ทรงบอลทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - 2dayDai
หากใครที่ได้ติดตามฟุตบอลอังกฤษในฤดูกาลนี้มาตลอดทั้งซีซั่น ก็คงจะได้รับความระทมทุกข์จากแฟนบอลทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กันมาโดยตลอด
ส่วนตัวเองเป็นปีศาจแดงมาตั้งแต่เด็กครับ ที่ตามเชียร์มาทุกฤดูกาล ตั้งแต่ในยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เดวิด มอยส์ หลุยส์ ฟานกัล ไรอัน กิ๊กส์ (กุนซือชั่วคราว) โชเซ่ มูรินโญ่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไมเคิล คาร์ริค (กุนซือชั่วคราว) และ ราล์ฟ รังนิค
จะเห็นได้ชัดมากครับว่า แม้ว่าทีมจะไม่ประสบความสำเร็จมามากในฤดูกาลหลัง ๆ มานี้ แต่ทุกยุคก็จะมีบอลการเล่นในแบบของตัวเอง เรียกว่าเล่นได้มีทรงกันมาเสมอ
การเล่นฟุตบอลแบบมีทรง มักจะแสดงถึงตัวตน อัตลักษณ์ที่ชัดเจนของทีม ของผู้จัดการทีมมาโดยตลอด เรามาดูทรงบอลการเล่นในแต่ละยุคของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันครับ
ยุค เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
การทำทีมของท่านเซอร์นั้น มีทรงบอลที่เล่นหลากหลายแผน ทั้ง 4-4-2 ที่มีการขึ้นเกมจากปีก การเล่นกองหน้าคู่ วางบอลยาวจากปีกขวา กองหลังที่ตัวสูงใหญ่เพื่อแท็กเกิ้ล กองกลางตัวรับที่ตัดเกมเอาอยู่หมัด
แผน 4-5-1 ที่ยัดกองกลางไว้มากถึง 5 ตัว เพื่อทำเกมจากแนวลึกและเปิดโอกาสให้แบ็กทั้งสองข้างเติมเกมขึ้นมาได้มากขึ้น
ทรงบอลที่เราเห็นจนคุ้นตาคือ การโต้กลับอย่างมีประสิทธิภาพ เกมรุกที่เน้นการปล่อยบอลออกจากเท้าอย่างรวดเร็ว และเข้าทำอย่างไว นำมาซึ่งประตู เช่นเดียวกันกับการวางบอลแม่นยำของนักเตะและการเพิ่มแนวรุกในกรอบเขตโทษ
ยุค เดวิด มอยส์
การมารับไม้ต่อจากยุคก่อน เป็นความกดดันขั้นสุดของการทำทีม การดำเนินไปตามแผนการเดิมของ มอยส์ น่าจะเป็นกระบวนการทำทีมที่ดีที่สุด แต่มอยส์กลับเลือกที่จะใช้แผนการเล่นที่แตกต่างโดยไม่ดูที่วิธีการเล่นของนักเตะแต่ละคน นั่นนำมาซึ่งผลการแข่งขันที่ไม่ดีเอาซะเลย
ตั้งแต่การปรับกองหน้าลงต่ำลงมาเล่นในแดนกลางมากเกินไป ทำให้ขาดตัวจบสกอร์ การไม่ใช้โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ อย่างที่ท่านเซอร์เคยใช้งาน แม้จะมีตัวใหม่อย่าง มาต้า เข้ามาช่วยปั้นเกมเป็นเพลย์ เมคเกอร์ อยู่ก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผู้เล่นในแนวรุกยังพอไปได้ แต่แนวรับนี่เริ่มแสดงให้เห็นว่า มีปัญหาในการตั้งโซน กับดักล้ำหน้า และแบ็กไม่ทำงานอย่างที่ควรจะทำ เช่นเดียวกับไม่มีตัวทดแทนหมุนเวียนได้ตลอดทั้งฤดูกาล ก็ทำให้จบตั้งแต่ยังไม่สิ้นฤดูกาล
ยุค หลุยส์ ฟานกัล
เป็นยุคที่มีการนำเข้าผู้เล่นชั้นยอด ฝีมือดีเข้าสู่ทีมเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว ทั้ง อังเคล ดิมาเรีย มาร์กอส โรโฮ ลุก ชอว์ เมมฟิส เดอปาย บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และ อองโนี่ มาร์กซิยาล
ผมเองเฝ้าหาเหตุผลมาตลอดว่า ทำไมนักเตะคุณภาพเหล่านี้ถึงทำให้ทีมประสบความสำเร็จให้มากกว่าแค่ถ้วยเอฟเอคัพ เมื่อบฤดูกาลจึงทำให้เข้าใจได้ว่า นักเตะส่วนใหญ่ไม่เข้ากับระบบการเล่นของฟานกัล ที่บอลจะเน้นที่การครอบครองบอลในแดนกลางเป็นหลัก ทำให้กองกลางจะต้องมีคุณสมบัติพิเศษในการรับ ส่ง ครองบอล และการปล่อยของเกมรับที่ยังลูกผีลูกคน ซึ่งการเล่นเป็นทรงของทีมจะยึดตามระบบจากการซ้อมเป็นหลัก แต่ผลงานในสนามดันไม่เป็นท่าแบบที่ทีมควรจะแสดงออกมา แถมยังมีการปล่อยตัวผู้เล่นบางคนออกไป ทำให้ไม่มีนักเตะหมุนเวียนใช้เพียงพอ บอลจึงไม่เป็นทรงไม่ว่าจะเล่นแผนไหนก็ตามเลย
