แล้วเสร็จนั้นตนไม่เห็นด้วย

นายพงศกรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนมีรายงานข่าวว่า มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับพยานหลักฐานซึ่งมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างมากนั้น ตนไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวและคิดว่าประชาชนก็คงไม่เห็นด้วย ตนจึงขอต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ออกหมายคำสั่งขอทราบว่าใครเป็นผู้ลงมติ 4 ต่อ 3 เพื่อเพิ่มเข้าไปในสำนวนการฟ้องศาลของตนด้วย

“ผมยังได้ทำหนังสือ มาทวงถาม ต่อกกต.ว่าหากยังไม่เปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยหรือมติกกต. ผมก็จำเป็นต้องใช้สิทธิ์ในการฟ้อง 157 เพราะการกระทำของ กกตไม่มีทางใดเลยที่จะมองว่าเป็นเจตนาสุจริต มองอย่างไร ผมคิดว่าเป็นเจตนาทุจริตในเมื่อ คุณมีพยานหลักฐานที่มาจากหน่วยงานที่เชี่ยวชาญระดับประเทศ ท่านกลับไม่รับพยานหลักฐานนี้หรือ เพื่อวินิจฉัยว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่" นายพงศกรณ์ กล่าว และว่า ยืนยันว่าตนมีสิทธิ์ในการฟ้องศาล เพราะตามพ.ร.ป.การได้มาซึ่งสว. กำหนดว่าผู้สมัครตามมาตรา 88 เป็นผู้เสียหาย ซึ่งตนเป็นทั้งผู้สมัครและเป็นทั้งสว.สำรองจึงมีอำนาจฟ้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังมีคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีผู้สมัครได้ฟ้องเอาไว้ ศาลก็ยืนยันว่า มีสิทธิ์ฟ้องคดีที่ศาลอาญาทั่วไปได้ ดังนั้นตนจึงขอเชิญสว. สำรองและผู้สมัครสว. ทุกท่านช่วยจองกฐินด้วยสามารถฟ้องร้องได้

ขณะที่นางกุสุมาลวตรี ศิริโกมุท แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวหน้า กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ากกต. ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ตนได้ยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่พ.ค.68 จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้ารวมถึงไม่ให้ตนมาชี้แจงเลย ซึ่งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยก็ยื่นฟ้องตนมากมาย รวมถึงไปร้องเรียนเจ้าหน้าที่เพื่อให้ตนเข้าคุก แต่ส่งไปยังอัยการก็ยกฟ้อง รวมถึงวันนี้ก็ส่งไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตนก็อยากรู้ว่าจะมีการแทรกแซงหรือไม่ แต่เรื่องนี้ตนเห็นว่าเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่มที่จะทำลายความยุติธรรมของการเลือกตั้ง

นางกุสุมาลวตี กล่าวว่า ตนเคยยื่นเอกสารถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ากกต. ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบให้สั่งการให้ดำเนินการโดยถูกต้องและเร่งด่วนไม่ใช่การเตะถ่วงรวมถึงกลั่นแกล้งตน เพราะตนได้ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาแต่กกต. ไม่ยอมอนุมัติ ตนต้องอยู่พรรคไทยก้าวหน้าซึ่งไม่ใช่พรรคที่ตนตั้ง และตนได้ทำหนังสือยื่นถอดถอน นายอนุทิน ไปยังป.ป.ช. ซึ่งอยากถามว่าเป็นองค์กรอิสระหรือไม่เพราะตนเคยร้องในเรื่องการทุจริตต่อหน้าที่ราชการและเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม กระทำการที่เข้าข่ายกระทำผิดภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นหลายโครงการที่อยู่ในป.ป.ช. ทั้งเขากระโดง รันเวย์เถื่อน ก็ค้างอยู่อย่างนั้น ถ้าหากองค์กรอิสระไม่อิสระถูกครอบงำโดยคนบางกลุ่มถ้าเกิดคนทุจริตทั้งหลายเรื่องเข้าไปยังป.ป.ช. แล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรรวมทั้งการใช้งบประมาณต่างๆไม่ถูกต้องก็เหมือนการปล้นชาติปล้นแผ่นดิน เขากระโดงก็มีคำสั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทำอะไรบางอย่างเรื่อง คดี ฮั้วสว. ตนมองว่า มีเส้นเงินผูกมัดคนบางกลุ่ม ในบางพรรคการเมืองเข้าข่ายผิดแน่นอนรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับบางพรรค หลักฐานการเงินเส้นการเงินที่กรมสอบสวนคดีพิเศษมี แต่ กกต.ชุดใหม่ กลับมีมติให้ไม่เอาเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษมาร่วมด้วยแสดงว่ากลัวความผิดหรือไม่ และประเทศไทยจะเหลืออะไร ตนมองว่ามันไม่ถูก ไม่กลัวว่าใครจะมีตำแหน่งอะไรถ้าทำผิดตนก็ไม่กลัว และแม้แต่สกัดกั้นไม่ให้ตนมีพรรคการเมืองหรือออกสื่อตนก็ไม่สนใจ แต่ขอให้ประชาชนรับรู้ว่า สแกมเมอร์ ทุนเทา คือใครและใครเกี่ยวข้อง หรือการบริหารน้ำท่วมภาคใต้ ประชาชนควรรู้ว่าสิ่งไหนถูกสิ่งใดควร และมีโพลที่ไม่เป็นธรรมเพื่อสอดรับกับการทุจริตการเลือกตั้งหรือไม่ อยากถามว่าโพลของนิด้าไปทำที่ไหนมา ตนจึงอยากถามเพื่อประโยชน์สาธารณะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการชี้ชะตาประชาชน อย่าให้บางกลุ่มทุจริตเพื่อประโยชน์ตนเอง ถ้าประเทศไทยยังอยู่แบบนี้ลูกหลานจะเหลืออะไร

“อยากให้คิดให้ดีบ้านเมืองไม่ใช่ของใครแต่เป็นของทุกคนเราต้องช่วยกันเพราะ ส.ว. สำรองไม่ได้อยากเป็นส.ว. แต่คิดว่าการสู้ข้างถนนมีอำนาจตนจึงขอไปสู้กับนายอนุทิน ในสภามีแมวก็ต้องไม่มีหนูมีแมวก็ต้องไม่มีเทา”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...