โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วาทะแจ็ค หม่า พูดยังไงให้ได้ใจคนไทย

Positioningmag

อัพเดต 20 เม.ย. 2561 เวลา 05.27 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2561 เวลา 04.47 น.

ผ่านไปสดๆ ร้อนๆ สำหรับแจ็ค หม่า (Jack Ma) หรือ หม่า หยุน ผู้ก่อตั้งอาลีบาบากรุ๊ป  เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ จากประเทศจีน เดินทางไปไทย เพื่อเซ็น MOU กับรัฐบาลไทย ในบิ๊กโปรเจกต์ อย่างSmart Digital Hub ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) รวมไปถึงการสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยให้ค้าขายผ่านอีคอมเมิร์ซและเปิดโรงเรียนอาลีบาบาเพื่อสร้างคนป้อนงาน

ลองมาฟังวาทะแจ็คหม่าที่พูดไว้ในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างหน่วยงานภาครัฐต่างๆของไทยกับบริษัทในเครืออาลีบาบากรุ๊ปเพื่อส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ที่มีขึ้นเมื่อวาน(19 มีนาคม2561) ซึ่งนอกจากสาระสำคัญของโครงการที่พูดถึงกันใน4-5 ประเด็นหลักแล้ว แจ็คหม่ายังไม่ลืมที่จะพูดถึงทุกจุดเด่นของประเทศไทยในเวลาสั้น ๆนี้ด้วย

ฟังแล้วจะรู้ว่าทำการใหญ่คำพูดสำคัญเพราะสิ่งที่แจ็คหม่าพูดในบนเวทีในครั้งนี้ไม่ต่างจากสิ่งที่เขาเคยพูดไว้เมื่อครั้งมาปาฐกถาในหัวข้อTalk by Mr. Jack Ma on “Global Trade Revolution : Building a New e-Trade Platform for SMEs” เมื่อวันที่11 ตุลาคม2558 ที่กระทรวงการต่างประเทศก่อนที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีไทยจะไปเยือนอาลีบาบาถึงเมืองหังโจวหลังจากนั้นและเริ่มพูดคุยกันก่อนที่จะเกิดการลงนามในความร่วมมือครั้งนี้

ความร่วมมือที่แจ็คหม่าบอกว่าทีมงานอาลีบาบาให้ความสำคัญมากกับโครงการนี้และมีทีมทำงานอย่างจริงจนเห็นเป็นรูปธรรมในเวลาอันรวดเร็วอีกทั้งอาลีบาบายังได้ดำเนินงานในแนวทางการสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยให้เข้าสู่โลกการค้าออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซด้วยการอบรมผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซผ่านลาซาด้าซึ่งเป็นธุรกิจหลักของอาลีบาบาในไทยแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

นอกจากแจ็คหม่าพูดย้ำเรื่องเดิมแต่ละประเด็นยังสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจคนไทยและประเทศไทยรวมทั้งพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลไทยจากการศึกษาข้อมูลและทำการบ้านมาแล้วอย่างดี

มาฟังกันดูว่าแจ็คหม่าพูดอะไรที่ให้ผลต่อจิตใจคนไทยบ้างนอกเนื่องจากพูดเรื่องความสำคัญของโครงการที่จะมาลงทุนเขาพูดถึงอะไรบ้างในช่วงเวลาสั้นๆบนเวที

เขามีความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะเกิดขึ้นจริงตั้งแต่ปีที่แล้วที่เขาได้พูดคุยกับรองนายกรัฐมนตรี(สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ตอนไปเยือนหังโจวเพื่อเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของอาลีบาบา  แล้วได้พูดคุยถึงความต้องการที่รัฐบาลไทยต้องการความช่วยเหลือในการเพิ่มทักษะและยกระดับเกษตรกร และเอสเอ็มอี

จากการพูดคุยทำให้เขาเห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลและคนไทย ที่ให้ความสำคัญต่อเกษตรกรอย่างมาก รวมทั้งขอบคุณทุกคนที่ให้ความไว้วางใจอาลีบาบา จนทำให้เกิดความร่วมมือครั้งนี้ขึ้น

นอกจากมีโอกาสได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอนไปประชุมจี20 ที่หังโจว และมีโอกาสได้พบปะเพื่อพารองนายกสมคิดเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่อาลีบาบาเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้เขามีความรู้สึกคุ้นเคยกับประเทศไทยทุกครั้งที่มีโอกาสมาเยือนถึงขั้นทำให้ไม่รู้สึกว่าการมาเมืองไทยแต่ละครั้งเป็นการมาทำงาน(แม้จะเป็นข่าวใหญ่ที่สื่อมวลชนและนักธุรกิจจับตาความเคลื่อนไหว)

โดยกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ถือว่าเขามีโอกาสมาเยือนบ่อย อีกทั้งยังเป็นประเทศที่คนจีนที่เดินออกนอกประเทศครั้งแรกเลือกเดินทางไปเยือน

สิ่งที่ประทับใจเวลามาเยือนประเทศไทย คือ รอยยิ้มของคนไทย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในโลกของไทย ถึงกับคิดว่า อยากจะทำให้เอกลักษณ์นี้กลับไปใช้ให้เกิดเป็น“Alibaba Smile” ได้บ้าง(สอดคล้องกับการทำธุรกิจของอาลีบาบา ที่แจ็ค หม่า เคยกล่าวว่า เน้นเรื่องบริการมากกว่าการขายซึ่งจะเป็นผลพลอยได้ที่ดีจากบริการที่ดีนั่นเอง)

