ทรัมป์เผย กำลังพิจารณาโจมตีอิหร่านแบบจำกัดวง หวังกดดันทำข้อตกลงนิวเคลียร์
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เผยว่าเขากำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการโจมตีทางทหารแบบจำกัดวงต่ออิหร่าน เพื่อกดดันให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ ซึ่งผู้แทนของทั้งสองประเทศกำลังอยู่ในระหว่างการหารือผ่านคนกลาง โดยกองทัพสหรัฐฯ พร้อมปฏิบัติการทางทหารได้ทันที หากได้รับคำสั่งจากทรัมป์ ซึ่งทรัมป์ได้ขีดเส้นตายไว้ว่า หากไม่มีข้อตกลงภายใน 10 วัน อาจเกิดเหตุการณ์ ‘เลวร้าย’ ขึ้น
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพนตากอนได้ระดมกำลังทางเรือและทางอากาศในจุดที่ใกล้กับอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการเสริมกำลังทหารสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสองทศวรรษ โดยทรัมป์ได้ขู่ซ้ำหลายครั้งว่า สหรัฐฯ จะเปิดฉากโจมตีอีกระลอก หากอิหร่านไม่ยอมยุติโครงการนิวเคลียร์
ทรัมป์เคยขู่จะใช้กำลังทหารเพื่อหยุดยั้งอิหร่านจากการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรง ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตนับพันคน แต่ในตอนนั้นสหรัฐฯ ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ
ล่าสุด ทรัมป์กล่าวว่าจุดประสงค์ของการโจมตีครั้งใหม่คือ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยเขาพูดถึงความต้องการที่จะบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลอิหร่านในประเด็นนี้ แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม
ความขัดแย้งเรื่องเงื่อนไข ‘การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม’
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านอ้างว่า ในการเจรจารอบสองของปี 2026 ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐฯ ไม่ได้เรียกร้องให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมโดยสิ้นเชิง (Zero Enrichment)
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้ออกมาโต้แย้ง โดยยืนยันจุดยืนของทรัมป์ว่า อิหร่าน ‘ต้องไม่มีขีดความสามารถ’ ในการสร้างอาวุธ หรือเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งผู้แทนพิเศษด้านตะวันออกกลางถือว่า เรื่องนี้เป็น ‘เส้นแดง’ (Red Line) ที่ไม่อาจยอมรับได้
ความคืบหน้าในการเจรจา
มีการหารือ ‘ทางอ้อม’ ผ่านนักการทูตโอมานที่นครเจนีวา โดยอิหร่านแสดงท่าทีพร้อมที่จะระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นเวลา 3-5 ปี ครอบคลุมช่วงวาระการดำรงตำแหน่งของทรัมป์ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน การธนาคาร และการห้ามส่งออกน้ำมัน ทั้งสองฝ่ายระบุว่า การเจรจามีความคืบหน้า และรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านคาดว่า จะสามารถนำเสนอร่างข้อตกลงได้ในเร็วๆ นี้
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 8 เดือนหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันใช้ระเบิดเจาะทำลายบังเกอร์ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่านในเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน การที่สหรัฐฯ อาจจะตัดสินใจโจมตีอิหร่านซ้ำอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้ จึงอาจ ‘มีความเสี่ยง’ ที่จะถูกอิหร่านตอบโต้กลับได้
ก่อนหน้านี้อิหร่านเคยประกาศเตือนว่า หากอิหร่านถูกโจมตี บรรดาฐานทัพของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางจะตกเป็นเป้าโจมตีของอิหร่าน ซึ่งนั่นอาจทำให้สงครามและความขัดแย้งขยายตัวมากกว่าที่สหรัฐฯ คาดการณ์ไว้
แฟ้มภาพ: U.S. Navy / Mass Communication Specialist 1st Class Jesse Monford / Reuters
อ้างอิง: