โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(อ่านฟรีทุกวัน) เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (อ่านยาว 200 ตอน)

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 19 เม.ย. 2567 เวลา 04.48 น. • Jinovel
มาเกิดใหม่เป็นคุณหนูใหญ่ก็เข้าใจ โดนกลั่นแกล้งก็ไม่เป็นไร ต้องแก้แค้นก็รับได้ แต่ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดสวรรค์จึงประทานร่างจิ้งจอกเก้าหางมาให้ข้าด้วย?!!!

ข้อมูลเบื้องต้น

------

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ :Nanjing Horizon Network Technology Co Ltd

ประพันธ์โดย :寄月公子

ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย :Glory Forever Public Co.,LTD

แปลและเรียบเรียงโดย :สุธิดา มีศิริ

พิสูจน์อักษร :กัลย์ธีรา อนันต์วัฒนานุกูล

บรรณาธิการ : วลีรัตน์ แทนคง

เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง

อดีตนักฆ่าจะทำอย่างไร เมื่อข้ามมิติมาอยู่ในร่างจิ้งจอกหิมะพันปี!?
เมื่อกี้เธอกำลังปฏิบัติภารกิจในฐานะทหารรับจ้าง เหตุใดจึงมาโผล่ที่นี่ได้!?
“ไป๋เซี่ยเหอ” คุณหนูสายตรงแห่งตระกูลไป๋ ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าทว่ากลับอ่อนแอเพียงแค่ผงธุลีดิน
ผู้ใดก็รังแกนางได้ไม่เว้นแม้แต่สาวใช้ไปจนถึงบิดา ช่างน่าจับมาหักกระดูกเรียงคนเสียจริง!

ทว่าใครเล่าจะล่วงรู้… เปลือกนอกที่น่าสงสารนี้ห่อหุ้มจิตวิญญาณจิ้งจอก 9 หางไว้!!
ทุกคราที่นางช่วยรักษาบาดแผลให้แก่ใคร เป็นอันต้องคืนร่างปุกปุยสีขาวราวหิมะอยู่ร่ำไป…

หนำซ้ำ… การคืนร่างในคราแรกยังเป็นเหตุให้นางต้องประสบพบกับ “บุรุษผู้นั้น” โดยไม่ตั้งใจ
เกี้ยวมีตั้งมากมาย ดันตะกุยสี่ขาขึ้นราชรถของท่านอ๋องบ้าอำนาจ
หรือนี่จะเป็นลิขิตสวรรค์ ท่านอ๋องผู้รักความสะอาดเข้ากระดูกดำกลับอยาก “เลี้ยงดู” จิ้งจอกน้อย
หากท่านอ๋องจับได้ว่าเจ้าก้อนกลมปุ๊กนี้คือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลไป๋!

เขาจะยอมให้นางซึมซับพลังต่อไหมเนี่ย…!?


ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรค์มาเพื่อคุณท่านโดยเฉพาะ
อยากอ่านเรื่องไหน จิ้มได้เลย

ข่มขู่ข้าหรือ เจ้ายังไม่คู่ควร

เหมันตฤดูเดือนสิบสอง น้ำแข็งและหิมะผสมผสาน

มุมเล็กๆ ในสวนของเรือนแห่งหนึ่งที่ดูไม่สะดุดตาในเมืองหลวงได้ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวพร่างพราวหนาเป็นชั้น

“พี่เฉียวเอ๋อร์ คุณหนูใหญ่คง…ไม่ตายไปแล้วหรอกกระมัง”

หากไม่มีใครเอ่ยปาก ย่อมไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งถูกฝังอยู่ในหิมะหนาทึบ

เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ สตรีที่กำลังนั่งเคี้ยวเมล็ดแตงโมอยู่ในเรือนก็เดินออกมา แววตาของนางเต็มไปด้วยโทสะ “เจ้าเอะอะโวยวายอะไร? คุณหนูใหญ่ที่ไหนกัน? นางคู่ควรกับคำเรียกเช่นนั้นหรือ?”

ขณะที่เอ่ยก็เดินมาข้างๆ ‘ศพ’ ก่อนใช้เท้าเตะด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ

เมื่อเห็นว่าร่างนั้นไม่ขยับเขยื้อน สตรีที่ถูกเรียกว่าพี่เฉียวเอ๋อร์ก็เชิดหน้าขึ้นสูง แววตาเจือไปด้วยความเหยียดหยามก่อนจะกล่าวว่า “ในที่สุดนางแพศยาคนนี้ก็ตายเสียที เฮอะ ผู้ที่ได้อภิเษกสมรสกับไท่จื่อ[1]จะต้องเป็นคุณหนูรองของเรา! ขอเพียงคุณหนูรองของเราได้เป็นไท่จื่อเฟย[2] ข้าก็จะเป็นนางข้าหลวงของไท่จื่อ เมื่อถึงเวลานั้นย่อมเป็นผลดีกับพวกเจ้า”

เมื่อกล่าวจบ เฉียวเอ๋อร์ก็กัดฟันมองร่างของคุณหนูใหญ่ที่ถูกทำร้ายจนเป็นคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง นางไม่เต็มใจที่จะยอมรับว่านางแพศยาผู้นี้คือคุณหนูใหญ่ของตระกูลไป๋!

