กำนันไอเดียเจ๋ง ปลูกผักหวานป่า เปิดให้ผู้สนใจเข้ามาเก็บเองถึงสวน คิดราคาต่ำกว่าท้องตลาดเท่าตัว
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ลาดชันแต่เต็มไปด้วยก้อนขึ้นกระจัดกระจายทั่วบริเวณรอบแปลงมันสำปะหลังของกำนันมณีรัตน์ นามเกษม กำนันตำบลอรพิมพ์ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งเดิมที่เป็นจุดที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกพืชไร่ได้ ถูกปรับสภาพให้กลายเป็นแปลงปลูกผักหวานป่า จำนวนกว่า 1,000 ต้น ให้ผลผลิตดีเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก แต่ด้วยความที่ตัวเองมีตำแหน่งเป็นกำนัน ต้องทำงานราชการรับใช้ชาวบ้าน จึงไม่มีเวลาที่จะเก็บผลผลิตส่งขาย จึงเกิดไอเดียเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเก็บเองถึงสวน โดยคิดราคาต่ำกว่าท้องตลาดเท่าตัว ใครเก็บได้ขนาดไหนก็จะให้ชั่งกิโลซื้อออกจากสวนเพียงกิโลกรัมละ 100 บาทเท่านั้น
กำนันมณีรัตน์ บอกว่า ที่ดินของตนบริเวณรอบแปลงมันสำปะหลังทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่เป็นที่ลาดชันและมีก้อนหินขนาดใหญ่แทรกกระจายอยู่ระเกะระกะ ปรับพื้นที่ได้ยาก จึงไม่ได้ปรับพื้นที่ใช้ทำการเพาะปลูก แต่ด้วยเห็นว่าจุดนี้มีต้นผักหวานป่าเกิดขึ้นหลายต้นและก็มียอดให้เก็บกินทุกปี จึงลองซื้อต้นพันธุ์ผักหวานป่ามาปลูกเพิ่ม ซึ่งก็ปรากฏว่าได้ผลผลิตดีผักหวานแตกยอดให้ผลผลิตจำนวนมาก อีกทั้งยังมีรสชาติดีไม่ต่างจากผักหวานป่าทั่วไป ซึ่งอาจจะมาจากภูมิประเทศและดินที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของผักหวาน เมื่อเห็นว่าได้ผลดีจึงตัดสินใจปลูกจริงจังๆ เพิ่มขึ้นอีกจนรอบแปลง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่เศษ เมื่อปี พ.ศ.2551 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันตอนนี้น่าจะมีผักหวานมากกว่า 1,000 ต้น และทุกต้นสามารถให้ยอดผักหวานได้หมดแล้ว
เมื่อต้นผักหวานให้ผลผลิตจำนวนมาก ตนก็ไม่สามารถเก็บขายได้ทัน เพราะไม่มีแรงงาน อีกทั้งยังต้องทำหน้าที่กำนันคอยดูแลลูกบ้านในตำบล จึงตัดสินใจเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาเก็บกันถึงสวนแล้วให้ซื้อในราคากิโลกรัมละ 100 บาทเท่านั้น โดยจะแบ่งให้เก็บเป็นโซน มีทั้งหมด 6 โซน หมุนเวียนกันไป ทำให้ตอนนี้สามารถเปิดให้เก็บผักหวานได้แทบทุกวัน เพราะแต่ละรอบผักหวานจะใช้เวลาในการรัดยอดพร้อมเก็บใหม่ประมาณ 1 อาทิตย์ โดยก็จะมีคนในครอบครัวมาคอยดูแลเก็บเงินจากการเปิดให้เก็บผักหวานขาย นอกจากนี้หากมีงานบุญงานสาธารณะต่างในชุมชน ก็สามารถเข้ามาเก็บผักหวานที่สวนได้ฟรีอีกด้วย
สำหรับการดูแลสวนผักหวานนั้น กำนันมณีรัตน์ฯ บอกว่า ไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่ให้น้ำตามความเหมาะสม อย่างช่วงนี้ก็จะให้ 3 – 4 วันต่อครั้ง ครั้งและประมาณ 20 นาที และดูแลเรื่องวัชพืชเท่านั้น