โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ ขึ้นแท่นผู้ใช้ไฟฟ้าถ่านหินรายใหญ่สุดในโลก ด้านจีน-เวียดนาม หันพึ่งพลังงานสะอาด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.ค. 2567 เวลา 17.21 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2567 เวลา 10.21 น.

ฟิลิปปินส์ แซงหน้าจีนและอินโดนีเซีย ขึ้นแท่นผู้บริโภคพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในโลก และสูงสุดในอาเซียน เผยการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนไม่เติบโต ด้านจีน เวียดนาม มุ่งใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น

วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่าฟิลิปปินส์ขึ้นเป็นประเทศที่พึ่งพลังงานไฟฟ้างานจากถ่านหินมากที่สุดในโลก โดยแซงหน้าจีน อินโดนีเซีย และโปแลนด์ ด้วยปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากถ่านหินสูงถึง 62% ในปี 2566

ข้อมูลจากองค์กรวิจัยด้านพลังงาน Ember ระบุว่า ฟิลิปปินส์ยังเป็นประเทศที่ใช้พลังงานถ่านหินมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินพุ่งขึ้นสู่ระดับ 61.9% ในปี 2566 จากระดับ 59.1% ในปี 2565 ในขณะที่การปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนยังคงอยู่ในระดับต่ำ

โดยรวมแล้ว ปริมาณการใช้ถ่านหินทั่วประเทศ พุ่งขึ้น 9.7% ซึ่งสูงกว่าอุปสงค์พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 4.6%

นางดินิตา เซตยาวาตี นักวิเคราะห์อาวุโสด้านพลังงานไฟฟ้า ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Ember กล่าวว่า ถ่านหินมีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคงทางพลังงานของฟิลิปปินส์ โดยในช่วงทศวรรษที่ 1990 นั้น มีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการไฟฟ้าในประเทศได้ ซึ่งในปัจจุบัน การพึ่งพาถ่านหินเป็นหลักก็ยังคงดำเนินต่อไป

ขณะที่จีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของโลก และเคยเป็นผู้บริโภคถ่านหินมากที่สุด ได้ลดการพึ่งพาถ่านหินลงสู่ระดับ 60.7% หลังจากเริ่มปรับใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น และการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยพลังงานสะอาดครองสัดส่วนมากถึง 35% ในการผลิตไฟฟ้าของจีน ซึ่งส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงเหลือ 4.4% ต่อปี ในช่วงปี 2559-2566 จากระดับ 9% ต่อปี ในช่วงปี 2544-25558

ด้าน อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตถ่านหินรายใหญ่อันดับ 5 ของโลก บริโภคพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหิน 61.8% ในปี 2566 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดใหม่ โดยรายงานระบุว่า ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียพึ่งพาพลังงานจากถ่านหินมากที่สุดในอาเซียน และสัดส่วนการใช้งานก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยทั้ง 2 ประเทศจึงต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าที่จะสามารถยุติการใช้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานหลัก

Ember ระบุว่า ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียยังคงตามหลังประเทศอื่น ๆ ในด้านพลังงานหมุนเวียน และการพัฒนาพลังงานจากลมและพลังงานแสงอาทิตย์ยังไม่มีศักยภาพมากเพียงพอ

ทั้งนี้ ในปี 2566 การผลิตไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ของฟิลิปปินส์ อยู่ที่ระดับ 2.7 เทราวัตต์ชั่วโมง จากระดับต่ำกว่า 1 เทราวัตต์ชั่วโมง ในปี 2558 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้ากว่าประเทศอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด เช่น เวียดนาม ซึ่งการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่มขึ้นมากถึง 46 เทราวัตต์ชั่วโมง ในช่วงเวลาเดียวกัน

อ้างอิง : cnbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...