เมื่อเห็นว่าเฉียวเอ๋อร์มีท่าทีโกรธเคือง สาวใช้ทั้งสองคนจึงได้แต่หมอบอยู่กับพื้นและไม่ปริปากใดๆ

“พวกเจ้าสองคนอย่าลืมเก็บกวาดที่นี่ด้วย”

ในเวลานี้สมองของเซี่ยเหอที่ถูกฝังอยู่ในหิมะหนาทึบกำลังสับสนสุดขีด นางจำได้ว่าขณะปฏิบัติภารกิจ นางต้องกระโดดจากเครื่องบินจนทำให้นางเสียชีวิต ทว่านางกลับตื่นขึ้นมาในร่างนี้

ทันใดนั้นความทรงจำมากมายได้หลั่งไหลเข้ามาในสมอง หญิงสาวเจ้าของร่างมีชื่อว่าไป๋เซี่ยเหอ นางเป็นคุณหนูใหญ่สายตรงของตระกูลไป๋ ทว่านางเกิดมาอ่อนแอ ผู้ใดล้วนรังแกนางได้ทั้งสิ้น เนื่องจากนางครอบครองตำแหน่งไท่จื่อเฟย จึงเป็นที่ขัดหูขัดตาของเหล่าคุณหนูจากจวนต่างๆ

เฉียวเอ๋อร์ตัดสินใจหมุนตัวจากไป เมื่อนางเดินผ่านไป๋เซี่ยเหอก็เตะ ‘ศพ’ อย่างโหดเหี้ยมราวกับต้องการระบายโทสะที่ไม่มีวันทุเลา

“อ๊า—” แต่เฉียวเอ๋อร์กลับต้องกรีดร้องเสียงดังลั่น

ไม่รู้ว่า ‘ศพ’ ที่อยู่บนพื้นฟื้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร เนื้อตัวนางเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด อาภรณ์ก็ขาดรุ่งริ่ง ทว่านิ้วมือที่งดงามราวกับหยกกลับบีบคอระหงและบอบบางของเฉียวเอ๋อร์ไว้แน่น

จู่ๆ เสียงกรีดร้องหยุดลงกะทันหัน ใบหน้าของเฉียวเอ๋อร์แดงก่ำ มือทั้งสองข้างพยายามดึงมืออีกฝ่ายออกจากลำคอ

นางคาดไม่ถึงว่าคุณหนูใหญ่ผู้ไร้ค่าที่ปกติจะอ่อนแอไร้ความสามารถจะมีเรี่ยวแรงมากมายถึงเพียงนี้ นางไอออกมาขณะกล่าวคำข่มขู่ “นางแพศยาสมควรตายยังไม่รีบปล่อยมืออีก ข้าคือสาวใช้ข้างกายคุณหนูรอง หากเจ้ากล้าทำร้ายข้า คุณหนูรองไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”

ไป๋เซี่ยเหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ปล่อยเจ้าหรือ? ปล่อยเจ้าให้ฆ่าข้าให้ตายอย่างนั้นหรือ?”

“เจ้า…” ใบหน้าของเฉียวเอ๋อร์แดงก่ำ ตอนนี้นางหายใจไม่สะดวกเอาเสียเลย“หากข้าได้รับบาดเจ็บ คุณหนูรองจะต้องฆ่าเจ้าเพื่อล้างแค้นให้ข้าอย่างแน่นอน”

“ข่มขู่ข้าหรือ? เจ้ายังไม่คู่ควร!”

ไม่ต้องพูดถึงคุณหนูรองอะไรนั่น ในเมื่อร่างกายนี้เป็นของนางแล้ว นางจะไม่ปล่อยบรรดาคนที่เคยทำร้ายหญิงสาวเจ้าของร่างไปแม้แต่คนเดียว รวมถึงไท่จื่อที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นด้วย!

“เจ้า…” เฉียวเอ๋อร์คาดไม่ถึงว่าไป๋เซี่ยเหอจะเพิ่มแรงขึ้นอีก นางรู้สึกเหมือนตนเองจะขาดใจตายได้ทุกเมื่อ และนั่นก็ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที “ข้าเป็นคนของไท่จื่อแล้ว หากเจ้าทำร้ายข้า ไท่จื่อย่อมไม่ปล่อยเจ้าแน่!”

ไม่มีผู้ใดในเมืองหลวงที่ไม่ทราบว่าไป๋เซี่ยเหอชมชอบไท่จื่อ

เพื่อที่จะได้อภิเษกสมรสกับไท่จื่อ นางไม่ลังเลที่จะข่มขู่แม่ทัพไป๋ว่าจะปลิดชีพตนเอง และขอให้แม่ทัพไป๋ใช้คุณงามความดีทางการทหารแลกกับราชโองการสมรส

เมื่อใดที่รู้ว่ามีสตรีวางแผนจะชิดใกล้กับไท่จื่อ นางจะสั่งให้คนไปทำลายชื่อเสียงและรูปโฉมของสตรีผู้นั้น

ไป๋เซี่ยเหอมีชื่อเสียงฉาวโฉ่มาเนิ่นนานแล้ว เป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ของไท่จื่อยิ่งนัก

เมื่อเห็นว่ามือของไป๋เซี่ยเหอคลายออกจากลำคอของนาง เฉียวเอ๋อร์ก็คิดไปเองว่านางจับจุดอ่อนของไป๋เซี่ยเหอได้แล้ว สีหน้าของนางจึงดูลำพองใจเป็นอย่างยิ่ง “หากเจ้าคุกเข่าขอโทษข้า ไม่แน่ว่าข้าอาจอารมณ์ดีแล้วกล่าวถึงเจ้าในแง่ดีสักสองสามประโยคต่อหน้าพระพักตร์ของไท่จื่อ ทำให้ไท่จื่อคลายความรังเกียจเจ้าได้บ้าง”

ถ้อยคำเช่นนี้น่าขยะแขยงเสียจริง มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าไป๋เซี่ยเหอเป็นไท่จื่อเฟยที่แต่งตั้งโดยฮ่องเต้ ทว่าตอนนี้กลับต้องให้สาวใช้ที่ไม่ใช่แม้แต่นางข้าหลวงกล่าวถึงนางในแง่ดี

ยิ่งไปกว่านั้น…

ไป๋เซี่ยเหอล่วงรู้จากความทรงจำของเจ้าของร่างว่า ถึงแม้นางจะชมชอบไท่จื่อ ทว่ามิได้มากมายดังเช่นข่าวลือ แม้แต่สิ่งที่เรียกว่าสมรสพระราชทานที่แลกมาด้วยคุณงามความดีทางการทหารนั้นก็ยังมีเงื่อนงำซ่อนอยู่

‘กร๊อบ’ จู่ๆ ก็มีเสียงกระดูกหักดังขึ้น เฉียวเอ๋อร์ที่ถูกหักข้อมืออย่างกะทันหันได้หมดสติลงเพราะความเจ็บปวด แต่ก่อนที่จะหมดสติ นางกลับไม่เข้าใจว่าเหตุใดไป๋เซี่ยเหอถึงได้กล้าทำเช่นนี้

