มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ปฏิเสธศาล โต้โซเชียลไม่ใช่ยาเสพติดเด็ก
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta ขึ้นให้การในฐานะพยานปากสำคัญ ณ ศาลสูงในลอสแอนเจลิส เพื่อต่อสู้คดีประวัติศาสตร์ที่ถูกฟ้องร้องว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง 'อินสตาแกรม' (Instagram) จงใจออกแบบฟีเจอร์ให้เยาวชนเสพติดจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง โดยมาร์กยืนยันหนักแน่นว่า เป้าหมายของบริษัทคือการสร้างคุณค่าและการเชื่อมต่อผู้คน ไม่ได้มีเจตนาล่อลวงให้เด็กๆ ต้องจมอยู่กับหน้าจอนานเกินไป แต่ฝ่ายโจทก์กลับงัดหลักฐานอีเมลภายในปี 2015 ที่ระบุว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี แอบใช้งานแอปฯ ถึง 4 ล้านคน ซึ่งขัดกับนโยบายความปลอดภัยที่บริษัทเคยประกาศไว้
เปิดเบื้องหลังคำให้การคดีที่กำลังจะเป็นประวัติศาสตร์
ในการพิจารณาคดีครั้งนี้ ถูกเปรียบเทียบกับ “นาทีบิ๊กโทแบ็กโก” (Big Tobacco Moment) หรือช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมยาสูบเคยถูกตั้งคำถามอย่างหนักในอดีตมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ต้องเผชิญกับการซักถามอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับแนวทางการขยายธุรกิจของบริษัท โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
ไม่ได้ออกแบบมาให้เสพติด: มาร์กกล่าวว่า "ผมไม่ได้พยายามทำให้คนเสพติด แต่เราต้องการสร้างสิ่งที่คนรู้สึกว่ามีประโยชน์" เขาอธิบายว่าการที่คนใช้เวลากับแอปฯ มากขึ้นเป็นเพียง 'ผลพลอยได้' จากความพึงพอใจในบริการ ไม่ใช่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้แต่แรก แต่ทนายฝ่ายโจทก์ได้โต้กลับด้วยหลักฐานว่า เมตาใช้ฟีเจอร์อย่าง 'การไถฟีดแบบไม่สิ้นสุด' (Infinite Scroll) และระบบแจ้งเตือนเพื่อดึงดูดใจผู้ใช้ราวกับเป็น 'คาสิโนดิจิทัล'
ยอมรับเด็กแอบใช้งานเพียบ มาร์กยอมรับกลางศาลว่าระบบการตรวจสอบอายุทำได้ยากมาก "มีคนจำนวนมากที่โกหกอายุเพื่อเข้ามาใช้บริการ" เขาระบุว่าเมตาพยายามปรับปรุงระบบคัดกรองอยู่เสมอ แต่ก็ยอมรับว่า "น่าจะทำได้เร็วกว่านี้" พร้อมเสนอแนวคิดว่าความรับผิดชอบเรื่องการเช็กอายุควรอยู่ที่ระดับ 'ระบบปฏิบัติการ' ของสมาร์ทโฟน (เช่น Apple หรือ Google) มากกว่าจะให้แต่ละแอปฯ แยกกันทำเอง
ปมฟิลเตอร์ศัลยกรรม: ทนายความซักถามถึงการยกเลิกคำสั่งแบน 'ฟิลเตอร์แต่งหน้า' ที่ดูเหมือนการศัลยกรรม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ 18 รายเตือนว่าส่งผลเสียต่อความมั่นใจของวัยรุ่นหญิง แต่มาร์กให้เหตุผลว่าการสั่งห้ามนั้นดูเป็นเรื่อง 'เผด็จการ' เกินไป และบริษัทต้องการให้ความสำคัญกับ 'เสรีภาพในการแสดงออก' ของผู้ใช้งาน
ความร่วมมือกับแอปเปิล: เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาใส่ใจความปลอดภัย มาร์กเปิดเผยว่าเคยอีเมลหา 'ทิม คุก' ซีอีโอของแอปเปิล ตั้งแต่ปี 2018 เพื่อปรึกษาเรื่องการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้เยาวชนร่วมกัน ซึ่งเป็นหลักฐานที่ฝ่ายจำเลยใช้ยันว่าพวกเขาโปรแอกทีฟในเรื่องนี้มานานแล้ว
ความเคลื่อนไหวนอกห้องพิจารณาคดี
บรรยากาศบริเวณหน้าศาลเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อกลุ่มผู้ปกครองที่สูญเสียบุตรหลานจากปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งเชื่อมโยงกับการใช้โซเชียลมีเดีย ออกมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและส่งเสียงให้สังคมรับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง
ขณะเดียวกัน ภายในศาลก็มีเหตุการณ์ที่ทั้งจริงจัง เมื่อผู้พิพากษามีคำสั่งห้ามนำRay-Ban Meta เข้าสู่ห้องพิจารณาคดีอย่างเด็ดขาด หลังพบว่าทีมงานของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก สวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าวเข้าศาล โดยศาลกังวลว่าอาจมีการบันทึกภาพหรือเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบอย่างร้ายแรง
คดีนี้ถูกมองว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแรงสั่นสะเทือนทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่ Meta ต้องเผชิญ เนื่องจากยังมีคดีในลักษณะเดียวกันอีกนับพันคดีที่รอการพิจารณา และผลคำตัดสินในครั้งนี้อาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่เปลี่ยนทิศทางการกำกับดูแลโลกออนไลน์ไปในระยะยาว
ที่มา : cnbc
ข่าวที่เกี่ยวข้อง