สัมภาษณ์พิเศษ : สูตรบริหารกว่า 27ปี ‘แม่ทัพคุณาลัย’ ผู้ปั้นบ้านด้วยงานอาร์ต ชู Vibe อยู่ยาวแบบ Longevity Living
ในโลกของอสังหาริมทรัพย์ที่หมุนวนอยู่กับตัวเลข ผลกำไร และการแข่งขันที่ดุเดือด มีผู้หญิงคนหนึ่งที่มองผืนดินต่างออกไป“คุณรัตน์” ประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN ไม่ได้มองว่าการสร้างบ้านคือการก่ออิฐถือปูนเพื่อทำเงินเพียงอย่างเดียว
แต่สำหรับเธอ ที่ดินคือ“ผ้าใบวาดรูปขนาดใหญ่” และการสร้างหมู่บ้านคือการสร้างสรรค์งานศิลปะที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณและธรรมะ
เบื้องหลังความแข็งแกร่งของอาณาจักรคุณาลัยไม่ได้เริ่มที่ห้องประชุม แต่เริ่มจากคำสอนของคุณพ่อที่บ่มเพาะมาตั้งแต่เด็ก คุณรัตน์เล่าว่าคุณพ่อสอนให้เชื่อในเหตุและผลตามหลักกาลามสูตร10
และย้ำเตือนเสมอว่า “ศรัทธาที่มีมากเกินไปจะกลายเป็นความหลง” ปรัชญาโบราณที่ว่า“เราจะไม่มีวันให้ในสิ่งที่เราไม่มี” กลายเป็นหัวใจหลักของการทำงาน เพราะหากผู้สร้างไม่มีความสุขหรือความรู้ที่แท้จริง ย่อมส่งมอบพื้นที่แห่งความสุขให้ผู้อื่นไม่ได้
เมื่อเผชิญกับอุปสรรค คุณรัตน์มักจะนึกถึงเรื่อง “พระมหาชนก” ที่คุณพ่อสอนให้อ่าน เพื่อให้เป็นคนรักในองค์ความรู้และใช้การไตร่ตรองสม่ำเสมอ ในวันที่เหนื่อยล้า เธอจะกลับไปหา “ธรรมชาติของปัญหานั้น” เพื่อดูว่าต้นเหตุคืออะไร
และยึดคติว่า “ห้ามทำงานบนความกลัว แต่ให้ทำบนความสว่าง” คือต้องมองปัญหาให้ชัดและหาทางแก้ด้วยความรู้ หากคิดไม่ออกก็พร้อมจะพึ่งพิงคนที่เก่งกว่าเพื่อหาคำตอบใหม่ๆ
ตลอด 27 ปีในสายอาชีพนี้ แม้จะมีความเหนื่อยล้า แต่คำว่า“ท้อที่แปลว่าถอย” ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของคุณรัตน์ เธอแยกแยะว่าความเหนื่อยเป็นเรื่องส่วนตัว
ถ้าเหนื่อยมากก็แค่ลาพัก หายเหนื่อยก็กลับมาลุยงานต่อ แต่หน้าที่ CEO คือ Duty ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ถือหุ้นจึงต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
“ถ้าย้อนกลับไปบอกตัวเองในอดีตได้จะบอกว่า งานที่เขากำลังจะทำเป็นงานที่มีคุณค่า เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่การพัฒนาบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานของครอบครัว ซึ่งครอบครัวที่ดี อยู่ในบ้านที่ดีจะทำให้สังคมดี แล้วก็ให้วัคซีนกับเด็กคนนั้นว่า..ไม่ง่ายแต่จงตั้งใจทำ”
สิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจของเธอคือ“คุณค่า” ของงาน เธอเล่าถึงลูกค้าที่ตั้งชื่อลูกว่า “น้องไบรท์” และ “น้องบลิ๊งค์” ตามชื่อแบบบ้านของคุณาลัย เพราะลูกเกิดและเติบโตที่นี่ หรือลูกค้าที่พาคุณแม่มาซื้อบ้านตามความฝันแล้วหอบกล้วยมาให้เป็นของขวัญแทนคำขอบคุณ
สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอเห็นว่าบ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่สร้างความหมายในชีวิต เป็นพลังบวกที่ทำให้รู้ว่าสิ่งที่ทำมาตลอดนั้นดีและต้องทำให้ดียิ่งขึ้น
ยุทธศาสตร์69 จาก ‘ผู้พัฒนาที่ดิน’ สู่ ‘ผู้ออกแบบชีวิตยืนยาว’
ในปี 2569 นี้ คุณาลัยกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่เรียกว่า Quality Growth หรือการเติบโตอย่างมีคุณภาพ หลังจากบรรลุพันธกิจการสร้างเมือง “บ้าน 4 ทิศ” รอบกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทั้ง บางบัวทอง, พระราม 2, รังสิต และฉะเชิงเทรา ได้สำเร็จ
คุณรัตน์เลือกที่จะ “ไม่ซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อเปิดโปรเจกต์ใหม่” แต่ใช้ที่ดินเดิมที่มีอยู่เพื่อเจาะตลาดให้ลึกขึ้น
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ปีนี้คือ Longevity Living Ecosystem หรือระบบการอยู่อาศัยเพื่ออายุวัฒน์ คุณรัตน์มองว่า Longevity ไม่ใช่แค่กระแสสุขภาพระยะสั้น แต่เป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก เธอจึงเปลี่ยนนิยามจากการแค่สร้างบ้าน มาเป็นการออกแบบระบบที่ดูแลก่อนป่วย
โครงการต้นแบบที่จะเกิดขึ้นในทำเลบางขุนเทียน-ชายทะเล คือเครื่องพิสูจน์วิสัยทัศน์นี้ พื้นที่นี้เปรียบเสมือนปอดของคนกรุงเทพฯ ด้วยผังเมืองสีเขียวอนุรักษ์ที่มีอากาศบริสุทธิ์ และยังอยู่ใกล้สถานพยาบาลเฉพาะทางอย่างโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน และสถาบันมะเร็งแห่งชาติแห่งใหม่ การเชื่อมโยงที่อยู่อาศัยเข้ากับระบบสาธารณสุขคือการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของสุขภาวะในระยะยาว
แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯในปี 2569 จะเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูงและการเข้มงวดของสินเชื่อธนาคาร แต่คุณรัตน์ยังเชื่อในReal Demand ของบ้านแนวราบปริมณฑล เธอจึงเน้นการบริหาร Financial Discipline อย่างเคร่งครัด
ในการบริหารจัดการเงินสด คุณรัตน์มีทั้งแผน A, B และ C อยู่เสมอ เธอเคยกระทั่งยอม“เฉือนเนื้อ” ขายที่ดินบางแปลงออกไปเพื่อรักษากระแสเงินสดและลดหนี้
ปัจจุบันคุณาลัยมีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยมีบ้านพร้อมโอนที่ปิดหนี้หมดแล้ว 100% มูลค่าประมาณ 160 ล้านบาท ทำให้บริษัทปลอดภัยจากความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
“คุณาลัย” ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ไว้ที่ 1,200 ล้านบาท และรายได้ 600 ล้านบาท พระเอกคือโครงการ นาวาร่า พระราม 2 และ นาวาร่า รังสิต-คลอง 2 ซึ่งในโซนรังสิตนี้จะมีเซอร์ไพรส์ด้วยบ้านสั่งสร้าง (Made-to-Order) ราคา 9-25 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าบ้านหรูที่ต้องการฟังก์ชันเฉพาะตัวและความเป็นส่วนตัวสูงสุด
พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ความยืดหยุ่นคือคำตอบ
จากการสังเกตลูกค้า คุณรัตน์พบว่าพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น เช่น คนมีงบ 5 ล้านบาท อาจเลือกซื้อบ้าน 4 ล้านบาทเพื่อเก็บเงินสำรอง
การออกแบบบ้านของคุณาลัยจึงเน้น Flexibility หรือความยืดหยุ่น เช่น ห้องรับแขกที่ปรับเป็นห้องทำงานได้ หรือครัวที่ปรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้จริง นอกจากนี้ยังต้องตอบโจทย์เรื่องคุณภาพมากกว่าแค่ราคาเพียงอย่างเดียว
เสียงสะท้อนถึงรัฐบาล
ในฐานะผู้ประกอบการ คุณรัตน์ฝากถึงรัฐบาลว่า อสังหาฯ คือหัวรถจักรทางเศรษฐกิจที่ดึงธุรกิจอื่นพ่วงไปด้วยอีกมากมาย เธออยากเห็นนโยบายที่ช่วยให้ระบายสต็อกเก่าได้ เช่น การเปิดทางให้ต่างชาติซื้อได้อย่างถูกกฎหมายและครอบคลุม
การช่วยให้ SME นำธุรกิจมาผูกกับบ้านเพื่อซื้อได้ รวมถึงการส่งเสริมธุรกิจพลังงานสีเขียว (Green Energy) โดยให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ประกอบการ
ด้วยทีมงานคุณภาพเพียง 40-50 คนที่เข้าใจและเลี้ยงดูจิตใจกันและกัน คุณาลัยภายใต้การนำของคุณรัตน์ พร้อมจะเดินหน้าสู่เป้าหมาย 3 ปี พ.ศ.2569-2571 ในการเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดแนวราบเขตปริมณฑล
โดยมุ่งเน้นการสร้าง“เมือง” (Township Development) ที่ยั่งยืนและตอบโจทย์ Longevity Living อย่างแท้จริง
เพราะสำหรับที่นี่…ความสำเร็จไม่ได้วัดที่จำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้น แต่วัดที่รอยยิ้มและความยืนยาวของชีวิตผู้อยู่อาศัยในทุกทิศรอบเมือง.