สาวใช้อีกสองคนตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ใบหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความแปลกใจ เพราะนึกไม่ถึงว่าคุณหนูใหญ่จะกล้าทุบตีคน หรือว่าพวกนางตาฝาดกันแน่

“จะ เจ้าไม่ใช่คุณหนูใหญ่ เจ้ามันเป็นปีศาจ!” สาวใช้หนึ่งในนั้นกล่าวขึ้น นางตกใจกับการกระทำของไป๋เซี่ยเหอยิ่งนัก เมื่อกล่าวจบนางก็เป็นลมล้มพับไปในทันใด

ไป๋เซี่ยเหอไม่สนใจสาวใช้คนดังกล่าว ดวงตาอันใสกระจ่างของนางเหลือบมองไปยังสาวใช้อีกคนที่ยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่เพียงผู้เดียว

สาวใช้ผู้นั้นคุกเข่าลงบนพื้นอย่างแรงโดยไม่รอให้ไป๋เซี่ยเหอเอ่ยปาก “คุณหนูใหญ่ บ่าวผิดไปแล้ว โปรดละเว้นโทษแก่บ่าวด้วยเถิด บ่าวถูกบังคับเจ้าค่ะ”

“คุณหนูใหญ่บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวสำนึกผิดแล้ว ได้โปรดยกโทษให้บ่าวด้วยเถิด เห็นแก่ที่บ่าวรับใช้ท่านมาหลายปี โปรดปล่อยบ่าวไปเถิดเจ้าค่ะ นี่ นี่ล้วนเป็นคุณหนูรองที่บีบบังคับบ่าว บ่าวจึงจำเป็นต้องทำตามอย่างเสียไม่ได้เจ้าค่ะ”

ไป๋เซี่ยเหอกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แฝงไว้ด้วยความเย็นชา สวรรค์ย่อมรู้ดีว่าเจ้าของร่างรอดชีวิตมาตลอดหลายปีได้อย่างไร ร่างกายนี้อ่อนแอจนน่ากังวล ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลทั้งเก่าและใหม่ เรียกได้ว่าไม่มีจุดใดที่ไม่มีบาดแผล

ตอนนี้นางเพิ่งจะย้อนเวลามา แต่กลับต้องมาอยู่ในร่างที่อ่อนแอเหลือทน…

“เจ้าควรขอบคุณโชคชะตาที่เจ้ายังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง” ไป๋เซี่ยเหอผู้ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ จากนั้นก็เตะร่างของหญิงสาวสองคนที่เป็นลมล้มพับไปตรงหน้าของสตรีผู้นั้น “เจ้าน่าจะรู้ดีว่าควรพูดอะไรบ้าง คงไม่ต้องให้ข้าสอนเจ้ากระมัง”

ไป๋เซี่ยเหอเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นางเอานิ้วเข้าปากแล้วเผลอดูดนิ้วโดยไม่รู้ตัว แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่านิสัยดูดนิ้วเช่นนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด

------------------------

[1] ไท่จื่อ หมายถึง องค์รัชทายาท

[2] ไท่จื่อเฟย หมายถึง พระชายาในองค์รัชทายาท


ตำหนัก Jinovel ยังมีนิยายสนุกๆ อีกเพียบ!
พร้อมโปรโมชันสุดคุ้ม บุฟเฟ่ต์อ่านไม่อั้น
ในราคาสมาชิก 99 บาท/เดือนอ่านจุกๆ ทุกเรื่อง! ทุกเล่ม!
อ่าน เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง>>> http://jinovel.co/5xLh

เอาศักดิ์ศรีคืนมา

เมื่อความเงียบสงัดมาเยือน เรือนโกโรโกโสแห่งนี้ก็ดูน่าหดหู่อย่างยิ่ง

ห้องหับเองก็ชำรุดทรุดโทรม

ไป๋เซี่ยเหอค้นพบ ‘ห้องนอน’ ของเจ้าของร่างจากความทรงจำ

นางรื้อค้นเสื้อผ้าในตู้ที่ดูซอมซ่อ และพบอาภรณ์เนื้อบางที่ไม่เข้ากับฤดูกาลนี้เพียงไม่กี่ชุด

“ชิ ช่างน่าสงสารจริงๆ”

เห็นได้ชัดว่าไป๋เซี่ยเหอมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ผู้คนล้วนมองว่านางเป็นถึงบุตรสาวของตระกูลแม่ทัพที่ได้รับความรักความเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง

ว่ากันว่าแม่ทัพไป๋โปรดปรานไป๋ฮูหยินจนถึงกระดูก ความรักของทั้งสองคนมั่นคงดั่งทองและลึกซึ้งยิ่งนัก

แต่หลังจากไป๋ฮูหยินหมดสติเพราะช่วยเหลือแม่ทัพไป๋ แม่ทัพไป๋ก็ดูชราขึ้นถึงสิบปีภายในชั่วข้ามคืน

นับตั้งแต่นั้นมา ความรักอันลึกซึ้งที่เขามีต่อไป๋ฮูหยินก็แปรเปลี่ยนเป็นการให้ท้ายไป๋เซี่ยเหอเสียอย่างนั้น เพื่อให้บุตรสาวได้รับการดูแลที่ดี แม่ทัพไป๋ได้ให้สัตย์สาบานว่าจะไม่แต่งงานอีก ทว่ากลับแต่งตั้งสาวใช้ที่ไป๋ฮูหยินไว้ใจมากที่สุดให้เป็นภรรยารอง แล้วมอบหมายให้นางมีอำนาจควบคุมดูแลจวน เพื่อจะได้ดูแลบุตรสาวอย่างไป๋เซี่ยเหอให้ดียิ่งขึ้น เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นเรื่องน่าขบขันที่โด่งดังไปทั่วทั้งเมืองหลวง

นอกจากไป๋เซี่ยเหอแล้ว ไม่มีใครคาดคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพลวงตา!

ในความทรงจำของไป๋เซี่ยเหอ แท้จริงแล้วบิดาผู้นี้เป็นคนเสแสร้ง ส่วนอี๋เหนียง[1]ก็ยิ่งไม่ใช่คนดี…

“ปัง!”

ประตูที่ผุพังแล้วถูกใครบางคนเตะอย่างแรงจนล้มลงกับพื้น

ไป๋เซี่ยเหอหันไปมอง สายตาของนางหยุดอยู่ที่ร่างของไป๋หว่านหนิงที่กำลังเดินอาดๆ เข้ามา หญิงสาวผู้นี้น่าจะมีอายุประมาณสิบห้าหรือสิบหกปี สวมชุดกระโปรงสีม่วง บริเวณด้านบนปักดอกโบตั๋นดอกใหญ่ที่กำลังเบ่งบานด้วยด้ายสีแดง

ไป๋หว่านหนิงกับไป๋เซี่ยเหอเป็นพี่น้องต่างมารดากัน ทว่ารูปลักษณ์ของพวกนางกลับไม่คล้ายคลึงกันแม้แต่น้อย

ความงามของไป๋เซี่ยเหอนั้นโดดเด่น ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความก้าวร้าว

ทว่าไป๋หว่านหนิงกลับเหมือนดอกฝูหรงที่ลอยอยู่ในลำธารใสแจ๋ว ท่าทีของนางดูอ่อนโยนนุ่มนวล นอกจากนี้ นางยังสืบทอดทักษะการเจรจาพาทีจากมารดาของนางถึงเจ็ดหรือแปดส่วน นางเชี่ยวชาญเรื่องการทำให้ตนเองและผู้อื่นได้รับความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย ทั้งยังเก่งเรื่องการทำให้ตนเองสมปรารถนาและการโน้มน้าวใจผู้อื่นด้วย

“นางแพศยา! แม้แต่คนของข้าก็ยังกล้าทุบตี! เจ้ารนหาที่ตายใช่หรือไม่?” ไป๋หว่านหนิงกล่าวพลางถลึงตาใส่ไป๋เซี่ยเหอ นางปรารถนาให้ดวงตาของตนเองกลายเป็นคมมีด แล้วแล่ไป๋เซี่ยเหอที่อยู่ตรงหน้าออกเป็นชิ้นๆ

ก่อนหน้านี้ไป๋หว่านหนิงกำลังรอฟังข่าวดีจากเฉียวเอ๋อร์อยู่ในห้องของตนเอง แต่นางกลับคาดไม่ถึงว่าเฉียวเอ๋อร์จะพ่ายแพ้ นางโกรธจัดและตัดสินใจพาสาวใช้ตรงรี่มาที่เรือนของไป๋เซี่ยเหอ

“คุณหนูรอง ท่านต้องล้างแค้นให้บ่าวนะเจ้าคะ คุณหนูใหญ่พูดจาไม่เคารพท่าน บ่าวทนฟังต่อไปไม่ไหวจริงๆ จึงได้สั่งสอนนางแทนท่าน แต่ใครจะรู้ว่า…จะเป็นดังสุภาษิตที่ว่าจะตีหมายังต้องดูเจ้าของ ในเมื่อวันนี้บ่าวถูกทำร้ายเช่นนี้ พรุ่งนี้ใบหน้าของคุณหนูรองจะวางไว้ที่ไหนได้ล่ะเจ้าคะ?”

“หุบปากเสียนางคนโง่เง่า! ช่างทำให้ข้าอับอายเสียจริง!” แม้ว่าตอนอยู่ข้างนอกไป๋หว่านหนิงจะมีภาพลักษณ์ที่ดูทรงภูมิและสุภาพเรียบร้อย ทว่าความจริงแล้วนางมีนิสัยเห็นแก่ตัวและไร้น้ำใจเป็นอย่างยิ่ง

อันที่จริงนางมาที่เรือนของไป๋เซี่ยเหอไม่ใช่เพื่อล้างแค้นให้เฉียวเอ๋อร์!

ทว่านางต้องการกอบกู้ศักดิ์ศรีของตนเองต่างหาก!

แม้ว่าตอนนี้ไป๋หว่านหนิงจะโกรธเคืองที่เฉียวเอ๋อร์ทำให้นางต้องอับอาย แต่หญิงสาวที่เป็นสาเหตุของเรื่องทั้งหมดได้อยู่ตรงหน้านางแล้ว แล้วนางจะปล่อยอีกฝ่ายไปได้อย่างไร?

นางเดินไปตรงหน้าไป๋เซี่ยเหอ แล้วยื่นมือไปบีบคางของอีกฝ่ายอย่างแรง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม “ไป๋เซี่ยเหอ แม้แต่คนของข้าเจ้ายังกล้าแตะต้อง ทำไม? เพราะไท่จื่อจะอภิเษกสมรสกับเจ้าในไม่ช้าเลยรู้สึกลำพองใจอย่างนั้นหรือ?”

เมื่อเห็นว่าไป๋เซี่ยเหอไม่พูดอะไร ไป๋หว่านหนิงจึงหัวเราะเยาะ “ฮึ นางโง่ มีสมรสพระราชทานแล้วอย่างไร? ไท่จื่อจะแต่งตั้งข้าเป็นเช่อเฟย[2]ในไม่ช้า ส่วนเจ้าที่เป็นไท่จื่อเฟยน่ะหรือ? เฮอะ รอไปก่อนเถิด ไท่จื่อตรัสแล้วว่าเจ้าจะก้าวเท้าเข้าตำหนักของไท่จื่อได้ก็ต่อเมื่อข้าเอ่ยปากยินยอมเท่านั้น”

สองประโยคสุดท้ายนั้นเป็นไป๋หว่านหนิงที่นั่งเทียนขึ้นมาเอง

แม้ว่าไท่จื่อจะชื่นชอบนาง ทว่านางกลับไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะมีอิทธิพลต่อความคิดของไท่จื่อ นางเพียงอยากเห็นท่าทีอิจฉาริษยาของไป๋เซี่ยเหอเท่านั้น

น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้มีปฏิกิริยาอย่างที่นางคาดหวัง

