โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

8 จังหวัดเหนือ-อีสานช้ำ วิกฤตแม่น้ำโขงรอบ 50 ปี ร้องนานาชาติทบทวนสร้างเขื่อน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ส.ค. 2562 เวลา 03.40 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2562 เวลา 03.39 น.

ภาพวิกฤตของ “แม่น้ำโขง” ที่เหือดแห้งอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี เมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ถือเป็นปัญหาที่หลายภาคส่วนไม่ได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากแม่น้ำโขงถือเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงประชาชนในหลายประเทศ และ 8 จังหวัดของไทย (เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ดังนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ได้จัดเสวนาเรื่อง “การจัดการทรัพยากรข้ามพรมแดน : แม่น้ำนานาชาติ” ขึ้น

เชียงรายช้ำระบบนิเวศพัง

น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ จากองค์การแม่น้ำนานาชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงถึง 11 แห่ง และกำลังจะก่อสร้างอีก 28 โครงการ เขื่อนที่ใกล้ประเทศไทยที่สุดคือ เขื่อนจิ่งหง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ห่างจาก อ.เชียงแสน ประมาณ 340 กิโลเมตร โดยเขื่อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมีหลายองค์กรจากหลายประเทศเข้าไปสร้าง เช่น ไชยะบุรี สปป.ลาว ที่ประเทศไทยมีบทบาทก่อสร้างปัจจุบันเขื่อนที่ใกล้ไทยกำลังมีโครงการก่อสร้างอีก 2-3 แห่ง เช่น เขื่อนกาหลันป้าและเม็งชอง ที่อยู่ใต้เขื่อนจิ่งหงลงมา และเขื่อนปากแบงที่อยู่ถัดจาก จ.เชียงราย ลงไปเล็กน้อย

ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแม่น้ำโขงนั้นชัดเจนตั้งแต่ปี 2539 เมื่อจีนก่อสร้างเขื่อนมานวาน (Manwan) เสร็จ พบว่า ไม่ได้มีการแจ้งข่าวสารให้ประชาชนใต้น้ำทราบ จนผ่านมาร่วม 20 ปี สิ่งที่ปรากฏชัดคือ ระดับน้ำขึ้นและลงไม่เป็นธรรมชาติ ระบบนิเวศถูกทำลาย เห็นได้จากงานวิจัยที่ จ.เชียงราย เมื่อปี 2548 พบว่า พันธุ์ปลาลดลงอย่างมาก จากเดิมชาวบ้านเคยจับปลาที่ปากแม่น้ำอิง อ.เชียงของ เฉลี่ยวันละ 3-4 กิโลกรัม/คน แต่ปัจจุบันมีปลาเหลือให้จับน้อยมาก นอกจากนี้ สาหร่ายไก่ ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืดที่เกิดขึ้นเองในแม่น้ำโขงเหลือน้อยลง ปกติชาวบ้านจะเก็บในเดือน ม.ค.-มี.ค.ของทุกปี สร้างรายได้ให้ครัวเรือนละ 100,000-150,000 บาท จากการขายส่าหร่ายไก่แห้ง 1,000-1,500 บาท/กก. ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนไม่ได้รับการชดเชย มาถึงปี 2553 เมื่อเขื่อนเซี่ยวหวาน (Xiaowan) ของจีนกักเก็บน้ำปรากฏว่า ระดับน้ำก็ไม่เป็นธรรมชาติและเกิดปรากฏการณ์แห้งแล้งหนักในปี 2556

ปลาในแม่น้ำโขง 70% เป็นปลาอพยพทางไกลตั้งแต่ทะเลสาปของกัมพูชามาถึงสามเหลี่ยมทองคำ เมื่อน้ำแห้งปลาอพยพไป-กลับไม่ได้ก็ตาย ดังนั้น โครงการก่อสร้างต่าง ๆ ในแม่น้ำโขงควรได้รับการทบทวน เพราะองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีอยู่ไม่ได้มีบทบาทในการดูแลสิ่งเหล่านี้อย่างเต็มที่

เดิมเข้าใจกันว่าน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลจากประเทศจีนมีเพียงแค่ 13-18% ของปริมาณน้ำที่ไหลสู่ประเทศไทยทั้งหมด แต่ปรากฏว่าในปัจจุบันมีข้อมูลของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ระบุว่า น้ำจากเขื่อนในประเทศจีนมีปริมาณมากถึง 95% ซึ่งน่าหวาดหวั่นมาก และพบว่า ปัจจุบันโครงการสร้างเขื่อนเก่า ๆ ที่เคยถูกตีตกไป เพราะมีข้อขัดข้องต่าง ๆ กำลังถูกนำมาปัดฝุ่นเพื่อสร้างใหม่ถัดจากเขื่อนไชยะบุรีใน สปป.ลาว ที่สร้างเสร็จเมื่อต้นปี 2562 โดยมีเอกชนไทยก่อสร้างและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ของไทยทำสัญญาซื้อกระแสไฟฟ้าเป็นเวลานาน 29 ปี

