30 ชาวนาโร่เอาผิด ชายปลอมรายชื่อสวมสิทธิรับพันธุ์ข้าว เจ้าตัวรับทำจริง ขอชดใช้ค่าเสียหาย
ชาวนาอำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ รวมกลุ่มแจ้งความหลังถูกบุคคลอุปโลกน์เป็นประธาน ตั้งกลุ่มโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว แล้วปลอมรายชื่อไปขอซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวบึงกาฬ ออกมาขายถุงละ 600-700 บาท ให้ดำเนินคดีและเรียกร้องขอสิทธิ์คืนเพื่อให้ทันฤดูการปลูกปีนี้
เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ 27 พฤษภาคม ได้มีชาวนากลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวจำนวน 30 ราย จากหมู่บ้านหนองทุ่ม หมู่ 2 บ้านหนองบัวน้อย หมู่ 5 และบ้านนาสาร หมู่ 6 ต.ศรีชมภู อ.พรเจริญ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ ผกานนท์ สว.(สอบสวน) สภ.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ เพื่อแจ้งให้ดำเนินคดีกับ นายเมธี จันนน ชาวอำเภอพรเจริญ ที่อ้างเป็นประธานกลุ่มโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวบึงกาฬ แล้วปลอมรายชื่อไปขอซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวบึงกาฬ ออกมาขายถุงละ 600-700 บาท ให้ดำเนินคดีและเรียกร้องขอสิทธิ์คืนเพื่อให้ทันฤดูการปลูกปีนี้
โดยมี นายศรีอุบล อินทิวงษา เป็นแกนนำกลุ่มชาวนาที่เสียหาย กล่าวว่า การแจ้งความร้องทุกข์วันนี้ส่วนมากที่มาเป็นผู้หญิงสูงวัยและถูกบุคคลที่อุปโลกน์แอบอ้างว่าเป็นประธานกลุ่มไปใช้สิทธิ์ขอซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัดบึงกาฬที่ ตั้งอยู่ในตำบลดอนหญ้านาง อำเภอพรเจริญ นำพันธุ์ข้าวออกมาขายต่อ รวมทั้ง ยายแกน ก่อคุณ อายุ 83 ปี ที่เป็นผู้ที่ถูกแอบอ้างสิทธิ์ ในจำนวนนี้ก็ยังมีผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว และถูกแอบอ้างสวมสิทธิ์ นำเมล็ดพันธุ์ข้าวออกมาปลูกในฤดูกาลปลูกที่ผ่านมานั้น คือปี 2566
จึงสร้างความเสียหาย และตกอกตกใจ แก่ผู้ที่ได้รับการสวมสิทธิ์ เกรงว่าจะเป็นหนี้เป็นสินกับทางรัฐบาล และมากกว่านั้นขนาดคนที่ตายไปแล้ว 3 เดือน กลุ่มยังเอาชื่อมาสวมสิทธิ์เบิกพันธุ์ข้าวออกมา ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นการสวมสิทธิ์ เพื่อนำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปขาย และทราบว่าเมล็ดพันธุ์ข้าว 25 กิโลกรัม/ 1 ถุง ราคา 100 บาทนั้น ทราบว่าได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปขายต่อในราคาถุงละ 600-700 บาท ซึ่งในแบบฟอร์มได้ระบุไว้ชัดเจนว่า”ห้ามนำไปจำหน่าย”
ความแตกเมื่อผู้ที่ถูกสวมสิทธิ์ ไปขอซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวจากศูนย์เพาะพันธุ์ข้าว แต่ถูก จนท. แจ้งว่าเคยได้รับเมล็ดพันธุ์ข้าวไปแล้วเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา จึงเอะใจ ว่าไม่เคยมาขอเบิกหรือซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวจากทางศูนย์เลย ทำไมถึงมีชื่อในการเบิกเมล็ดพันธุ์ข้าว จึงขอดูเอกสารซึ่งเป็นแบบฟอร์มใบรับเมล็ดพันธุ์ข้าวจากทางศูนย์ และขอคัดสำเนาออกมาดูด้วย จึงพบว่ามีบุคคลที่แอบอ้างเป็นประธานกลุ่ม และมีพวกตนเป็นสมาชิกในกลุ่มด้วย
ทั้งๆ ที่ไม่เคยสมัครสมาชิกกลุ่มนี้เลย บางคนยังไม่เคยมาหรือเห็นศูนย์เพาะพันธุ์ข้าว ด้วยซ้ำไป และก็ไม่เคยให้เลขบัตรประชาชนไป แต่ทำไมในใบรับเมล็ดพันธุ์ข้าวมีชื่อพวกตนซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวออกไป และเป็นเม็ดพันธุ์ข้าวดอกมะลิ 105 บางคนก็ 100 กก. และสูงสุดถึง 450 กก. ซึ่งผู้ที่ถูกสวมสิทธิ์หลายคนเป็นผู้สูงอายุ บางคนเขียนไม่ได้ ต้องปั๊มลายนิ้วมืออย่างเดียว แต่ที่ในแบบฟอร์มการรับเมล็ดพันธุ์ข้าว กับมีลายเซ็น จึงนำเอกสารรับเมล็ดพันธุ์ข้าวดังกล่าว มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งจากแบบฟอร์มดังกล่าวทราบว่าผู้ที่แอบอ้างเป็นประธานกลุ่มมีชื่อว่า นายเมธี จันนน ซึ่งเป็นบุคคลในหมู่บ้านเดียวกันกับชาวนาที่เข้ามาร้องทุกข์ ถึงอยากให้ตำรวจเรียกตัวผู้ที่แอบอ้างพร้อมพยาน 2 คน มาสอบสวนและดำเนินคดี
ต่อมา นายเมธี จันนน พร้อมพวกที่อ้างว่าเป็นพยาน 2 คน ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนและยอมรับว่าตนเองได้ปลอมแปลงรายมือชื่อชาวนาจำนวน 30 คนดังกล่าวขึ้นจริง จึงขอเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย แต่ชาวนายืนยันว่าไม่ขอเจรจาชดใช้ค่าเสียหายหรือยินยอมใดๆ และขอยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ขณะที่ นายนิพนธ์ คนขยัน ส.ส เขต 3 บึงกาฬ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีบ้านอยู่ในตำบลเดียวกัน กับผู้ที่แอบอ้างเป็นประธานกลุ่มและชาวนาผู้เสียหาย โดย ส.ส.นิพนธ์ ได้แจ้งผ่านผู้สื่อข่าวว่าขอให้ชาวนาที่ถูกสวมสิทธิ์ ทำหนังสือร้องเรียนมาถึงตน จะดำเนินการแจ้งไปถึง รมว.เกษตรและสหกรณ์ คือร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้รับทราบ เพื่อขอคืนสิทธิ์ให้แก่ชาวนา ที่ถูกสวมสิทธิ์ และเบิกเมล็ดพันธุ์ข้าวมาปลูกในฤดูกาล 2567 นี้ได้ให้ทัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 30 ชาวนาโร่เอาผิด ชายปลอมรายชื่อสวมสิทธิรับพันธุ์ข้าว เจ้าตัวรับทำจริง ขอชดใช้ค่าเสียหาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th