ไป๋เซี่ยเหอไม่เพียงไม่อิจฉาเท่านั้น นางกลับลุกขึ้นปรบมือแทน “จริงหรือ? ข้ายินดีกับเจ้าด้วยจริงๆ นะน้องสาว” เมื่อโสเภณีจับคู่กับสุนัข ก็ย่อมต้องคู่กันไปตราบจนชั่วฟ้าดินสลาย

ท่าทีของไป๋เซี่ยเหอนั้นแตกต่างจากปกติอยู่มากโข ทำให้ไป๋หว่านหนิงเกิดความไม่สบายใจเล็กน้อยอย่างอธิบายไม่ถูก นางกระตุกมุมปาก “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

ไป๋เซี่ยเหอกะพริบตา นางพยายามแสดงท่าทีอ่อนแอรังแกง่ายเฉกเช่นที่เจ้าของร่างนี้เคยเป็น “ความจริงแล้วข้านั้นรู้มาโดยตลอดว่ามีเพียงน้องสาวเท่านั้นที่คู่ควรกับไท่จื่อ เพียงแต่…”

ก่อนจะล่อลวงไป๋หว่านหนิงให้ติดกับ นางต้องยกยออีกฝ่าย แล้วพูดจากำกวมทำให้อยากรู้ เมื่อเห็นว่าถ้อยคำนี้สามารถดึงดูดความสนใจของไป๋หว่านหนิงได้ ไป๋เซี่ยเหอก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

ไป๋หว่านหนิงเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที ถึงอย่างไรนางก็ไม่เคยไว้ใจใครจากใจจริงแม้กระทั่งสาวใช้ข้างกายนาง

ดังนั้น ไป๋เซี่ยเหอจึงกำจุดอ่อนของนางได้อย่างรวดเร็ว

“เพียงแต่อะไร? รีบพูดเร็วเข้า หากเจ้ายังเล่นลิ้นอยู่เช่นนี้ เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะให้คนจับเจ้าใส่กรงแล้วนำไปถ่วงน้ำ!”

“เพียงแต่เฉียวเอ๋อร์ผู้นี้น่ะ ช่างหน้าด้านหน้าทนจริงเชียว นึกไม่ถึงว่าจะพูดถ้อยคำที่ไร้ยางอายอย่าง…”

เมื่อเฉียวเอ๋อร์ได้ยินชื่อของตนเอง ใบหน้าก็ซีดเผือดในทันที นางรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง จึงขัดจังหวะอย่างลนลาน “จะ เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหล!”

ท่าทีของเฉียวเอ๋อร์อยู่ในสายตาของไป๋หว่านหนิงทั้งหมด นางกล่าวกับไป๋เซี่ยเหอด้วยสีหน้าดุร้ายและน้ำเสียงหนักแน่นอย่างยิ่ง “พูดต่อ!”

แน่นอนว่าไป๋เซี่ยเหอย่อมต้องการพูดต่ออยู่แล้ว นัยน์ตาหงส์ทอแววขบขัน นางหันไปมองเฉียวเอ๋อร์ สายตาของนางทำให้อีกฝ่ายขนลุกไปทั้งตัว เฉียวเอ๋อร์สังหรณ์ว่า บางทีวันนี้นางอาจตกอยู่ในกำมือของนางแพศยาคนนี้เสียแล้ว!

“เฉียวเอ๋อร์บอกว่า นางเป็นคนของไท่จื่อแล้ว!”

เฉียวเอ๋อร์ไม่กล้าคาดเดาว่า เมื่อความลับของตนเองถูกเปิดเผยต่อหน้าคุณหนูรองที่ฆ่าคนเป็นผักปลาโดยไม่กะพริบตาผู้นี้ ผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร!

“เจ้าอย่าพูดเหลวไหล บ่าวไม่ได้พูดเช่นนั้นนะเจ้าคะ บ่าวไม่มีทางพูดแน่ คุณหนูรองอย่าไปเชื่อคำพูดของนางแพศยาคนนี้นะเจ้าคะ นางจงใจพูดเช่นนี้เพื่อทำลายความสัมพันธ์ระหว่างบ่าวกับคุณหนูรองเจ้าค่ะ!”

“จริงหรือ? เจ้ากล้าทดสอบหรือไม่?”

“เจ้าว่าอะไรนะ?” เฉียวเอ๋อร์มองไป๋เซี่ยเหอด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ มีความวิงวอนเล็กน้อยเจืออยู่ในแววตาของนาง

นางลืมไปแล้วว่าคราแรกที่นางทำร้ายไป๋เซี่ยเหอ ตอนนั้นอีกฝ่ายได้คุกเข่าขอร้องนางอย่างไม่ลังเล ทว่ากลับไม่ได้รับความเมตตาจากนางเลย!

“ในเมื่อเจ้าบอกว่าข้าพูดเหลวไหล เช่นนั้นก็หาคนมาทดสอบเสียหน่อยว่าเจ้ายังบริสุทธิ์อยู่หรือไม่!”

ความจริงแล้วเมื่อไป๋เซี่ยเหอเอ่ยเรื่องนี้ออกมา ไป๋หว่านหนิงก็เชื่อไปถึงเจ็ดหรือแปดส่วนแล้ว

นางจ้องมองเฉียวเอ๋อร์ เพื่อดูว่าอีกฝ่ายจะแก้ตัวอะไรอีก!

แม้ว่าเฉียวเอ๋อร์จะไม่บริสุทธิ์ แต่ตราบใดที่ลากตัวชายหนุ่มสักคนออกมารับผิด ก็อาจพ้นเคราะห์นี้ไปได้

น่าเสียดายที่เวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชาแล้ว เฉียวเอ๋อร์ที่คุกเข่าอยู่บนพื้นและหวาดกลัวจนตัวสั่นกลับไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย

ในใจของนางยังคงคิดถึงความรุ่งเรืองและมั่งคั่งในตำหนักของไท่จื่อ นางคิดถึงสถานะนางข้าหลวงที่ไท่จื่อได้ให้สัญญาไว้

ในที่สุดไป๋หว่านหนิงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางเดินไปตบเฉียวเอ๋อร์อย่างแรง เล็บของนางข่วนใบหน้าของอีกฝ่ายจนเป็นแผลยาว และมีเลือดไหลซิบๆ ออกมา แผลที่ว่าลากยาวจากกกหูไปจนถึงกราม ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

ถึงกระนั้นนางก็ยังไม่คลายโทสะ “ใครก็ได้มานี่ โบยบ่าวทรยศคนนี้ให้ตาย แล้วโยนศพให้สุนัขแทะเสีย!”

ไป๋เซี่ยเหอเผยรอยยิ้มกระหายเลือดออกมา เฉียวเอ๋อร์ติดตามอยู่ข้างกายไป๋หว่านหนิงมานาน แต่กลับไม่ได้เรียนรู้สิ่งใดนอกจากความโง่เขลาและความละโมบโลภมาก ตอนนี้ดูเหมือนไป๋หว่านหนิงจะตัดมือขวาของตนด้วยมือของนางเอง นี่หมายความว่าไป๋เซี่ยเหอได้ระบายความโกรธแค้นแทนเจ้าของร่างแล้ว!

ไป๋หว่านหนิงเหลือบมองร่างไร้ชีวิตที่อาบไปด้วยเลือดของเฉียวเอ๋อร์ด้วยความรังเกียจ จากนั้นก็มองไปทางไป๋เซี่ยเหอด้วยสายตาแข็งกร้าวก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน “ไป๋เซี่ยเหอ อย่าคิดว่าคำพูดสวยหรูของเจ้าจะเกลี้ยกล่อมข้าได้! ตราบใดที่เจ้าไม่ยอมสละตำแหน่งไท่จื่อเฟย ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป!”

ไป๋เซี่ยเหอหรี่ตา ลมปราณค่อยๆ แผ่ปกคลุมร่างกายของนาง นางกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “หากข้าบอกว่าไม่เล่า?”

ไป๋หว่านหนิงหัวเราะคิก ก่อนจะเอ่ยด้วยความพึงพอใจ “เช่นนั้นก็ดูแลแม่ของเจ้าให้ดีแล้วกัน!”

------------------------

[1] อี๋เหนียง หมายถึง อนุภรรยา

[2] เช่อเฟย หมายถึง ชายารอง


ตำหนัก Jinovel ยังมีนิยายสนุกๆ อีกเพียบ!
พร้อมโปรโมชันสุดคุ้ม บุฟเฟ่ต์อ่านไม่อั้น
ในราคาสมาชิก 99 บาท/เดือนอ่านจุกๆ ทุกเรื่อง! ทุกเล่ม!
อ่าน เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง>>> http://jinovel.co/5xLh

นางตัวเล็กลงเสียแล้ว

หลังไป๋หว่านหนิงจากไป ไป๋เซี่ยเหอจึงนึกขึ้นได้ว่าข้อมูลที่ตนเองลืมเลือนไปนั้นคืออะไรกันแน่

ตามความทรงจำของเจ้าของเดิม

แม้ว่าบิดาและอี๋เหนียงจะปฏิบัติต่อนางไม่ดีมาตลอด ทว่าพวกเขาไม่กล้าทำเช่นนั้นกับมารดาของนาง

หลังจากได้ฟังคำพูดของไป๋หว่านหนิงเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างผิดปกติ

ไป๋เซี่ยเหอเดินเข้าไปในบริเวณเรือนของไป๋ฮูหยินหรือเจียงซินเสียนโดยอิงจากความทรงจำของเจ้าของร่าง

เรือนหลังนี้กว้างมาก ทั้งยังเก็บกวาดได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งนัก บ่าวรับใช้ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ราวกับมองไม่เห็นว่าไป๋เซี่ยเหอเดินเข้ามา

ในความทรงจำของเจ้าของร่างก็เป็นเช่นนี้ ไม่มีใครเข้ามาขัดขวางเวลาที่นางไปพบมารดาของตนเอง

นางเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนตรงไปที่ข้างเตียง ริมฝีปากของเจียงซินเสียนหมองคล้ำอย่างที่คาดไว้ ส่วนใบหน้าดูซีดเซียว มองปราดเดียวก็ดูออกว่าถูกพิษร้ายแรง

นางเปิดผ้าห่มที่คลุมร่างของเจียงซินเสียนออกอย่างเบามือ ก่อนพบว่าบาดแผลบนแขนของอีกฝ่ายไม่อาจรักษาได้เนื่องจากพิษ มันเป็นบาดแผลเปิดและมีสีดำดูน่ากลัวมาก

พิษนี้แปลกประหลาดเกินไป ไป๋เซี่ยเหอยื่นมือไปตรวจสอบ ทว่านางกลับมองไม่เห็นบาดแผลเล็กๆ บนมือของตนเอง

ขณะที่มือของนางแตะลงบนบาดแผลของเจียงซินเสียน แรงดึงดูดสายหนึ่งได้เกิดขึ้นบริเวณกลางฝ่ามือของนาง ก่อนจะไล้ไปตามบาดแผลของเจียงซินเสียน แล้วดูดเลือดสีดำทั้งหมดออกมา ส่งผลให้สีหน้าของเจียงซินเสียนค่อยๆ ดูมีเลือดฝาดขึ้น

นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หรือว่านางแก้พิษได้หรือ?

อาจเป็นเพราะนางมีประสบการณ์เรื่องการย้อนเวลา ไป๋เซี่ยเหอจึงไม่ตื่นตระหนกเกินไปนัก หลังจากเกิดความงุนงงไปชั่วขณะ นางก็เริ่มทำใจให้สงบ

แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะก่อนหน้านี้นางได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ ร่างกายจึงอ่อนแอ ไป๋เซี่ยเหอรู้สึกว่าเลือดสีดำที่เต็มไปด้วยพิษนั้นไหลเวียนไปตามแขน และอวัยวะภายในของนาง ทุกจุดที่มันไหลผ่านล้วนสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัส ทำให้ไป๋เซี่ยเหอต้องลงไปนอนขดตัวอยู่บนพื้น เหงื่อกาฬแตกพลั่ก

นางไม่ทันได้สังเกตว่าเหนือศีรษะของตนเองนั้น ใบหูที่มีขนปุกปุยได้โผล่ขึ้นมาสองข้าง

จากนั้นไป๋เซี่ยเหอก็ตัวเล็กลง ถูกต้อง ตัวเล็กลง แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อน่ะหรือ?