เขาบอกว่า ชื่นชอบที่ประเทศไทยมีทิวทัศน์ แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม และมีวัฒนธรรมที่ดี ซึ่งน้อยมากที่จะเห็นว่ามีประเทศไหนในโลกที่มีสิ่งดี ๆ แบบนี้รวมกันเหมือนดังสวรรค์

โดยส่วนตัวเขาบอกว่า ชอบผลไม้และหลาย ๆ อย่างในไทย และหวังที่จะเข้ามาช่วยเกษตรกรไทยในการส่งออกสินค้าไปสู่ตลาดจีนและโลก

สิ่งที่เขาชื่นชอบไม่ต่างจากสิ่งที่คนจีนชื่นชอบ คือเรื่อง ผู้คน ความสวยงามของสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงผลไม้หลากหลายของไทยโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ซึ่งล้วนเป็นจุดเด่นของเมืองไทย ที่จะสามารถขยายส่งไปยังตลาดจีนได้เพิ่มขึ้นภายใต้โครงการต่าง ๆ ที่อาลีบาบาเข้ามาดำเนินงานในไทย

เขาขอบคุณรัฐบาลไทยที่ทำให้โครงการนี้เป็นไปได้จริง จากความเห็นพ้องกันของทั้งสองฝ่าย โดยเขาใช้เวลาเพียง8 เดือนกว่าก่อนจะสรุปโครงการที่เกิดขึ้นในวันนี้นับจากที่มีโอกาสมาเยือนไทยเมื่อปีที่แล้ว

ทีมงานของอาลีบาบาทำงานอย่างขันแข็ง จากการที่เขาบอกกับทีมว่า รัฐบาลไทยมีความจริงใจ และบอกว่าอาลีบาบาเองก็มีความจริงใจและตั้งใจที่จะทำเพื่อประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่ให้ความสำคัญแค่เรื่องของสินค้าเท่านั้น แต่จะเน้นพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี รวมถึงคนรุ่นใหม่ ในการเพิ่มทักษะด้านการค้าดิจิทัลเพื่อความสำเร็จในอนาคต

โดยเขาเชื่อว่า การทำให้คนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จก็คือความสำเร็จของประเทศ ที่จะทำให้เดินไปข้างหน้าได้อีกไกล เพราะฉะนั้น เป้าหมายสำคัญคือเพื่อคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่โปรดักส์ไทยที่จะออกไปสู่ตลาดโลกเท่านั้น

เมื่อคนกลุ่มนี้เติบโต สิ่งที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงจากอินเทอร์เน็ต ก็คือ ที่ผ่านมาจากการค้าขายแบบB2C ในอนาคตจะเปลี่ยนเป็นC2B ที่เกษตรกรและเอสเอ็มอีสามารถค้าขายโดยตรงสู่ตลาดหรือค้าขายกับบริษัทใหญ่ได้ด้วยตัวเอง

ที่สำคัญ เงินซื้ออาลีบาบาไม่ได้ สิ่งที่อาลีบาบามองหา คือประเทศที่เปิดกว้าง เชื่อในเทคโนโลยีและอนาคต เชื่อในการค้าเสรี และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาเชื่อว่านโยบายไทยแลนด์4.0 ของรัฐบาลไทยจะเป็นส่วนสนับสนับความสำเร็จที่ดีให้กับโครงการ

วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะไม่ทำให้คนไทยผิดหวังและภูมิใจที่จะร่วมมือเราเลือกไทยเพราะเคมีตรงกันไทยต่างจากประเทศอื่นและมาเลเซียที่มีทั้งทรัพยากรการเกษตรการท่องเที่ยวและนโยบายจากรัฐที่ส่งเสริมขณะที่มาเลเซียเองก็ต่างจากไทยที่เป็นจุดนำร่องในเรื่องของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไปก่อนแล้ว

สำหรับความกังวลเรื่องที่มีคนบางส่วนกลัวกันว่าอาลีบาบาจะเข้ามาผูกขาดธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยจากความร่วมมือครั้งนี้ แจ็คหม่า บอกว่า ขอให้ลืมไปได้เลยเพราะไม่ต้องการทำธุรกิจเพื่อแสวงหากำไรแต่เน้นการสร้างความสามารถให้ธุรกิจและคนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จซึ่งก็ใช้นโยบายเช่นนี้ร่วมกับรัฐบาลจีนมาแล้ว

พร้อมกับยืนยันว่าไม่ชอบสงครามทางการค้าเพราะเชื่อในการค้าเสรีและจะสามารถเจรจาได้และการค้าจะทำให้แก้ไขปัญหาการเมืองได้การทำธุรกิจนั้นตลอด19 ปี มีคนกังขาแต่ไม่ได้สนใจ เชื่อและคิดว่าโลกในอนาคตจะก้าวสู่อิเล็กทรอนิกส์ เวิลด์เทรด แพลตฟอร์ม(eWTP) ดังนั้น การทำธุรกิจต้องWin-Win-Win คือ ลูกค้า ผู้ผลิตสินค้าเครือข่าย และตัวเองต้องเกิดประโยชน์ร่วมกัน

เพราะท้ายที่สุดภายใต้ความยิ่งใหญ่ของอาลีบาบาการจะเติบโตไปได้อย่างมั่นคงยั่งยืนต้องประกอบด้วยธุรกิจรายย่อยที่สานถักทอกันจนเป็นโครงสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...