โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“โลกร้อน” ทำหิมะถล่มถี่ สัญญาณเตือนภัยจากธรรมชาติ คร่าชีวิตนักสกีที่แคลิฟอร์เนีย 8 คน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เหตุหิมะถล่มในเทือกเขาเซียร์ราเนวาดา รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา คร่าชีวิตนักสกี 8 คน กลายเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมด้านหิมะถล่มที่ร้ายแรงที่สุดของสหรัฐในรอบกว่า 45 ปี แม้ว่าเป็นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูหนาว แต่วิกฤตสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันเพิ่มความเสี่ยงเหตุหิมะถล่มรุนแรงมากขึ้น

เมื่อวันอังคารที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา เกิดเหตุหิมะถล่มในเทือกเขาเซียร์ราเนวาดา ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในช่วงวันเกิดเหตุ นักสกีจำนวน 15 คน ออกเดินทางไปเล่นสกีท่ามกลางคำเตือนจากหน่วยงานด้านพยากรณ์อากาศ ความเสี่ยงระดับ 4 จาก 5 ระดับที่มีโอกาสเกิดหิมะถล่มในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีนักสกีเสียชีวิตถึง 8 คน ก่อนหน้านี้พายุได้พัดถล่มในเซียร์ราเนวาดาอย่างหนัก หิมะตกมากกว่า 92 นิ้วภายในระยะเวลาเพียง 7 วัน ส่งผลให้เทือนเขาที่ก่อนหน้านี้แทบไม่มีหิมะกลายเป็นขาวโพลนในพริบตา

แม้ว่าหิมะที่ตกลงมาจะช่วยบรรเทาความกังวลปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดในระยะยาว แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์มองว่านี่คือสัญญาณอันตราย เนื่องจากหิมะปริมาณมหาศาลที่ตกลงมาใหม่ไม่ได้ยึดเกาะกับชั้นหิมะเดิม

ก่อนหน้าหน้าพื้นที่ดังกล่าวมีอากาศแห้งและหนาวเย็น ทำให้เกิดชั้นน้ำแข็งด้านล่าง ชั้นหิมะเดิมไม่หนาและไม่แข็งพอให้หิมะที่ตกลงมาใหม่เกาะตัวได้ เมื่อหิมะใหม่ที่ทั้งหนักและเปียกตกลงมาทับถมกันอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 24-36 ชั่วโมง ก่อให้เกิดรอยต่อระหว่างชั้นของหิมะกับชั้นน้ำแข็งที่เปราะบาง เมื่อมีแรงกระตุ้นหิมะด้านบนเพียงแค่เล็กน้อยก็จะทำให้เกิดการทรุดตัวตามธรรมชาติ และไหลลงมาตามความลาดชันของภูเขา

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวนซึ่งเป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน เพิ่มความเสี่ยงจากหิมะถล่มที่มีความซับซ้อนและคาดเดาได้ยากมากขึ้น ทั้งยังเป็นสัญญาณเตือนว่าภาวะโลกร้อนกำลังทำให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวน และเปลี่ยนธรรมชาติของฤดูหนาว ทำให้ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นและคาดเดาได้ยากในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...