หลวงพี่น้ำตาคลอ! ขนของย้ายออกจากวัด ลั่น ยอมแพ้ ไม่สู้แล้ว ถูกกลั่นแกล้ง
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 07 พ.ค. 2567 เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2567 เวลา 07.53 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์คืบหน้ากรณีมีคลิปเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 2 พ.ค.2567 ที่ผ่านมา โดยชาวบ้านธาตุ หมู่ 5 ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เป็นคนถ่ายคลิปเอาไว้ ซึ่งมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหญิงเข้าไปล็อคแขนของหญิงแต่งกายคล้ายแม่ชี ที่ระบุว่าเพิ่งปีนออกจากหน้าต่างกุฏิพระสงฆ์
ซึ่งพระในคลิปให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบอกว่าเป็นรักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นเพียงพระลูกวัด บอกว่าแม่ชีมาล้างซวยเพราะเหยียบแมวตาย โดยมาทำพิธี 3 วัน วันดังกล่าวเป็นวันสุดท้ายในการทำพิธีล้างซวย พร้อมกับสอบถามหญิงที่แต่งกายคล้ายแม่ชีว่าเข้ามาทำไมดึกๆดื่นๆแต่หญิงที่แต่งกายคล้ายชีก็ไม่ตอบ และกดโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว
โดยมีทางผู้นำชุมชน ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ ชาวบ้าน เข้าตรวจสอบและเกิดเหตุการชุลมุน โดยเจ้าคณะตำบลขอความร่วมมือกับชาวบ้านให้แยกย้ายกันไปก่อน กระทั่งชาวบ้านในชุมชนแบ่งเป็นสองฝ่าย ทั้งปกป้องพระและออกมาขับไล่พระ ซึ่งทางเจ้าคณะตำบลบ้านไผ่ ยังไม่มีคำตอบแน่ชัดว่าจะดำเนินการตามวินัยของสงฆ์อย่างไร ซึ่งล่าสุดทางด้านนายพิชัย วันตา นายอำเภอบ้านไผ่ ได้เรียกผู้ใหญ่บ้านและผู้นำที่อยู่ในเหตุการณ์มาให้ข้อมูล และจะเข้าไปตรวจสอบกับทางเจ้าคณะอำเภอบ้านไผ่อีกทางเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
(07 พ.ค.67) พระพี่ชาย และลูกศิษย์ของ พระเอ ซึ่งยืนยันแล้วว่าเป็นพระลูกวัดที่วัดสวาทบ้านธาตุ เนื่องจากยังไม่มีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสหรือมีรักษาการเจ้าอาวาส กำลังขนย้ายข้าวของ และอัฐบริขารส่วนตัวพระไปจำวัดอื่น ภายหลังจากรับทราบมติของพระผู้ใหญ่ ที่มีมติให้ย้ายออกไปจากวัด แต่ยังไม่มีการลงโทษถึงขั้นสึกให้ลสาสิกขาไปแต่อย่างใด
ซึ่งบรรยากาศในช่วงขนย้ายข้าวของนั้น พระเอถึงกับน้ำตาคลอ และพูดบ่นว่ายอมแพ้แล้ว ไม่สู้แล้ว ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าไม่สู้กับอะไร ยอมแพ้ให้อะไร ซึ่งพระเอบอกว่า ถูกคนบางคนบางกลุ่มกลั่นแกล้ง ไม่อยากให้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส เพราะที่ผ่านมาอยู่ที่วัดนี้มากว่า 10 ปี เคยจะขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ได้เป็นรักษาการแต่ก็ถูกหาเรื่องจนถูกปลดเป็นเพียงพระลูกวัด กระทั่งมาเกิดเรื่องนี้ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา
พร้อมกันนี้ยังได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปดูภายในกุฏิ บอกว่า วันเกิดเหตุแม่ชีไม่ได้ขึ้นมาบนกุฏิและไม่ได้กระโดดออกจากกุฏิ เพราะไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีตู้เก็บของขนาดใหญ่ตั้งบังอยู่ และหากจะเคลื่อนย้ายต้องใช้แรงมากถึงจะสามารถเปิดหน้าต่างที่มีหน้าต่างมุ้งลวดอีกชั้นได้ เนื่องจากเวลาเปิดของหน้าต่างจะชนตู้ ต้องเคลื่อนตู้ให้พ้นรัศมีการเปิดออกมา เมื่อเปิดหน้าต่างไปได้ก็จะมีโครงเหล็กตั้งคอมเพลสเซอร์แอร์ และในจุดดังกล่าวไม่มีไฟส่องสว่างมองเห็น อาจะจะพลาดเหยียบแล้วตกได้รับบาดเจ็บได้ และหลังเกิดเหตุหน้าต่างก็ปิดอยู่ตามเดิม หากอยู่บนกุฏิและกระโดดออกทางหน้าต่างก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก และหน้าต่างบานอื่นก็มีมุ้งลวดเหล็กดัดติดตั้งไว้ทั้งหมด
