“โลกร้อน” ทำหิมะถล่มถี่ สัญญาณเตือนภัยจากธรรมชาติ คร่าชีวิตนักสกีที่แคลิฟอร์เนีย 8 คน
เมื่อวันอังคารที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา เกิดเหตุหิมะถล่มในเทือกเขาเซียร์ราเนวาดา ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในช่วงวันเกิดเหตุ นักสกีจำนวน 15 คน ออกเดินทางไปเล่นสกีท่ามกลางคำเตือนจากหน่วยงานด้านพยากรณ์อากาศ ความเสี่ยงระดับ 4 จาก 5 ระดับที่มีโอกาสเกิดหิมะถล่มในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีนักสกีเสียชีวิตถึง 8 คน ก่อนหน้านี้พายุได้พัดถล่มในเซียร์ราเนวาดาอย่างหนัก หิมะตกมากกว่า 92 นิ้วภายในระยะเวลาเพียง 7 วัน ส่งผลให้เทือนเขาที่ก่อนหน้านี้แทบไม่มีหิมะกลายเป็นขาวโพลนในพริบตา
แม้ว่าหิมะที่ตกลงมาจะช่วยบรรเทาความกังวลปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดในระยะยาว แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์มองว่านี่คือสัญญาณอันตราย เนื่องจากหิมะปริมาณมหาศาลที่ตกลงมาใหม่ไม่ได้ยึดเกาะกับชั้นหิมะเดิม
ก่อนหน้าหน้าพื้นที่ดังกล่าวมีอากาศแห้งและหนาวเย็น ทำให้เกิดชั้นน้ำแข็งด้านล่าง ชั้นหิมะเดิมไม่หนาและไม่แข็งพอให้หิมะที่ตกลงมาใหม่เกาะตัวได้ เมื่อหิมะใหม่ที่ทั้งหนักและเปียกตกลงมาทับถมกันอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 24-36 ชั่วโมง ก่อให้เกิดรอยต่อระหว่างชั้นของหิมะกับชั้นน้ำแข็งที่เปราะบาง เมื่อมีแรงกระตุ้นหิมะด้านบนเพียงแค่เล็กน้อยก็จะทำให้เกิดการทรุดตัวตามธรรมชาติ และไหลลงมาตามความลาดชันของภูเขา
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวนซึ่งเป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน เพิ่มความเสี่ยงจากหิมะถล่มที่มีความซับซ้อนและคาดเดาได้ยากมากขึ้น ทั้งยังเป็นสัญญาณเตือนว่าภาวะโลกร้อนกำลังทำให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวน และเปลี่ยนธรรมชาติของฤดูหนาว ทำให้ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นและคาดเดาได้ยากในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- หิมะถล่มทั้งประเทศ! “โรมาเนีย”ไฟดับ 2 แสนบ้าน เมืองหลวงอัมพาต-คมนาคมหยุดชะงัก
- โลกร้อนจุดชนวน “ไฟป่า” พบวันอากาศร้อน-แห้งเพิ่มขึ้น 3 เท่า เสี่ยงลามพร้อมกันหลายทวีป
- เจาะลึกใต้แผ่นน้ำแข็งโลก! น้ำทะเลอาจพุ่งสูงเกินคาด โลกเสี่ยงจมเร็วกว่าที่คิด
- “แอฟริกา” แบกรับหนัก เรียกร้องทั่วโลกช่วยสู้ “โลกร้อน” ชี้ตนปล่อยคาร์บอนแค่ 4%
- ระวัง! ปี 69 อากาศร้อนจัด ปีแห่งความร้อนระอุ โลกเสี่ยงทุบสถิติใหม่