ในห้องนอนของเจียงซินเสียนที่นางอยู่เมื่อครู่นี้ พลันปรากฏจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ตัวหนึ่ง ทั้งยังมีเก้าหางเสียด้วย!

สถานการณ์ตรงหน้าทำให้ไป๋เซี่ยเหอที่สงบนิ่งและควบคุมตนเองได้เสมอมา รู้สึกตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกในชั่วขณะ นางไม่ได้ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋หรอกหรือ? เหตุใดนางถึงได้กลายเป็นจิ้งจอกตัวหนึ่งแทนเล่า?

จู่ๆ หูของนางก็ขยับเล็กน้อย นางได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากนอกห้องนอนได้อย่างชัดเจน

แย่แล้ว สถานที่แห่งนี้มีคนเยอะเกินไป หากรั้งอยู่ที่นี่จะถูกพบเจอไม่ช้าก็เร็ว! นางเหยียดขาสั้นๆ ของตนเองและกำลังจะจากไป แต่จู่ๆ ก็มีเสียงบุรุษสองคนดังขึ้น “เอ๊ะ ในห้องนอนมีจิ้งจอกได้อย่างไร?”

“ขนสีขาวบริสุทธิ์ เส้นขนเช่นนี้ล้ำค่ายิ่ง!”

“แบ่งกันคนละครึ่งดีหรือไม่?”

“ยอดเยี่ยม!”

สมควรตาย!

ไป๋เซี่ยเหอลอบก่นด่าในใจ หากดูจากร่างกายของจิ้งจอกเด็กที่ใหญ่เท่าฝ่ามือ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะรับมือกับบุรุษร่างใหญ่สองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ไป๋เซี่ยเหอก็ตัดสินใจวิ่งสุดฝีเท้า!

“หยุด! อย่าหนีนะ!”

ไป๋เซี่ยเหอหันไปมองด้านหลัง บุรษสองคนยังคงไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ นางลอบก่นด่าในใจ ทว่ายังคงวิ่งต่อไปสุดแรง เพียงแต่ในเวลานี้ร่างกายของนางอ่อนแอเกินไปจริงๆ ถึงแม้นางจะรีบสลัดสองคนนี้ให้หลุดพ้น เกรงว่านางก็คงยืนหยัดอยู่ได้ไม่นานนัก

หูของนางพลันขยับเล็กน้อย มีคนมา!

ไป๋เซี่ยเหอเงยหน้าขึ้นมอง นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเกี้ยวหลังหนึ่งที่ประดับตกแต่งอย่างหรูหรายิ่งนัก!

ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าบุคคลที่สามารถนั่งอยู่ในนั้นได้ หากไม่ร่ำรวยย่อมต้องสูงศักดิ์เป็นแน่ และอย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้ที่บ่าวรับใช้สองคนที่วิ่งไล่ตามนางมาด้านหลังไม่อาจทำให้ขุ่นเคืองใจได้

เมื่อนึกถึงตรงนี้ ไป๋เซี่ยเหอจึงแค่นเสียงคราหนึ่ง ก่อนมุดเข้าไปในเกี้ยว

“สมควรตาย นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเกี้ยวของเซ่อเจิ้งอ๋อง[1]”

“นับว่ามันโชคดีนัก!”

เมื่อได้ฟังบทสนทนาของทั้งสอง ไป๋เซี่ยเหอก็รู้ว่าตนเองเดิมพันได้ถูกต้อง นางถอนหายใจด้วยความโล่งอก ใบหูขนาดเล็กสองข้างที่มีขนปุกปุยสั่นไหวเล็กน้อยสองทีเพราะความผ่อนคลาย ช่างดูน่ารักอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม นางยังไม่ทันได้พักให้หายเหนื่อย ก็พบว่าตนเองถูกจับขึ้นลอยอยู่กลางอากาศเสียแล้ว!

นางถูกใครบางคนหิ้วคอ!

บุรุษตรงหน้านอนตะแคงบนตั่งกว้างที่ดูนุ่มสบาย เขาสวมชุดคลุมสีกรมท่า ช่วยขับผิวพรรณที่ขาวผ่องราวกับหิมะ เส้นผมสีดำขลับถูกมัดขึ้นอย่างสง่างาม ปอยผมไม่กี่เส้นตกลงบนอกแกร่งที่เผยแย้มออกมานอกเสื้อคลุม ทั่วร่างแผ่ลมปราณกษัตริย์ที่ดุร้ายออกมา

บุรุษผู้นี้ครอบครองดวงตาอันลึกล้ำราวกับหมึก หากพิจารณาให้ดีก็พบว่าประกายความเย็นชาจากส่วนลึกของดวงตานั้นดูเย็นเยียบราวกับหิมะ แช่แข็งร่างของนางจนแข็งทื่อ

ราวกับว่านางหนีเสือปะจระเข้อย่างไรอย่างนั้น

“ท่านอ๋องจะจัดการอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?” หากไม่เปล่งเสียงออกมา ไป๋เซี่ยเหอคงไม่ทราบว่าในเกี้ยวหลังนี้ยังมีบุคคลที่สามอยู่ด้วย ตัวตนของเจ้าของเสียงดูเลือนลาง คงจะเป็นองครักษ์เงาในตำนานกระมัง

ความรู้สึกของการถูกหิ้วคอลอยอยู่กลางอากาศนั้นช่างทรมานยิ่งนัก สมัยที่นางยังเป็นทหารรับจ้าง นางเคยสังหารคนโดยไม่กะพริบตา แต่ตอนนี้นางกลับถูกใครบางคนหิ้วคอและตกอยู่ในสภาพที่ไม่หลงเหลือความยำเกรงแม้แต่น้อย ขาสั้นทั้งสี่ของไป๋เซี่ยเหอพยายามดิ้นรน นางกล่าวออกมาด้วยความโกรธเคืองเต็มประดา “ปล่อยข้า”

แต่เสียงนั้นกลับเป็นเพียงเสียงอ้อแอ้เท่านั้น ฟังดูอ่อนแอยิ่งนัก!