โดยจากการลงพื้นที่ ไปที่วัดดังกล่าว พระเอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า บวชมานานและจำพรรษาที่วัดแห่งนี้มา 11 ปีแล้ว ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านจับตัวหญิงแต่งชุดขาวว่าเป็นแม่ชีกระโดดออกจากกุฏินั้น หญิงรายดังกล่าวชื่อนางบี(นามสมมุติ)เป็นแม่ชีจริง บวชวัดที่วัดบ้านหนองรูแข้ ต.บ้านลาน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น โดยก่อนหน้านี้ นางบี มีสามีและหย่าขาดกับสามีชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นได้มาบวชชีที่วัดบ้านหนองรูแข้ ด้วยศรัทธาที่มีต่อพระเอ จึงนับถือผูกเป็นพี่น้อง
โดยแม่ชีบีนับถือพระเอเป็นพี่ชาย โดยก่อนเกิดเรื่องนั้น แม่ชีได้มาหาพระเอที่วัดแล้วบอกว่า ขับรถเหยียบแมวตาย จึงมาหาพระเอ ล้างซวย ล้างบาปให้ โดยเริ่มทำพิธีในช่วงเย็นวันที่ 30 เมษายน 2567 ต่อด้วยเย็นวันที่ 1 พ.ค.และเย็นวันที่ 2 พ.ค. เป็นเย็นสุดท้ายที่จะทำพิธีล้างซวยให้ ด้วยการเอาน้ำล้างบาตร ราดที่ตัวรถของแม่ชี
ต่อมาเย็นวันสุดท่ายคือวันที่ 2 พ.ค นั้น แม่ชีมาพร้อมญาติโยมใช้รถ 2 คัน เมื่อขับรถของตัวเองมาถึงวัด แม่ชีได้จอดรถไว้ที่หน้าศาลธรรมสังเวช จากนั้นก็ออกจากวัดไปกับญาติโยม กลับเข้าวัดมาประมาณ 2 ทุ่ม เมื่อญาติโยมส่งแม่ชีที่วัดแล้วก็ขับรถออกไป จากนั้นจึงทำพิธีล้างซวยที่รถให้ ส่วนแม่ชีก็นั่งในรถ เสร็จพิธีสามทุ่มกว่า จึงเดินเข้ากุฏิ ปิดไฟเมื่อจะนอน จากนั้นก็มีเสียงผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจและชาวบ้านมาเรียกเพื่อขอตรวจค้นกุฏิ จึงออกจากกุฏิมาคุยกันที่ศาลาหน้ากุฏิ และไม่ให้ค้นกุฏิ เพราะไม่รู้ว่าค้นด้วยเหตุใด เกิดอะไรขึ้น จึงไม่ให้ค้น จากนั้นไม่นานก็มีชาวบ้าน ตะโดนบอกว่า จับตัวได้แล้ว และคุมตัวแม่ชีเดินมาที่ศาลาหน้ากุฏิ พร้อมกับบอกว่า คุมตัวแม่ชีไว้ได้หลังจากกระโดดลงมามจากหน้าต่าง
พระเอ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น วันต่อมา ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เจ้าคณะตำบลและชาวบ้านก็มาพูดคุยกันที่วัด โดยสรุปว่าให้ตนออกจากวัด ซึ่งเมื่อมติของพระและช่าวบ้านเห็นตรงกันก็ปฏิบัติตาม ว่าจะออกจากวัด จึงเรียกญาติโยมมาขนของออกจากกุฏิที่วัดสวาท บ้านธาตุ ม.5 ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่นไปอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในตำบลคึมชาติ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เพื่อความสงบสุขของญาติพี่น้องในหมู่ และไม่ขอปฏิเสธใดๆกับเรื่องดังกล่าว แม้ว่าไม่ได้ทำผิดอะไร ก็ไม่ขอโตเถียง
ทางด้าน นายประพันธ์ เบ้าหนองบัว อายุ 87 ปี ชาวบ้านที่มาช่วยพระเอขนสิ่งของ กล่าวว่า ตั้งแต่พระเอมาจำพรรษาที่วัด ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร เพราะพระเอเป็นพระที่รู้ขนบประเพณีและรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และไม่เคยมีปัญหาเรื่องเรี่ยรายเงินหรืออยากได้เงิน มีแต่ช่วยเหลือคนยากคนจน ใครตายที่ไหน ไม่มีเงินจัดงานศพ ไม่มีโลงศพพระเอช่วยเหลือมาตลอด กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัดครั้งนี้ โดยส่วนตัวมองว่า คนที่จะกระโดดออกจากหน้าต่างกุฏิพระ ต้องบาดเจ็บไม่มากก็น้อย และคงจะกระโดดยาก เพราะหน้าต่างจุดดังกล่าวมีตู้ขนาดใหญ่ตั้งปิดหน้าต่างไว้ ต้องใช้คน 2-3 คน ยกตู้ออกจึงจะเปิดหน้าต่างได้ ส่วนนอกหน้าต่างก็มีเหล็กครอบคอมเพลสเซอร์แอร์ตั้งอยู่ คนที่กระโดดหน้าต่างต้องบาดเจ็บไม่มากก็น้อย แล้วการที่มีคนมาห้อมล้อมกุฏิพระเอาไว้ ทำไม ไม่จับแม่ชีตั้งแต่ตอนออกมาจากหน้าต่าง ทำไมไปคุมตัวได้ที่รถยนต์ที่จอดอยู่ จึงมองว่า มีขบวนการทำร้ายพระเอ ต้องการจขับไล่พระเอออกจากวัด ส่วนแม่ชีรายดังกล่าวนั้นทราบว่า ผูกความเป็นพี่น้องกับพระเอมานานแล้ว และพยายามจะทำนุบำรุงภายในวัดวัดสวาท บ้านธาตุมาตลอด และไม่เห็นแม่ชีมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และการถูกคุมตัวนครั้งนี้ ก็น่าจะมีคนไม่หวังดีใส่ร้าย เพื่อขับไล่พระเอ ออกจากวัด แต่เมื่อชาวบ้านบางส่วนไม่เอาพระเอ ต้องการให้พระเอออกจากวัดจึงพาพระเอ ไปอยู่ที่วัดในตำบลคึมชาติ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น จะได้จบปัญหากันไป
นางสุพร อายุ 66 ปี ชาวบ้านธาตุที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ทราบว่า ก่อนที่ชาวบ้านจะพากันไปที่วัดกับผู้นำชุมชนนั้น มีชาวบ้านอีกคนมาบอกว่าเห็นแม่ชีเข้ามาในวัดในเวลา 20.00 น เมื่อทางผู้นำได้ทราบเรื่อง ก็ได้ประสานทางตำรวจสภ.บ้านไผ่ พระผู้ใหญ่ และกำนัน พร้อมทั้งได้บอกกับชาวบ้านว่า ถ้าไม่ถึงช่วงเวลา 22.00 น ยังไม่ต้องออกไปที่วัด กระทั่ง 22.00 น. ตนเองออกไปที่วัดก็เห็นทางผู้นำเถียงกับทางพระอยู่แล้ว อยู่บริเวณหน้ากุฏิ แต่ยังไม่ได้เห็นแม่ชี โดยทางเจ้าหน้าที่กับพระ ก็ได้พูดคุยกันอยู่นานกว่า 30 นาที ซึ่งจากที่ฟังได้ยินเจ้าหน้าที่ขอเข้าไปดูในกุฏิ แต่ทางพระไม่ยอมให้เข้าไปดู ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้า โดยพระพูดจะเอาเรื่องทางพวกผู้นำอย่างเดียวและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ว่าถูกทางผู้นำกลั่นแกล้ง จากนั้นก็ได้ยินเสียงเปิดหน้าต่าง และได้ยินเสียงตุ๊บลงมา ดูมีลักษณะเป็นแม่ชีเลยเพราะมีการโกนหัว แม่ชีก็คงร้อนใจอยู่ไม่ได้ จึงได้กระโดดออกมาจากทางหน้าต่าง ทางกุฏิที่พระนอน แต่ทางผู้นำก็ได้นัดกันไว้แล้วว่าให้ผู้นำ หรือชาวบ้านกลุ่มหนึ่งรออยู่หลังกุฏิ และอีกกลุ่มหนึ่งให้รออยู่ทางกำแพง กระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
อย่างไรก็ตามนายวิชัย วันตา นายอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า หลังทราบเรื่องได้ให้นายธนา สุขุม ผู้ใหญ่บ้าน บ้านธาตุ มาพบปลัดอาวุโส เพื่อให้ข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นในช่วงบ่ายจะลงพื้นที่วัดตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะสรุปเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดรายงานไปยังจังหวัดขอนแก่นและสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นตามขั้นตอนต่อไปเพื่อพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ส่วนแม่ชีนั้นทราบว่าเป็นแม่ชีอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลภูเหล็ก อำเภอบ้านไผ่โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้เข้าไปพบเจอตัวก็ได้กลับไปที่สำนักสงฆ์โดยไม่ได้มาที่วัดอีกเลย
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พระเทพวิสุทธิกุล เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เบื้องต้นทางเจ้าขอนแก่นยังได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นยังไม่มีรายงานเรื่องจากเจ้าคณะตำบลบ้านไผ่ หากมีรายงานเข้ามาก็จะได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงหากมีมีความผิดทางวินัยสงฆ์จริง ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป