โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะคัมภีร์แสนล้าน ‘กิฟฟารีน’ 3 ทศวรรษทรานส์ฟอร์มขุนพลขายตรงสู่ที่ปรึกษา Wellness โลกใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 0.31 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ถอดรหัสความสำเร็จ 30 ปี ‘กิฟฟารีน’ กับตัวเลขรายได้สะสม 114,764 ล้านบาท ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ผ่านโครงสร้างนักธุรกิจกว่า 8.6 แสนรหัส เปิดแผนปี 2569 รีแบรนด์ครั้งใหญ่ชูแนวคิด ‘Crafted for Well-Being’ มุ่งเน้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ 7 กลุ่มสินค้า เปลี่ยนภาพขายตรงสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ กางยุทธศาสตร์ Up-Skill องค์กร ชูการตลาดเชิงรุกผสาน KOL/KOC และช่องทางออนไลน์ทุกมิติ เพื่อสร้าง New High ในทศวรรษที่ 4 ของแบรนด์ MLM สัญชาติไทย

20 กุมภาพันธ์ 2569 –บนเส้นทางธุรกิจกว่า 3 ทศวรรษของ กิฟฟารีน (Giffarine) แบรนด์ขายตรงสัญชาติไทยที่สามารถยืนหยัดและเติบโตจนมียอดรายได้สะสมรวมกว่า 114,764 ล้านบาท ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในเชิงกลยุทธ์ธุรกิจ (Business Case Study) โดยเฉพาะความสามารถในการรักษาระดับรายได้ในปีล่าสุดให้เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า (ปี 2568) ที่ทำได้ 110,758 ล้านบาท ท่ามกลางปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจผันผวนและหนี้ครัวเรือนที่กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค

หัวใจสำคัญที่ทำให้กิฟฟารีนก้าวข้ามวัฏจักรเศรษฐกิจมาได้ คือการบริหารจัดการโครงสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง โดยมีฐานนักธุรกิจกว่า 860,000 รหัส และสมาชิกผู้บริโภคอีกกว่า 8.6 ล้านรหัส ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทางการกระจายสินค้า (Distribution Channel) ที่ทรงพลังและเข้าถึงผู้บริโภคระดับไมโครได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“กิฟฟารีนเป็นธุรกิจขายตรงแบรนด์ไทยที่เดินทางมาอย่างเข้มแข็งตลอด 30 ปี ดูแลทั้งนักธุรกิจ สมาชิก และลูกค้า แบบไม่เคยหยุด ไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์อะไรมามากมายก็ตาม” — พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด

Portfolio Evolution: ปรับพอร์ตสินค้า 2,000 รายการ สู่ Wellness Ecosystem

ในปี 2569 กิฟฟารีนได้ประกาศยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ (Strategic Pivot) ด้วยการ Refresh Brand ให้มีความชัดเจนในฐานะ Wellness Brand ผ่านสโลแกนใหม่ “Giffarine: Gifts for Life, Crafted for Well-Being” เพื่อตอบรับเทรนด์สุขภาพโลกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงการปรับภาพลักษณ์ แต่เป็นการปรับเปลี่ยน "บทบาท" ของนักธุรกิจให้กลายเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพ (Well-being Consultant) แทนการเป็นเพียงพนักงานขายแบบเดิม

ปัจจุบันกิฟฟารีนบริหารจัดการพอร์ตสินค้ามากกว่า 2,000 รายการ แบ่งเป็น 7 กลุ่มหลัก โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสกินแคร์ยังคงเป็นหัวเจาะหลัก (Flagship Products) สะท้อนจากสถิติ Top 5 Best Seller ที่เกือบทั้งหมดเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเฉพาะทาง เช่น เลซิติน และผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการ "ลงทุนในสุขภาพ" แม้จะระมัดระวังการใช้จ่ายในสินค้าฟุ่มเฟือยก็ตาม

Up-Level Marketing: ยุทธศาสตร์การตลาดเชิงรุกในยุค Digital-Driven

นายพงศ์พสุ อุณาพรหม ประธานเจ้าหน้าที่เพื่อการเติบโตองค์กร ระบุถึงทิศทางในปีที่ 31 ว่า บริษัทจะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ (Productivity) ของนักธุรกิจผ่านการทำ Workshop เชิงลึกเพื่อยกระดับทักษะ (Up-skill) ให้ก้าวทันเกมการแข่งขันที่เปลี่ยนไปสู่โลกออนไลน์เต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายคือการสร้างโอกาสในการมองเห็นสินค้า (Visibility) และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด

กลยุทธ์สำคัญคือการใช้ Influencer Marketing ทั้งในกลุ่ม KOL (Key Opinion Leaders) และ KOC (Key Opinion Consumers) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผ่านประสบการณ์การใช้จริง (User Experience) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความจดจำแบรนด์ในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่เป็นฐานลูกค้าใหม่ในอนาคต

“ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนองค์กรต้องทันเกมการแข่งขัน การตลาดเชิงรุกเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้อง Up-scale และ Up-skill ในทุกมิติ การขยายฐานลูกค้าต้องเจาะลึกลงไปในแต่ละกลุ่มมากขึ้น และทำมากกว่าการขยายในวงกว้าง” — นายพงศ์พสุ อุณาพรหม รองกรรมการผู้จัดการ

