โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'นุศรา' เจ็บ! ลูกยางสาวไทยปราบคาซัคสถาน 3-1 มาตามนัดฉะ ‘เกาหลีใต้’ รอบชิงตั๋ว อลป.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ม.ค. 2563 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2563 เวลา 13.10 น.

ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ชนะ คาซัคสถาน 3-1 เซต 25-21, 25-20, 24-26 และ 25-21 ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ศึก “เอสโคล่า” วอลเลย์บอลหญิง “โตเกียว 2020” รอบคัดเลือกโซนเอเชีย ที่สนามชาติชาย ฮอลล์ จ.นครราชสีมา เมื่อค่ำวันที่ 11 มกราคม

สำหรับ “โค้ชด่วน” ดนัย ศรีวัชรเมธากุล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย จัดทัพผู้เล่น 6 คนแรกดังนี้ ปลื้มจิตร์ ถินขาว (5), อรอุมา สิทธิรักษ์ (6), นุศรา ต้อมคำ (13-กัปตัน), พิมพิชยา ก๊กรัมย์ (16), ชัชชุอร โมกศรี (19), ฑิชากร บุญเลิศ (24) และ ปิยะนุช แป้นน้อย (2) เป็นตัวรับอิสระ

เซตที่ 1 ช่วงต้นทั้งสองทีมต่างทำแต้มเบียดสูสี โดยทีมไทยเป็นฝ่ายขึ้นนำ 8-7 ในช่วงเวลานอกทางเทคนิคครั้งแรก จากนั้นไทยมีปัญหาเรื่องรับเสิร์ฟจนตกเป็นฝ่ายตามหลัง 11-13 ต่อมาปลื้มจิตร์กับนุศราทะยานขึ้นบล็อกให้ทีมไทยแซงขึ้นนำ 15-14 ซึ่งปลื้มจิตร์ยังเสิร์ฟเอซให้ไทยขึ้นนำ 18-15

คาซัคสถานซึ่งมีบล็อกสูงใหญ่ใช้ความเหนียวแน่นเข้าสู้ จนทีมไทยต้องออกแรงตบหลายครั้งกว่าจะได้แต่ละแต้ม จากนั้นชัชชุอรมีจังหวะโชว์ความหลักแหลม เคาะลงช่องว่างให้ไทยนำ 22-18 ต่อมาไทยส่งวิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ (10) ลงสนามขณะไทยนำ 23-19 แต่ทว่าคาซัคสถานยังไม่ยอมง่ายๆ ขึ้นบล็อกทำแต้มจนไล่บี้มาเป็น 21-24 ทำให้ไทยต้องรีบขอเวลานอกแก้เกมเป็นครั้งที่ 2 สุดท้าย ปลื้มจิตร์ ทะยานตบบอลเร็วให้ไทยชนะเซตแรกด้วยสกอร์ 25-21

เซตที่ 2 เริ่มต้นเซตนี้ คาซัคสถานเกมรุกดีขึ้น โดยเฉพาะเกมเสิร์ฟที่ทำได้ดุดัน เก็บแต้มติดๆ กัน รวมถึงมีจังหวะเสิร์ฟเอซจนขึ้นนำไทย 5-3 จากนั้นคาซัคสถานซึ่งใช้จุดเด่นความสูงใหญ่ขึ้นตบหน้าเน็ตเก็บแต้มหนีเป็น 11-7 ต่อมาฑิชากร บุญเลิศเสิร์ฟเอซให้ไทยไล่เป็น 10-12 จากนั้นฑิชากรรวมพลังกับชัชชุอรขึ้นบล็อกให้ทีมไทยตีเสมอเป็น 18-18 และมีการส่งมลิกา กันทอง (15) ลงเล่นแทนอรอุมา ซึ่งพิมพิชยาก็สามารถตบให้ไทยแซงนำ 19-18 และเกมบุกของคาซัคสถานเริ่มเสียศูนย์ และสุดท้ายเป็นชัชชุอรเสิร์ฟเอซให้ไทยปิดเซต 2 ด้วยสกอร์ 25-20