ฮั่วเยี่ยนไหวมองดูสัตว์ตัวน้อยที่กำลังแยกเขี้ยวยิงฟัน แววตาพลันทอประกายแปลกประหลาดแวบหนึ่ง มุมปากของเขายกขึ้น ก่อนจะเปล่งเสียงเอื่อยเฉื่อยเอ้อระเหยออกมาจากริมฝีปากบาง “เลี้ยงให้โต แล้วจับกินเสีย!”

ไป๋เซี่ยเหอดิ้นพล่าน ส่งผลให้เส้นขนสีขาวราวหิมะของนางดูกระเซอะกระเซิงขึ้นมาทันที นางกัดนิ้วมือของฮั่วเยี่ยนไหวเพื่อบังคับให้เขาปล่อยตนเอง

ทว่ากระทำของนางไม่เพียงแต่จะไร้ประโยชน์ นอกจากจะทำให้ร่างของตัวเองแกว่งไกวอยู่กลางอากาศแล้ว ฮั่วเยี่ยนไหวกลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย

ในทางกลับกัน เป็นนางที่ถูกบุรุษผู้นี้หิ้วคอไปมา กลับรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอราวกับมดปลวกตัวหนึ่งที่เพียงบีบเบาๆ ก็ตาย

ไป๋เซี่ยเหอให้สัตย์สาบานว่าหากมีโอกาส ย่อมต้องล้างแค้นให้กับความอัปยศอดสูที่เกิดขึ้นในวันนี้อย่างแน่นอน

“อยากออกจากเกี้ยวหรือ?” ฮั่วเยี่ยนไหวเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเอ้อระเหยสามส่วน และความเย็นชาอีกเจ็ดส่วน

เขาคงไม่หลอกลวงนางใช่หรือไม่?

จิ้งจอกน้อยสีขาวราวหิมะพยักหน้า

นางไม่ทราบว่าการกระทำเช่นนี้ทำให้บุรุษทั้งสองที่อยู่ในเกี้ยวเผยร่องรอยความแปลกใจออกมาหลายส่วน

ฟังภาษามนุษย์ออกด้วยหรือ? จิ้งจอกตัวนี้เป็นปีศาจอย่างนั้นหรือ?

แววตาของฮั่วเยี่ยนไหวเป็นประกายด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่าง เขายกริมฝีปากบางเบาขึ้น เลิกหิ้วคอจิ้งจอกน้อย แต่วางลงบนฝ่ามือของตนเองแทน ส่วนอีกมือก็ลูบไล้ขนจิ้งจอกที่นุ่มลื่น เสียงทุ้มต่ำในลำคอที่แฝงด้วยความน่าหลงใหลเล็กน้อยดังขึ้น “สองคนที่ไล่ตามเจ้าอยู่ด้านนอกเมื่อครู่ยังคงติดตามอยู่ข้างหลัง หากเจ้าออกจากเกี้ยวไปตอนนี้ ย่อมต้องตกอยู่ในกำมือของพวกเขาเป็นแน่ และเจ้าก็จะตายอย่างไม่ต้องสงสัย!”

องครักษ์เงาที่อยู่ด้านข้างยกม่านขึ้นเล็กน้อยเพื่อพิสูจน์คำพูดของเขา นางมองเห็นบุรุษสองคน พวกเขายังคงไม่ยอมแพ้ และจ้องมองมาที่เกี้ยวด้วยสายตาละโมบ

เดิมทีขนจิ้งจอกก็มีราคาสูง กอปรกับจิ้งจอกตัวนี้มีสีขาวปลอดราวหิมะ ดูบริสุทธิ์และไร้มลทินใดๆ เมื่อมีเงินจะปลุกผีมาโม่แป้งก็ยังได้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่กล้าบุกรุกเข้ามาในเกี้ยว ทว่าก็ยังคงเฝ้ารอให้เกิดปาฏิหาริย์บางอย่างขึ้น

ถึงอย่างไรโรครักความสะอาดของเซ่อเจิ้งอ๋องก็เป็นที่รู้กันทั่ว บางทีอาจเป็นเพราะเซ่อเจิ้งอ๋องกำลังพักผ่อน จึงยังไม่พบเดรัจฉานน้อยตัวนั้นที่มุดเข้าไปในเกี้ยว เพราะฉะนั้นรอให้พบเสียก่อนจิ้งจอกน้อยย่อมถูกโยนออกมาเป็นแน่ เมื่อถึงเวลานั้น พวกเขาก็จะรับทรัพย์ก้อนโต!

ฮั่วเยี่ยนไหวเห็นจิ้งจอกน้อยที่เมื่อครู่ยังดูมีชีวิตชีวา แต่หลังจากมองออกไปนอกเกี้ยวแล้ว พลันมีท่าทีหงอยเหงาเศร้าซึมเสียอย่างนั้น เขาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ไหว

เสียงหัวเราะอันแผ่วเบานี้ทำให้องครักษ์เงาที่อยู่ข้างกายขนลุกขนชันขึ้นมาทันที เขาอารักขาองค์ชายมาสิบปีแล้ว ทว่าไม่เคยเห็นองค์ชายหัวเราะมาก่อน เขาคิดว่าองค์ชายสวมหน้ากากอยู่เสมอ ไม่คิดว่าวันนี้จะหัวเราะออกมา ทั้งยังหัวเราะใส่เดรัจฉานน้อยตัวหนึ่งเท่านั้น!

------------------------

[1] เซ่อเจิ้งอ๋อง หมายถึง อ๋องผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้


ตำหนัก Jinovel ยังมีนิยายสนุกๆ อีกเพียบ!
พร้อมโปรโมชันสุดคุ้ม บุฟเฟ่ต์อ่านไม่อั้น
ในราคาสมาชิก 99 บาท/เดือนอ่านจุกๆ ทุกเรื่อง! ทุกเล่ม!
อ่าน เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง>>> http://jinovel.co/5xLh

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...