ความท้าทายในทศวรรษที่ 4 รักษาฐานการเติบโต Double Digit ด้วยโมเดล Innovation-led

ความท้าทายของกิฟฟารีนหลังจากนี้ คือการรักษาระดับอัตราการเติบโต (Growth Rate) ให้เป็นเลข 2 หลัก (Double Digit) อย่างต่อเนื่องในสภาพที่ตลาด MLM มีการแข่งขันสูงจากทั้งแบรนด์ในและต่างประเทศ รวมถึงการรุกคืบของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

อย่างไรก็ตาม ด้วยโมเดลธุรกิจที่เน้นนวัตกรรมสินค้า (Innovation-led) และการปรับปรุงทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่งตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ทำให้กิฟฟารีนอยู่ในสถานะที่มี "ความได้เปรียบทางการแข่งขัน" (Competitive Advantage) และมีความพร้อมที่จะเติบโตสู่เป้าหมายใหม่ในทศวรรษหน้าอย่างมั่นคง

อ่านเกมสินค้าแชมป์เปี้ยน กลยุทธ์พิชิตใจคนเมืองยุค Digital Fatigue

จากการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ระดับ Top 5 Best Sellers ของกิฟฟารีน พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุค New Wellness Economy อย่างมีนัยสำคัญ โดยสินค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ขายดีเพียงเพราะเป็นสินค้ากระแส แต่เป็นเพราะการตอบโจทย์ "Pain Point" ของคนเมืองและสังคมผู้สูงวัยได้อย่างตรงจุด ดังนี้:

1. การเปลี่ยนผ่านจาก ‘การรักษา’ สู่ ‘การป้องกันเชิงรุก’ (Preventive Care)

ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมีความกังวลเรื่อง "โรคที่เกิดจากไลฟ์สไตล์" (NCDs) เช่น ไขมันพอกตับจากการรับประทานอาหารไม่สมดุล หรือการเจ็บป่วยง่ายจากมลภาวะและ PM 2.5

เลซิตินถูกวางตำแหน่งเป็นสารอาหารดูแลตับ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการจัดการสารพิษ ขณะที่วิตามินซีทำหน้าที่เป็นพื้นฐานการเสริมภูมิคุ้มกัน สะท้อนว่าผู้บริโภคมองหา "เกราะป้องกัน" พื้นฐานที่กินได้ทุกวันเพื่อลดความเสี่ยงทางการแพทย์ในระยะยาว

2. ภาวะ ‘Digital Fatigue’ และความใส่ใจสุขภาพดวงตา

การใช้เวลาบนหน้าจอ (Screen Time) ของคนไทยอยู่ในระดับสูงที่สุดในโลกกลุ่มหนึ่ง ส่งผลให้เกิดภาวะตาล้า และความเสี่ยงต่อจอประสาทตาเสื่อมก่อนวัย
การที่ผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตาติดอันดับ Top 5 ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคยอมรับความเสี่ยงจากการใช้เทคโนโลยี และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อ "ซ่อมแซมและชะลอ" ความเสื่อมจากการทำงานหนักของดวงตาในโลกยุคดิจิทัล

3. การจัดการความเครียดและความเหนื่อยล้า (Stress Management)

"Burnout Syndrome" และอาการนอนไม่หลับกลายเป็นปัญหาหลักของคนวัยทำงาน แมกนีเซียมเป็นที่รู้จักมากขึ้นในฐานะแร่ธาตุที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและระบบประสาท

พฤติกรรมมองหาตัวช่วยด้านการพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพ (Quality Sleep) ทำให้สินค้ากลุ่มนี้มียอดขายพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคต้องการคืนสมดุล (Balance) ให้กับร่างกายที่ทำงานหนักเกินขีดจำกัด

4. เทรนด์การบริโภค ‘Plant-Based’ และไขมันดี (Healthy Fats)

ผู้บริโภคเริ่มหลีกเลี่ยงน้ำมันปลาจากสัตว์ (Fish Oil) เนื่องจากความกังวลเรื่องการปนเปื้อนโลหะหนัก หรือการรับประทานมังสวิรัติ (Vegan/Plant-based)
การนำเสนอโอเมก้า 3 จากพืช ตอบโจทย์ความต้องการ "ความสะอาด" และ "ความยั่งยืน" (Sustainability) โดยยังคงประสิทธิภาพในการดูแลหลอดเลือดและหัวใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Wellness Lifestyle

บทสรุปเชิงกลยุทธ์: ทำไมกิฟฟารีนถึงชนะในเกมนี้?

ความสำเร็จของ 5 อันดับนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ "Targeted Wellness" ของกิฟฟารีน ดังนี้:

  • Accessibility: ราคาเข้าถึงง่ายทำให้การบริโภคสินค้า Wellness เป็นเรื่องของ "กิจวัตรประจำวัน" ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย
    • Specific Solutions: สินค้าแต่ละตัวระบุหน้าที่ชัดเจน (ตับ, ตา, นอนหลับ, หัวใจ, ภูมิคุ้มกัน) สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หาข้อมูลเชิงลึกก่อนซื้อ (Informed Consumer)
    • Personal Advisor: การใช้ระบบนักธุรกิจในการอธิบายความรู้ (Up-skill) ช่วยลดความสับสนในข้อมูล และสร้างความมั่นใจในการบริโภคต่อเนื่อง

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...