ทำความรู้จักกับประเทศต่างๆ รอบโลกผ่านหน้าหนังสือ | Gogetlost
Let’s Explore Countries & Cultures Book Series
ทำความรู้จักกับประเทศต่างๆ รอบโลกผ่านหน้ากระดาษ
นอกเหนือจากจุดมุ่งหมายและปัจจัยความพร้อมของตัวเองแล้ว การเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศอื่นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรคำนึงเช่นกันหากตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อไปอยู่ร่วมสังคมของประเทศอื่น
ชวนมาเดินทางสำรวจประเทศอื่นๆ ผ่านหนังสือ เพื่อทำความรู้จักประเทศนั้นๆ ให้ดีขึ้นกัน นอกจากจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับแต่ละประเทศมากขึ้นแล้ว ยังได้ใช้เวลาคิด ตั้งคำถาม และทบทวนกับตัวเองด้วยว่าเราเหมาะกับประเทศนั้นๆ มั้ย
ตามมาอ่านกันเลย : )
Phenomenal Learning from Finland นวัตกรรมเรียนรู้แห่งอนาคตแบบฟินแลนด์ - Finland
ผู้เขียน: Kirsti Lonka
ฟินแลนด์ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่การศึกษาดีที่สุดมาตั้งแต่ทศวรรษ 2000 แวดวงการศึกษาทั่วโลกหันมาจับตาฟินแลนด์กันเป็นอย่างมากจากผลงานแชมป์คะแนนสอบ PISA ต่อเนื่องหลายปี
คำโปรยจากสำนักพิมพ์เขียนไว้อย่างน่าสนใจว่า ผู้เขียนจะพาเราไปรู้จักหลักสูตรการศึกษาใหม่ล่าสุดจากฟินแลนด์ ที่จะสร้าง “สมรรถนะแห่งศตวรรษที่ 21” ด้วยการสอนแนวใหม่อย่าง “การเรียนรู้ผ่านปรากฏการณ์” (Phenomenal-based Learning) ที่จะบูรณาการระหว่างการเรียนในห้องและจากประสบการณ์จริง เพื่อให้เด็กๆ โตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ ฉลาดรู้ พร้อมรับกับยุคโลกาภิวัตน์
.
คนที่เป็นครู นักเรียน นักศึกษา พ่อแม่ หรือใครที่สนใจระบบการศึกษาน่าจะเหมาะมาก อ่านแล้วจะได้จุดประกายความคิดและตั้งคำถาม รวมถึงมีไอเดียดีๆ เกี่ยวกับการศึกษาได้แน่นอน
The Little Book of Hygge: The Danish Way to Live Well
ฮุกกะ: ปรัชญาความสุขฉบับเดนมาร์ก - Denmark
ผู้เขียน: Meik Wiking
ทำไมยูเอ็น (UN) และโออีซีดี (OECD) ถึงยกย่องให้ประเทศเดนมาร์กเป็นมหาอำนาจแห่งความสุข อันดับหนึ่งของโลก แม้จะเป็นประเทศที่อากาศหนาวเย็นและฝนตกชุกตลอดปี แต่ผู้คนกลับอยู่ในประเทศนี้ได้อย่างมีความสุข คำตอบคือพวกเขาใช้ "ฮุกกะ" ปรัชญาและวิถีความสุขของชาวเดนิชที่กลายเป็นกระแสนิยมไปทั่วโลกนั่นเอง
หนังสือเล่มนี้จะพาไปดูการใช้ฮุกกะของชาวเดนมาร์กว่ามีหลักการแบบไหน และสามารถนำไปปรับใช้กับอาหาร การตกแต่งบ้าน การคบเพื่อนได้ยังไง รวมถึงการใช้ชีวิตให้มีความสุขโดยการมองหาความสุขรอบตัว
ใครสนใจแนวคิดแบบชาวสแกนดิเนเวีย อยากเปิดโลกปรัชญาแบบอื่นๆ เพื่อเข้าใจการใช้ชีวิตประจำวันแบบชาวเดนมาร์ก ไม่ควรพลาดเล่มนี้เลยนะ
Cool Japan "ความเจ๋ง" มวลรวมประชาชาติ - Japan
ผู้เขียน: Little Thoughts