ยุค โชเซ่ มูรินโญ่
การนำเข้าผู้เล่นระดับตำนานอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช นับเป็นกุญแจสำคัญในการถล่มประตูที่ทีมขาดแคลนมาหลายปีได้ดีทีเดียว การเล่นบอลของโชเซ่เกิดจากแนวคิดจากการตั้งเกมรับให้เหนียวแน่นแล้วโต้กลับอย่างรวดเร็วด้วยวิถีเกมรุกที่ใช้ตัวผู้เล่นไม่ต้องมาก นั่นทำให้เราเห็นผู้เล่นเกมรับที่ดีมากขึ้น และการขึ้นเกมทางปีกของทีมก็มีความรวดเร็ว แต่ดันมีปัญหาในเกมตรงกลางสนามที่หลายทีมเจาะเข้าทำได้บ่อยครั้งมาก นอกจากนี้ การที่โดนล้อว่ามีรถบัสจอดอยู่หน้าปากประตูตัวเอง ก็แสดงให้เห็นว่า เกมรับเป็นหัวใจในการเล่นของโชเซ่มากขนาดไหน
แม้จะได้ถ้วยยูโรป้าลีกมาครอบครอง แต่การมีปัญหากับผู้เล่นอย่าง ป็อกบา มาร์กซิยาล ชอว์ ทั้งในสนามจริงและนอกสนาม ก็ดูจะเป็นปัญหาที่ทำให้ผู้เล่นไม่อยากเล่นให้ตามแผนด้วย แต่ลึก ๆ แล้วผมก็คิดว่าทีมคือผู้เล่นและผู้จัดการด้วยกันทั้งหมด จึงควรต้องรับผิดและชอบร่วมกัน
ยุค โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
นี่คือขวัญใจของผมเลย การเข้ามาทำทีมในช่วงนั้น ถือเป็นการใช้ปีศาจแดงปลุกปีศาจแดงด้วยกันเอง ในช่วงแรกของการทำทีมถือว่ามีมิติการเล่นสด แปลกใหม่ และดูมีทรงมากที่สุด ผู้เล่นมีแรงขยันวิ่ง ตั้งอกตั้งใจเล่น เหมือนกับได้สลัดผ่านยุคมาอย่างเปิดเผย ทีมทำผลงานดีวันดีคืน ชนะต่อเนื่องติดกัน 9 เกม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทีมก็แผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่มีการให้สัญญาถาวรกับโอเล่
ทรงบอลของโอเล่นั้น เน้นที่การสวนกลับอย่างรวดเร็ว การเข้าทำที่ไม่รอปล่อยโอกาส กับการบัญชาเกมรุกอย่างสร้างสรรค์ของบรูโน่ เฟอร์นันเดส รวมกับผู้เล่นแนวรุกอย่าง แดเนี่ยล เจมส์ มาร์คัว แรชฟอร์ด อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง แต่ปัญหาการเล่นสำคัญของทีมคือ การไม่มีมิดฟิลด์เกมรับที่ไว้ใจได้ กองหลังตัวกลางที่เข้าคู่กับแฮร์รี่ แม็กไกวร์ การเปิดเกมจากแบ็กทั้งสองข้างที่ดีอย่างต่อเนื่อง และการมีผูเล่นหมุนเวียนในระดับฝีเท้าเดียวกัน ก็ทำให้นักเตะอ่อนล้าและทำผลงานตกอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลล่าสุด แม้ว่าจะได้นักเตะกลับถิ่นมาอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ตาม
ยุค ราล์ฟ รังนิค
การเข้ามารับช่วงต่อเพียงหกเดือน คือการประคองสถานการณ์ให้ไม่แย่ไปกว่าเดิมมากกว่าการทำทีมให้ดีเพื่อลุ้นแชมป์ ลุ้นถ้วยใด ๆ ทรงบอลของรังนิค คือการเพรสซิ่งทีมคู่แข่ง ซึ่งต้องใช้พละกำลังมาก บ่อยครั้งทีเดียวที่เราเห็นการเข้าเพรสของนักเตะที่ทำได้เพียงครึ่งแรกเท่านั้น และนั่นนำมาซึ่งผลการแข่งขันที่ไม่ดี เพราะผู้เล่นไม่ถนัดในการวิ่งไล่กดดันเพื่อนำบอลกลับมาเลย นักเตะทีมนี้ดูจะเข้ากับระบบทรงบอลของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา มากเสียกว่า
คริสเตียโน่ คือคนเดียวในแนวรุกที่ทำให้ทีมยังยิงประตูได้ เช่นเดียวกับ ดาบิด เดเคอา ที่เซฟเป็นพัลวัน จนสร้างสถิติการเซฟไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง และนี่คือการเล่นขอทีมที่ไม่ทรงบอลมากที่สุดแล้วในทุกตำแหน่ง รวมทั้งยังไม่มีกำลังใจในการเล่นมาตลอดหลายเดือน แม้ว่าครั้งนึงจะเคยขึ้นไปยืนจ่าฝูงมาได้เกือบหนึ่งเดือนก็ตาม
เราคงต้องติดตามทรงบอลของทีมกันต่อไปในยุคใหม่ของ เอริค เทนฮาค ที่เน้นการทำเกมจากตรงกลาง และสลับกันวิ่งขึ้นลง เพื่อเข้าทำและในเกมรับก็ช่วยกันเล่นเป็นทีม
นี่คือ ร่างทรงบอลของเป๊บ กวาร์ดิโอลา ที่แฟนบอลปีศาจแดงตั้งตารอกัน