โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Bolt ชี้เทรนด์คนรุ่นใหม่หันมาใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 มิ.ย. 2567 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2567 เวลา 04.15 น.

โบลท์ (Bolt) เผยเทรนด์การไม่เป็นเจ้าของ ของคนรุ่นใหม่ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องรายงานสถิติผู้ใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันโบลท์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในไทยหลังเปิดตัว

นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประจำโบลท์ (Bolt) ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถิติในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โบลท์มีการขยายช่วงระยะทางในการวิ่งงานเพิ่มมากขึ้นกว่า 19%

ในขณะที่การเรียกใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 600% และเมื่อนับจากช่วงเวลาที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยครั้งแรก ยอดจำนวนผู้ใช้บริการแอปพลิเคชันโบลท์มีเพิ่มมากขึ้นถึง 800% การให้บริการโดยยานพาหนะ 4 ล้อที่ใช้งานบนโบลท์เพิ่มขึ้น 9.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันเทรนด์คนรุ่นใหม่หันมาใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น

เห็นได้จากผลการสำรวจต่างๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเหตุผลที่คนทั่วโลกหันมานิยมใช้รถผ่านบริการแอปมากขึ้น สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของคนในแต่ละรุ่นอย่างชัดเจน จากคนยุค Baby Boomer มีมุมมองการเป็นเจ้าของบ้านหรือรถเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต เพราะเปรียบเสมือนเครื่องยืนยันการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่ผู้ใหญ่แบบเต็มตัว

ขณะที่ในปัจจุบัน ทัศนคติเหล่านี้ได้เปลี่ยนไป หลังจากยุคของกลุ่ม Gen X ที่ใช้จ่ายเสริมสถานะของตัวเอง โดยได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมของเหล่าดารา คนกลุ่ม millennials ให้ความสำคัญกับการซื้อประสบการณ์ มากกว่าสิ่งของ ในขณะที่กลุ่ม Gen Z มองการใช้จ่ายเป็นการแสดงออกถึงตัวตน

นายณัฐดนย์ อธิบายว่า การที่คนรุ่นใหม่มีมุมมองที่แตกต่างออกไป เนื่องจากปัจจัยกดดันอันหลากหลายในปัจจุบัน ทั้งทางเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน เช่น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ค่าอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น หนี้การศึกษา และอิทธิพลของสมาร์ตโฟน เทรนด์การไม่เป็นเจ้าของจึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในอสังหาริมทรัพย์ ความสำเร็จของบริการยานพาหนะ (ride-hailing) บริการสตรีมวิดีโอ เพลง หรือบริการแบบสมัครสมาชิกอื่นๆ

“สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ล้วนแต่ตอกย้ำคนรุ่นใหม่ว่าให้คุณค่าและความสำคัญกับการเข้าถึงบริการหรือสินค้าตามความต้องการของผู้บริโภคบนโลกดิจิทัล มากกว่าการเป็นเจ้าของสิ่งที่จับต้องได้”

โดยการสำรวจล่าสุดในปี 2023 ที่จัดทำโดย Mckinsey เปิดเผยว่า ผู้ที่มีอายุเกิน 45 ปีใช้ยานพาหนะส่วนตัวโดยเฉลี่ยสี่ครั้งต่อสัปดาห์ เทียบเป็น 49% ของผู้ที่มีอายุ 30-45 ปี และ 42% ของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี

นอกจากนี้ การขยายตัวของสังคมเมือง การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร และการย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยอยู่ในตัวเมือง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ความต้องการต่อรูปแบบของระบบขนส่งสาธารณะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่าภายในปี 2593 ประชากรโลก 68% จะอาศัยอยู่ในเขตเมือง เทียบกับ 55% ในปี 2561 ส่งผลให้เกิดความแออัดของการจราจร ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น พื้นที่จำกัด และปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยมลพิษที่สูงขึ้น ทำให้ผู้คนเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวหันมาพิจารณาทางเลือกอื่นในการเดินทางอย่างระบบขนส่งสาธารณะ หรือแอปเรียกรถมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจของ โบลท์ โกลบอล ที่จัดทำโดย Oliver Wyman ระบุว่าการใช้ยานพาหนะที่ใช้ร่วมกันเป็นวิธีการเดินทางที่ประหยัดกว่าสำหรับผู้ที่เดินทางในระยะทางไม่เกิน 15,000 กิโลเมตรต่อปี ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงความจริงที่ว่ารถยนต์ในยุโรปโดยทั่วไปมีอัตราการวิ่งอยู่ที่ 11,000 กิโลเมตรต่อปี ซึ่งลดลง 1,700 กิโลเมตรเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา

“การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเข้าถึงบริการดิจิทัลมากกว่าการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ทำให้มุมมองการมีรถยนต์ส่วนตัวเปลี่ยนไปจากทรัพย์สินที่มีไว้ในครอบครอง กลายเป็นสาธารณูปโภคที่สามารถเข้าถึงได้ หันมาใช้แอปพลิเคชันเรียกยานพาหนะ บริการเช่ารถแบบ car-sharing ยานพาหนะขนาดเล็ก และขนส่งสาธารณะ ช่วยลดค่าใช้จ่าย และมลภาวะ”

ดังนั้น โบลท์ จึงตระหนักถึงความสำคัญและพร้อมปรับตัวรับเทรนด์ดังกล่าว โดยบริษัทเชื่อมั่นในการส่งเสริมเครือข่ายการขนส่งสาธารณะที่มีอยู่อย่างไร้รอยต่อ และบริการแบ่งปันยานพาหนะ จะเป็นหนทางหลักในการเดินทางของผู้คนในอนาคต มุ่งมั่นการส่งมอบบริการให้ดียิ่งขึ้น ครอบคลุมกว่าเดิม มอบทางเลือกการเดินทางที่สะดวก สบาย หลากหลายและเข้าถึงได้ง่าย ทั้งในเรื่องของราคา ความรวดเร็ว ความปลอดภัย อีกทั้งยังส่งเสริมในเรื่องความยั่งยืน การลดมลภาวะ และสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่แออัดของคนในยุคปัจจุบันด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...