จี้นานาชาติทบทวนสร้างเขื่อน

ดร.ศศิพัชร์ เมฆรา จากสำนักวิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบัน MRC มีบทบาทสำคัญ แต่มีกรรมการมาจากรัฐบาล 4 ประเทศเท่านั้น คือ ไทย สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม แต่จีนไม่ได้เป็นกรรมการ ลักษณะของ MRC จึงเหมือนเสือกระดาษ

ดร.อภิสม อินทรลาวัณย์ จากสำนักวิชาการจัดการ มฟล.กล่าวว่า ปัจจุบันได้นำรายงานข้อมูลทางวิชาการจากภาคเอกชนของจีนมาวิเคราะห์ พบว่า เขื่อนทำให้เกิดการเก็บตะกอนดินไว้ถึง 50% ซึ่งตะกอนดินถือเป็นแร่ธาตุสำคัญ จึงทำให้การเกษตรท้ายน้ำได้ผลกระทบไปด้วย นอกจากนี้ เขื่อนทำให้ระดับน้ำในฤดูกาลต่าง ๆ มีความแตกต่างกันน้อยลง จึงเป็นโจทย์ให้ต้องวิเคราะห์ถึงผลดีและผลเสียของเขื่อน

“ที่ผ่านมา ผลการศึกษาการก่อสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงมักระบุว่า มีผลกระทบน้อย เพราะเพิ่งมีการเก็บข้อมูลต่าง ๆ เป็นครั้งแรก คำถามคือการสร้างเขื่อนนั้นดีจริงหรือไม่ เมื่อได้กระแสไฟฟ้าหรืออื่น ๆ แล้วต้องสูญเสียระบบนิเวศไป โดยเฉพาะทำให้ภาคการเกษตรเปลี่ยนไป เช่น ทะเลสาปกัมพูชาที่เป็นป่าชุ่มน้ำที่มีพันธุ์ปลามาก และติดอันดับ 2-3 ในโลกจากการเป็นแม่น้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพรองจากป่าอเมซอนที่มีพันธุ์ปลากว่า 1,000 ชนิดกำลังเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง

ขณะที่ประเทศต้นแบบอย่างสหรัฐอเมริกาที่เป็นต้นตำรับในการสร้างเขื่อนเองกลับมีกระแสการรื้อเขื่อนทิ้ง แล้วหันมาให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตประชาชนให้มีทางเลือกในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น หากมีการใช้แผงโซลาร์เซลล์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองสามารถนำรายจ่ายไปหักลบภาษีได้ เป็นต้น”

เร่งบริหารน้ำฝนก่อนไหลลงโขง

ด้าน นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เชียงราย เขต 1 พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า แม่น้ำโขงมีปริมาณน้ำ 700,000 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี และไทยมีปริมาณน้ำฝนประมาณ 1 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ที่ใช้เพื่อการเกษตร แต่กว่า 30% ของปริมาณดังกล่าวถูกปล่อยให้ไหลลงสู่ทะเล โดยมีพื้นที่นอกเขตชลประทานมากถึง 80% ของพื้นที่ทางการเกษตรทั้งหมด หรือแม้แต่ 20% ในเขตชลประทานยังพบปัญหาภัยแล้ง กรณี จ.เชียงราย ปล่อยน้ำไหลลงสู่แม่น้ำโขงถึง 18% จึงขอให้มีการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ

ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำแล้วมีบ่อแม่ก่อนกระจายไปยังพื้นที่ทางการเกษตรต่อไป จากนั้นจึงดูเรื่องความต้องการใช้น้ำและการระบายน้ำออกไปไม่ให้เสียเปล่า โดยดูตัวอย่างประเทศอิสราเอลที่มีน้ำน้อยกว่าไทยมาก แต่บริหารจัดการได้ดี ส่วนกรณีเรื่องที่เกี่ยวพันกับต่างประเทศนั้น ยังไม่เห็นองค์กรที่จะทำให้ประเทศต่าง ๆ มีส่วนร่วมกันอย่างแท้จริง จึงเป็นเรื่องท้าทายรัฐบาลไทยเป็นอย่างมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...