เซตที่ 3 คาซัคสถานออกตัวช่วงต้นเซตได้ดีกว่า ทั้งเกมรุกและเกมรับ ทั้งเสิร์ฟเอซและขึ้นบล็อกรัวๆ จนขึ้นนำไทย 9-4 จนทีมไทยส่งมลิกากลับลงสนามอีกครั้ง รูปเกมไทยยังคงเป็นรองเล็กน้อย มีจังหวะเสิร์ฟเสียประปราย แต่ได้นุศราเสิร์ฟเอซช่วยไทยตีตื้นเป็น 8-11 โดยเกมกลับมาสูสีอีกครั้ง ต่อด้วยพิมพิชยาเสิร์ฟเอซให้ไทยตีเสมอ 14-14 แต่คาซัคสถานเร่งเครื่องเสิร์ฟเอซหนีไทยเป็น 17-14

ทีมไทยมีปัญหาเรื่องรับเสิร์ฟจนตั้งเกมรุกได้ลำบาก รวมถึงตีติดบล็อกจนเสียแต้ม ทำให้ตามหลังเป็น 17-21 โดยทีมไทยส่งวิลาวัณย์ลงสนามขณะตามหลัง 18-22 ซึ่งวิลาวัณย์เสิร์ฟดีจนคาซัคสถานรับล้นข้ามเน็ต และเป็นทีมไทยฉวยโอกาสตบเร็วตีตื้นเป็น 20-22 และวิลาวัณย์ยังทำได้ดีเสิร์ฟเอซให้ไทยจี้เป็น 21-22 ก่อนที่ไทยจะตบทัชเอาต์ตีเสมอเป็น 24-24 แต่สุดท้ายคาซัคสถานใช้ลูกเสิร์ฟที่รุนแรงปิดเซตนี้ไปด้วยสกอร์ 26-24 ตีตื้นเป็น 1-2 เซต

เซต 4 ต้นเซตยังคงมีความสูสี แต่เป็นไทยที่ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย โดยอรอุมาตบไล่เส้นให้ทีมไทยขึ้นนำ 5-3 และส่งพรพรรณ เกิดปราชญ์ (3) ลงมาเป็นตัวเซตแทนนุศราที่มีอาการเจ็บข้อเท้าจากจังหวะลงพื้นตอนขึ้นบล็อก ส่วนในสนามพรพรรณและปลื้มจิตร์ขึ้นบล็อกให้ทีมไทยขึ้นนำ 12-10 จากนั้นพิมพิชยาทะยานตบให้ไทยหนีเป็น 16-14 ต่อมาไทยส่งวิลาวัณย์ลงสนามแทนอรอุมาขณะไทยนำ 19-15

จากนั้นคาซัคสถานเริ่มทำเกมรับได้เหนียวแน่น ขึ้นบล็อกทำแต้มไล่จี้ไทยเป็น 17-19 แต่พิมพิชยาก็ขึ้นตบทัชเอาต์ให้ไทยหนีห่างเป็น 21-18 และชนะไป 25-21 ทำให้ไทยชนะไป 3-1 เซต 25-21, 25-20, 24-26, 25-21

โดยผู้ที่ทำแต้มสูงสุดให้กับไทยในแมตช์นี้คือ พิมพิชยา ก๊กรัมย์ กดไปมากถึง 29 คะแนน รองลงมาคือ อรอุมา สิทธิรักษ์ 17 คะแนน

สำหรับผลรอบรองชนะเลิศอีกคู่ในวันเดียวกัน เกาหลีใต้ แซงชนะ ไต้หวัน 3-1 เซต 18-25, 25-9, 25-15 และ 25-14 ซึ่งเกมนี้ คิม ยอน คยอง ตัวตบหมายเลข 10 คนสำคัญของทีมไม่ไ้ด้ลงสนาม เนื่องจากมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อท้องสะสมจากรอบแบ่งกลุ่มกับคาซัคสถานเมื่อวันที่ 9 มกราคม

ส่งผลให้ทีมไทยผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับเกาหลีใต้ ในวันที่ 12 มกราคม เวลา 18.00 น. เพื่อแย่งชิงตั๋วใบสุดท้ายโซนเอเชียของศึกโอลิมปิก 2020 ส่วนรอบชิงอันดับ 3 ระหว่างไต้หวันกับคาซัคสถานจะแข่งในวันเดียวกัน เวลา 15.30 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...