โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไมรถโดนชนแต่ยังได้เงิน ค่าขาดประโยชน์ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

INN News

อัพเดต 27 พ.ค. 2567 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2567 เวลา 03.06 น. • INN News

ค่าขาดประโยชน์ เป็นอีกหนึ่งในเงื่อนไขการเคลมประกันรถยนต์ที่ผู้ใช้รถหลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าสามารถเรียกร้องได้ หลายคนที่ทำประกันรถยนต์ชั้น 2+ อาจจะไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำ ว่ามีเงื่อนไขนี้อยู่ในระหว่างรอซ่อมรถที่เสียหายของเรา วันนี้เราจะมาอธิบายให้ได้เข้าใจว่า ค่าขาดประโยชน์ มันคืออะไรกันแน่ แล้วเรียกได้เท่าไหร่

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคืออะไร

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ เงินชดเชย ที่ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุรถชน สามารถเรียกร้องไปยังบริษัทประกันภัยคู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิด ให้ทำการจ่ายเยียวยาเป็นค่าเดินทางในชีวิตประจำวัน จากกรณีไม่มีรถใช้ เพราะต้องทำไปซ่อมแซมสภาพ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเรียกได้เท่าไหร่

ค่าขาดประโยชน์สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล โดยส่วนมากจะได้เรียกได้ไม่น้อยกว่า 500 บาทต่อวัน และจะมีระยะเวลาในการจ่ายให้ไม่เกิน 20 - 30 วัน ตามระยะเวลาในการซ่อมโดยเฉลี่ย แต่โดยส่วนมากแล้ว ทางบริษัทประกันภัย จะให้ผู้เสียหายที่เรียกร้องค่าประโยชน์ นำบิลค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เกิดขึ้นจริง มายื่นแสดงหลักฐานในการชดเชยให้อยู่ดี

ขั้นตอนการขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

ขั้นตอนการยื่นคำร้องขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ สามารถทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนด้านล่างนี้

  • ติดต่อไปยังบริษัทประกันภัยคู่กรณี เพื่อเตรียมเอกสารในการยื่นคำร้อง
  • เตรียมเอกสารตามที่ได้รับแจ้งมา กรอกให้ครบถ้วน พร้อมยื่นเรื่องตามขั้นตอน
  • รอการติดต่อกลับมา เพื่อพูดคุยต่อรองในส่วนของค่าใช้จ่ายชดเชย
  • หากตกลงได้เรียบร้อยแล้ว บริษัทประกันภัยคู่กรณีจะทำการจ่ายค่าขาดประโยชน์ให้ภายใน 7 วัน

และทั้งหมดนี้ ก็เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่ง ที่คนทำประกันรถยนต์ชั้น 2+ อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า หากเราเป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์จากการไม่มีรถเดินทาง สามารถเรียกร้องค่าเสียหายตรงนี้ได้ โดยไม่ต้องควักเนื้อจ่ายเองจากสิ่งที่เราไม่ได้ทำผิด นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมการอ่านเงื่อนไขก่อนทำประกันรถยนต์ถึงสำคัญนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...