ถ้าทุกคนเป็นแฟนคลับญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน อนิเมะ อาหาร วัฒนธรรมต่างๆ เราไม่อยากให้พลาดหนังสือ Cool Japan แม้หนังสือจะออกมานานแล้ว แต่ก็เป็นหนังสือที่อธิบายแนวคิดแบบญี่ปุ่นให้อ่านสนุกและเข้าใจง่ายมากๆ
Cool Japan พูดถึงความความเจ๋งและพยายามในการฟื้นคืนความแข็งแกร่งของชาติญี่ปุ่นหลังจากปิดประเทศไปอย่างยาวนาน ผู้เขียนจะเริ่มปูพื้นฐานเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นก่อน แล้วในตอนกลางเล่มจะพาไปรู้จักกับความเจ๋งที่ชาวญี่ปุ่นเขาคิดขึ้นมา อย่าง Hello Kitty, AKB48, UNIQLO, Ghibli ส่วนในตอนท้ายๆ ของเล่มจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ๆ ทางเทคโนโลยี สังคม และวัฒนธรรม
ถ้ายังอ่านไม่จุใจมี Cool Japan Vol.2 ด้วยน้า แต่เล่มนี้จะนามธรรมกว่าเล่มแรกหน่อย เพราะพูดถึงเรื่องความงาม 3 ประเภทของญี่ปุ่น ที่มีทั้งความงามแบบเลิศหรูของเกียวโต ความงามแบบมินิมัลสมบูรณ์แบบทันสมัยของโตเกียว และความงามแบบธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์แบบ
ถ้าอ่านสองเล่มคู่กันน่าจะช่วยให้เข้าใจความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้นไปอีก ทั้งในภาพรวมและวิธีคิดกันเลย
The Birth of Korean Cool กำเนิดกระแสเกาหลี - Korea
ผู้เขียน: Euny Hong
ในฐานะคนที่พอรู้ประวัติศาสตร์เกาหลี บวกกับชอบเสพสื่อเกาหลีอย่างอาหารการกินและเป็นติ่ง K-POP รุ่นบุกเบิกมาบ้าง คิดว่าเราก็เข้าใจความเป็นเกาหลีแหละว่าเขาทำยังไงถึงเผยแพร่วัฒนธรรมออกไปทั่วโลกได้ขนาดนี้ แต่พออ่านเล่มนี้แล้วก็ต้องบอกว่าเซอร์ไพรส์แทบจะทุกบรรทัด ไม่แปลกใจเลยทำไมเกาหลีเขาถึงมีทุกวันนี้ได้
แม้จะดูเป็นหนังสือที่เนื้อหาอัดแน่น แต่ขอบอกเลยว่าคนเขียนแบ่งแต่ละตอนได้ดีและเขียนสนุกมาก ถ้าใครชอบกังนัมสไตล์ เพลงรักในสายลมหนาว ซีรีส์ที่โด่งดังไปทั่วเอเชีย และหนังเรื่อง “Oldboy” ที่สร้างปรากฏการณ์ที่เมืองคานส์แล้วล่ะก็แนะนำให้อ่านหนังสือเล่มนี้เลย
ส่วนตัวเราชอบที่คนเขียนพูดถึง ‘ฮาน’ สูตรลับความสำเร็จของชาติเกาหลีที่มาจากเมื่อก่อนเกาหลีเคยยากจนมาก เคยตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่นและเป็นรองประเทศอื่นในทุกด้าน ทำให้เกิดเป็นความอับอายในจิตใจ จนพยายามพัฒนา Soft Power ของตัวเอง ผันตัวเป็นผู้ส่งออกวัฒนธรรมรายใหญ่ของโลก เรียกว่า ประเทศอื่นเขามีฮุกกะ อิคิไก เกาหลีก็มี "ฮาน" นี่แหละที่เป็นหัวใจสำคัญ
อะไรทำให้เกาหลีมาไกลถึงขนาดนี้ หาคำตอบได้ในหนังสือเล่มนี้เลย
China 5.0: สีจิ้นผิง เศรษฐกิจยุคใหม่ และแผนการใหญ่ AI - China
ผู้เขียน: อาร์ม ตั้งนิรันดร
ปัจจุบันจีนคือประเทศมหาอำนาจควบคู่มากับอเมริกา ซึ่งทุกวันนี้เราเกี่ยวข้องกับจีนเป็นอย่างมาก ทั้งการท่องเที่ยว การค้าขาย การส่งออก และเศรษฐกิจ ตามคำพูดที่หนังสือกล่าวไว้เลยว่า “ถ้าเราเรียนรู้เรื่องจีนมาก เข้าใจจีนมากๆ ก็คือเรารู้เท่าทันจีน จีนจะเป็นโอกาสของเรา แต่ถ้าเราไม่รู้จักจีนเลย ไม่เข้าใจจีนเลย จีนจะเป็นภัยคุกคามของเรา”
หนังสือเล่มนี้พูดถึงจีนเกี่ยวกับวิธีคิดในการขับเคลื่อนประเทศแบบจีน และจะพาไปดูความก้าวหน้าของจีนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี AI ที่ตั้งเป้าการเป็นผู้นำไว้ที่ปี 2030
ถึงแม้ตัวหนังสือจะตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 2018 แล้ว แต่ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีนี้เป็นช่วงที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งในแง่เทคโนโลยีและวิถีชีวิตแบบใหม่ที่เกิดจากโรคระบาด เราว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้รีวิวความเปลี่ยนแปลง เปรียบเทียบกับในปัจจุบันนี้ ว่าจีนยังมีแนวคิดแบบเดิมอยู่หรือไม่ และเขาไปถึงไหนแล้ว
ใครยังไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับจีนให้มากขึ้น ชวนอ่านหนังสือเล่มนี้ที่จะพาไปเปิดหูเปิดตาให้เราได้ทำความรู้จักยุทธศาสตร์ 5.0 ของจีนว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงจีนและโลกได้อย่างไร
Dutchland ดัตช์แลนด์ แดนมหัศจรรย์ - Netherlands
ผู้เขียน: Little Thoughts
หนังสือเล่มนี้มีคำโปรยชวนอ่านที่ว่า “ดัตช์คือทุกอย่างที่ตรงข้ามกับญี่ปุ่น หากญี่ปุ่นมีระเบียบแบบแผนในการทำทุกอย่าง ดัตช์ก็ไม่เป็นทางการที่สุด หากญี่ปุ่นคือความอ้อมค้อม ดัตช์ก็เรียกได้ว่าตรงขึ้นชื่อ หากญี่ปุ่นเป็นชนชาติทำงานหนัก ดัตช์ก็เป็นชนชาติทำงานน้อย เริ่มสาย เลิกเร็ว”
จากที่เคยรู้จัก Netherlands แค่ผิวเผินว่าเป็นเมืองแห่งกังหันลม เมืองจักรยาน ดอกทิวลิปและแวนโก๊ะ แต่พออ่านเล่มนี้ทำให้เข้าใจถึงประวัติศาสตร์ ทำให้รู้ว่าทำไมชาวดัตซ์ถึงขึ้นชื่อเรื่องประเทศแห่งเสรีภาพ การค้า การออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์
นอกจากสำรวจประเทศในภาพรวมแล้ว ยังสอดแทรกเรื่องนิสัยใจคอ ความรู้สึกนึกคิดเข้าไปด้วย ช่วยให้เห็นภาพกว้างๆ ของประเทศนี้ได้ดีเลยนะ ส่วนตัวเราว่าจะอารมณ์เหมือนตอนอ่าน Cool Japan เลย เพราะเป็นการหยิบเอากรณีศึกษาต่างๆ มาแบ่งเป็นตอนให้อ่านง่าย
ถ้าใครสนใจเรื่องชาวดัตช์ เราขอแนะนำเล่มนี้เลย
London Book Sanctuary - United Kingdom
ผู้เขียน: ฟาน.ปีติ
ถ้าใครเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ชอบกลิ่นกระดาษใหม่ๆ และมีร้านหนังสือเป็นเซฟโซนเวลาเดินห้างอยู่แล้ว จะทำให้การอ่าน London Book Sanctuary บวกกับภาพประกอบแสนน่ารักกินใจมากขึ้นไปอีก
หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของฟาน.ปีติ ที่ได้ไปสัมภาษณ์เจ้าของร้านหนังสือทั่วกรุงลอนดอนทั้งหมด 15 แห่ง ซึ่งแต่ละร้านจะมีสไตล์และเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เช่น ร้านหนังสือสีรุ้งที่ยืนหยัดเพื่อความหลากหลายทางเพศ ร้านหนังสือตำราเวทมนตร์ ที่แน่นอนว่าเจ้าของร้านเป็นแม่มด หรือร้านหนังสือ Cook Book ที่เปิดร้านอาหารอยู่ด้านในและทดลองทำเมนูจากตำราที่ตัวเองขาย เจ้าของร้านแต่ละคนเขาอินเรื่องหนังสือกันมากๆ มีแนวคิด ไอเดียเก๋ๆ มากมาย พออ่านแล้วก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอังกฤษถึงขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งหนังสือ และผู้คนรักการอ่านติดอันดับโลก
หนังสือเล่มนี้อาจจะไม่ได้พูดถึงวัฒนธรรมโดยรวมเกี่ยวกับประเทศอังกฤษมากนัก เน้นเกี่ยวกับกิจการร้านหนังสือในอังกฤษเสียมากกว่า นอกจากเนื้อหาอ่านง่าย ดูภาพสวยๆ และได้แรงบันดาลใจแล้ว ก็อยากจะให้ค่อยๆ ซึบซับกลิ่นอายความเป็นอังกฤษผ่านเรื่องราวของร้านหนังสือในลอนดอนเหล่านี้ดูนะ
ท้ายบทจะมีแนะนำหนังสือที่น่าสนใจที่ขายในแต่ละร้านด้วย เรียกว่าทั้งได้รู้เกี่ยวกับแนวคิดร้านหนังสือแล้วยังโดนป้ายยาหนังสือต่ออีก น่ารักมากกกกก (ก ล้านตัว)
American History: A Very Short Introduction ประวัติศาสตร์อเมริกา: ความรู้ฉบับพกพา - United States
ผู้เขียน: Paul S. Boyer
ประวัติศาสตร์อเมริกา ฉบับพกพาเล่มนี้จะพาทุกคนไปสำรวจอเมริกา ตั้งแต่ยุคชนพื้นเมือง
ยุคอาณานิคม การสร้างประเทศใหม่ การเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมือง สงครามโลก สงครามเย็น การสร้างดินแดน ทุนนิยม ระบบการเมือง และเศรษฐกิจ รวมไปถึงการหาคำตอบว่าทำไมดินแดนแห่งเสรีภาพและการชูแนวคิดว่าทุกคนเท่ากันถึงเคยมีระบบทาส และการเหยียดผิวที่ยังคงเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกอยู่ในปัจจุบัน
ใครอยากเก็ทความเป็นอเมริกาเร็วๆ เข้าใจง่าย ไม่ควรพลาดเล่มนี้ด้วยประการทั้งปวงนะ
Finding George Orwell in Burma จิบพม่า ตามหาจอร์จ ออร์เวลล์ฯ - Myanmar
ผู้เขียน: Emma Larkin
อย่างที่ทุกคนรู้กันว่ากระแสการเมืองในพม่ากำลังรุนแรงมากๆ เราเลยอยากแนะนำหนังสือเล่มนี้ เป็นบันทึกการเดินทางกึ่งบทความการเมืองที่เอ็มม่า ลาร์คิน นักเขียนชาวอเมริกัน เดินทางไปตามรอยประสบการณ์ของจอร์จ ออร์เวลล์ (ผู้เขียนหนังสือ Animal Farm และ 1984) ในพม่าช่วงศตวรรษที่ 20
หนังสือเล่มนี้จะพาไปดูความเหลื่อมล้ำและล่อแหลมของประเทศพม่าที่ขึ้นชื่อเรื่องการกดขี่ปราบปรามมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก รวมถึงพาไปสำรวจชีวิตความประจำวันของชาวพม่าที่อยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการอันโหดร้ายด้วยด้วย
มีประโยคนึงในหนังสือเขียนไว้ว่า “รัฐบาลทหารแย่แสนแย่ ทำลายประเทศงดงามล้ำค่าของเราแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ตอนนี้เราถูกลงทัณฑ์โดยไม่มีวันปลดปล่อย …เราถูกบีบคั้น บีบคั้น และบีบคั้นจนไม่เหลืออะไรเลย"