"ช้าง โคลด์บรูว์" บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก-รีไซเคิล 100%
คอลัมน์ CSR Talk
ไม่นานที่ผ่านมาเครื่องดื่มตราช้างออกบรรจุภัณฑ์ใหม่ล่าสุด คือ “ช้าง โคลด์บรูว์” (Recyclable Pack) ที่ตอบโจทย์เรื่องการนำกลับมาใช้ซ้ำด้วยรูปลักษณ์สวยงาม วัสดุพรีเมี่ยมทนทาน เพิ่มความสะดวกสบายให้กับกลุ่มลูกค้า เพราะวัสดุสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ถึง 100% ทั้งนั้น เพื่อชูแนวคิดเรื่องความยั่งยืนขององค์กร
ทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้เกิดพฤติกรรมการใช้ซ้ำและทิ้งให้ถูกที่ อันเป็นหัวใจของการลดขยะเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น โดยตั้งใจนำร่องเป็นก้าวแรกในฐานะภาคธุรกิจในการร่วมรับผิดชอบต่อสังคมด้วยบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่จะทำให้การรีไซเคิลเป็นเรื่องใกล้ตัว
“ณรัชฏ์ วัชรเพชร์” ผู้จัดการผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตราช้าง กล่าวว่า เพราะเครื่องดื่มตราช้างเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเครื่องดื่ม (beverage industry) โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ที่สำคัญเรายึดหลักแนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางของ “ไทยเบฟ” ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน ก็พร้อมดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมผ่านแนวทางหลัก ดังนี้
หนึ่ง การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ในการลดปริมาณของเสียที่ต้องกำจัด และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไทยเบฟและบริษัทในเครือจึงใช้หลักการ 3Rs ได้แก่ reduce การลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ ขวด PET กระป๋องอะลูมิเนียม เพื่อช่วยลดภาวการณ์เกิดโลกร้อน หรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ที่ใช้กระบวนการย่อยตามเกณฑ์ที่กำหนด
“reuse การนำกลับมาใช้ซ้ำ โดยนำบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคกลับมาใช้ซ้ำในกระบวนการผลิต เช่น ขวดแก้ว โดยปีนี้ตั้งเป้า 80% ของยอดขายทั้งหมดที่จะนำกลับมาใช้ให้ได้มากที่สุด และ recycle การนำบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคกลับมาใช้ใหม่ด้วยการนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต อาทิ ขวดแก้ว นำมาบดแล้วนำกลับมาใช้ใหม่, ขวดพลาสติกใส (ขวด PET) นำมาแปรรูปเป็นเม็ดโพลิเอสเตอร์ผลิตเป็นเส้นใยถักทอเป็นผืนผ้า”
สอง ให้ความสำคัญในการคัดแยกขยะด้วยการนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ โดยเริ่มต้นจากภายในองค์กรของไทยเบฟ และบริษัทในเครือ เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมคัดแยกขยะในสำนักงาน นอกจากนี้ ยังจัดตั้งโครงการคัดแยกขวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ยกตัวอย่างโครงการ Can 2 Can : การเก็บกระป๋องเครื่องดื่มอะลูมิเนียมจากผู้บริโภคกลับมาคัดแยกแล้วนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิล
“ซึ่งในปี 2563 สามารถเก็บกระป๋องอะลูมิเนียมกลับมาได้ทั้งสิ้น 1,256 ตัน (89 ล้านใบ) หรือ 21% ของปริมาณทั้งหมดที่บริษัทจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงการนำขวดแก้วกลับมาหมุนเวียนเพื่อใช้ซ้ำและรีไซเคิลถึง 82%”
สำหรับล่าสุด “ช้าง โคลด์บรูว์” หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ขายดีและมีภาพลักษณ์พรีเมี่ยมโดนใจกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่มีการออกบรรจุภัณฑ์ใหม่ “ช้าง โคลด์บรูว์” (Recyclable Pack) ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของรูปลักษณ์ที่พรีเมี่ยม ทันสมัย และช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าด้วย
และครั้งนี้ยังมาพร้อมคอนเซ็ปต์เรื่องความยั่งยืน คือ บรรจุภัณฑ์สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% โดยต้องการให้กลุ่มลูกค้าใส่ใจและให้ความสำคัญกับการนำกลับมา “ใช้ซ้ำ” และ “การทิ้งให้ถูกที่” อันเป็นหัวใจของการลดขยะอย่างยั่งยืน
โดยทุกบรรจุภัณฑ์มีการวางคิวอาร์โค้ด (QR code) ที่ช้างร่วมมือกับพันธมิตร ได้แก่ วน และพรีเชียสพลาสติก (Precious Plastic) พัฒนาจนเกิดเป็นเว็บไซต์ Bring Back Recycle (http://www.bringbackrecycle.com) เพื่อระบุพิกัดจุดคืนบรรจุภัณฑ์ (drop off) เพื่อให้ลูกค้าทุกคนสามารถนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วมาทิ้งอย่างถูกที่ ทั้งนั้น เพื่อนำไปสู่การนำมารีไซเคิลได้อย่างถูกวิธี นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) อีกด้วย
“ณรัชฏ์” กล่าวต่อว่า เรามองว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะจุดประสงค์ต่อไปเราต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ และคัดแยกขยะของกลุ่มลูกค้า (end consumer) ซึ่งหลังจากที่เริ่มโครงการนี้ช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับกระแสดีมากจากกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบในรูปลักษณ์ใหม่ของบรรจุภัณฑ์ที่ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น แถมมีความพิเศษคือสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% ซึ่งโดนใจกลุ่มคนรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก
“โดยส่วนตัวเชื่อว่าโครงการนี้จะสามารถดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืนจนเห็นผลมากขึ้น เพียงแต่ผลลัพธ์ดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ธุรกิจขนาดใหญ่ ไปจนถึงธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SMEs ทั่วประเทศ เพราะแนวคิดเรื่องความยั่งยืนไม่ควรเป็นเพียงแค่เทรนด์ในสังคม หรืออยู่ในความรับผิดชอบของคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่ควรเป็นหนึ่งในเป้าหมายของทุก ๆ องค์กร ซึ่งเหมือนเป็นอีกหนึ่ง new normal ที่ทุกคนควรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทำอย่างยั่งยืนครับ”
“ปัจจุบันช้าง โคลด์บรูว์ (Recyclable Pack) มีวางจำหน่ายแล้วในร้านสะดวกซื้อ (7-11) ทั่วประเทศจำนวน 100,000 ชิ้น โดยลูกค้าสามารถนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วมาส่งคืนที่จุดส่งคืนผลิตภัณฑ์ (drop off) ในพิกัดที่มีมากถึง 439 จุด โดยบรรจุภัณฑ์ที่ถูกส่งคืนอย่างถูกที่ ถูกวิธีนี้จะถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนจัดการอย่างเหมาะสมเพื่อนำไปรีไซเคิลและผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์อีกครั้ง หรือเพิ่มมูลค่าด้วยการผลิตเป็นสินค้าชนิดอื่น ซึ่งเป็นการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดผลกระทบของบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอีกด้วย”
นับว่าน่าสนใจทีเดียว