โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

6 สัญญาณเตือน ‘หลอดเลือดสมองตีบ’

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ก.ค. 2562 เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2562 เวลา 12.14 น. • The Bangkok Insight

6 สัญญาณเตือน “หลอดเลือดสมองตีบ” ชี้ส่งถึงมือแพทย์ช้าอาจเป็นอัมพาตตลอดชีวิต!!

ต้องขอยอมรับพฤติกรรมของคนกรุงเทพ ค่อนข้างเร่งรีบ เร่งไปเสียทุกอย่าง ตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมา ทำงานก็เร่งรีบ ทานอาหารไม่เหมาะสม ไขมันในเลือดก็สูง ดัชนีมวลกายรอบเอวก็เกินพิกัด (อ้วนนั่นเอง) เครียดก็เยอะ สังสรรค์ก็แยะ แถมยังขาดการออกกำลังกาย ดูเหมือนเป็นแนวโน้มที่ค่อนข้างเสี่ยงมาก ถึงมากที่สุด แจ๊คพอตเจอกับโรคนี้เข้าเต็มเปา สมัยก่อน เราท่านอาจจะฟังผ่าน ๆ คิดว่าน่าจะเป็นโรคที่ไกลตัว แต่ปัจจุบันนี่สิ เป็นกันเพียบ

องค์การอัมพาตโลก (World Stroke Organization : WSO) รายงานล่าสุดเมื่อปี 2561 ว่าโรคหลอดเลือดสมอง เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต และทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 80 ล้านคน และพิการจากโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 50 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 62.5 และแน่นอน สำหรับประเทศไทยเรานั้น จากรายสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง ต่อประชากรแสนคนปี 2555 – 2559 เท่ากับ 31.7, 35.9, 38.7, 43.3 และ 48.7 เพิ่มขึ้นทุกปี และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นทุกปี และพบว่า โรคหลอดเลือดสมอง เป็นสาเหตุการเสียชีวิต อันดับ 1 ของประชากร ทั้งในเพศชาย และเพศหญิง อีกทั้งยังเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกกลุ่มวัยอีกด้วย

จากสถานการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า โรคหลอดเลือดสมอง เป็นภัยเงียบคุกคามทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ เพราะโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน (Stroke) ส่วนใหญ่มักมีอาการเฉียบพลัน ไม่ทันตั้่งตัว หากถึงมือแพทย์ช้า อาจเป็นอัมพาตตลอดชีวิตได้ ทีนี้ เรามาดูกันว่า “6 สัญญาณเตือน หลอดเลือดสมองตีบ” มีอะไรบ้าง

ความเครียด ข้อนี้ เป็นอันดับหนึ่งของทุกโรคจริง ๆ ค่ะ ปกติแล้วร่างกายเราจะทำงานอย่างสมดุล แต่เมื่อความสมดุลนั้นผิดปกติไปจากเดิม จะมีอาการเครียดเกิดขึ้นแทนที่ และเมื่อร่างกายเสียเลือดภายในสมอง สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ เราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เราควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของเส้นโลหิตในสมองแตกได้

ตาพร่า ปัญหาของตาพร่า ตาข้างหนึ่งมองไม่เห็น ไม่ชัด เมื่อสมองได้รับการกระทบกระทือนจากการป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตก จะทำให้เกิดปัญหาการมองไม่เห็นในสายตาข้างใดข้างหนึ่ง เพราะตาทั้งสองข้างจำเป็นต้องมีศูนย์กลางในที่แห่งเดียวกัน และเพราะเส้นเลือดโลหิตแตกในสมอง จะเป็นสาเหตุให้มองเห็นภาพซ้อน หากสายตามีความผิดปกติ มองไม่เห็นข้างใด ข้างหนึ่ง อาจจะเป็นสัญญาณของโรคโลหิตในสมองแตกที่ต้องได้รับการช่วยเหลือทันที

แขนขา อ่อนแรง อาการจะเป็นเช่นเดียวกับการมองเห็นเพียงแค่สายตาข้างใดข้างหนึ่ง Stroke จะทำให้การทำงานของสมองผิดปกติที่เกิดอาการแขน ขาด้านใดด้านหนึ่งชา และสังเกตจะไม่หายในหนึ่ง หรือ สองนาที นั่นแสดงให้เห็นชัดว่าเส้นเลือดในสมองอาจผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์

พูดติดขัด เมื่อสมองด้านใดด้านหนึ่งได้รบการกระทบกระเทือนจากเส้นเลือดในสมองแตก ย่อมส่งผลต่อการทำงานอย่างสมดุลของการพูด สังเกตุได้จาก ปากด้านใดด้านหนึ่งมีเบี้ยว มีน้ำลายไหลออกมา มีปัญหาเรื่องการพูดจา นั่นเป็นสัญญาณว่าสมองไม่สามารถจะตอบสนองต่อการพูดและเส้นประสาทในการรับผิดชอบการพูดได้ เนื่องจากสมองขาดเลือด ควรรีบนำส่งแพทย์

คิดสับสน สับสนด้านความคิด โรคเส้นเลือดในโลหิตสมองนี้เป็นส่วนหนึ่งของสมองที่ขาดออกซิเจน จะมีปัญหาในการที่จะอธิบายความรู้สึกตัวเองให้คนอื่นเข้าใจได้ นั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าเราอาจจะมีเส้นเลือดในสมองแตกอยู่

ปวดศีรษะรุนแรงมาก ระหว่างที่เส้นเลือดในสมองแตก หรือมีการอุดตันของการทำงานของเส้นเลือดสนสมองบางส่วน จะทำให้มีความรู้สึกปวดศีรษะ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

แล้วมีวิธีป้องกันบ้างไหม?

  • เลือกทานอาหารที่เหมาะสม โดยเน้นทานผัก ผักต้มสุก และอาหารนึ่ง ต่าง ๆ
  • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ
  • ในกรณีที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันสูง โรคเบาหวาน ควรทานยาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และพบแพทย์ตามที่นัดไว้
  • เน้นการออกกำลังกาย 3 วันต่อหนึ่งอาทิตย์
  • ตรวจสุขภาพประจำปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

(credit : กรมควบคุมโรค)
www.kinn.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...